การบุลลีคืออะไร ทำไมต่างประเทศก็มี และเกิดได้แทบทุกที่ในโลก
คำว่า ‘บุลลี’ ไม่ใช่แค่การแซวแรง ๆ หรือแกล้งกันขำ ๆ แล้วจบในห้านาที แก่นของมันอยู่ตรงสามอย่างพร้อมกัน คือมีการทำให้เจ็บหรืออับอาย มีความได้เปรียบเสียเปรียบด้านอำนาจ และเกิดซ้ำหรือมีโอกาสสูงว่าจะเกิดซ้ำอีก อำนาจตรงนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นกำลังตัวใหญ่กว่าเสมอไป อาจเป็นจำนวนคนที่รุมกัน ความดังในห้องเรียน ตำแหน่งในที่ทำงาน ฐานะ ความรู้ลับที่เอามาขู่ หรือแค่การเป็นคนที่คนอื่นเกรงใจจนไม่มีใครกล้าแตะ
จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือ ‘ทะเลาะกัน’ กับ ‘บุลลี’ ไม่เหมือนกัน ถ้าเถียงกันสองฝ่ายแรงพอ ๆ กัน อาจเป็นความขัดแย้ง แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งโดนซ้ำ ๆ หนีไม่ค่อยได้ พูดแล้วไม่มีใครเชื่อ หรือถูกทำให้กลายเป็นตัวตลกต่อหน้ากลุ่ม แบบนี้กลิ่นของการบุลลีเริ่มชัดขึ้นมาก ต่อให้คนทำบอกว่าแค่หยอก ก็ไม่ได้ลบผลที่เกิดกับคนโดนได้
ต่างประเทศมีไหม? มี และไม่ใช่น้อยด้วย ยูเนสโกระบุว่าทั่วโลกมีผู้เรียนราวหนึ่งในสามที่เจอการบุลลีในโรงเรียนในแต่ละเดือน ส่วนองค์การอนามัยโลกฝั่งยุโรปเคยรายงานข้อมูลเด็กอายุ 11, 13 และ 15 ปี ใน 44 ประเทศและเขตพื้นที่ พบว่าไซเบอร์บูลลีกำลังเพิ่มขึ้น และเด็กวัยเรียนประมาณหนึ่งในหกรายงานว่าเคยถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพราะสังคมไทย ‘ใจร้ายเป็นพิเศษ’ แต่เป็นปัญหาของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม
ชื่อเรียกต่างกัน แต่หน้าตาคล้ายกันมาก ญี่ปุ่นมีคำว่าอิจิเมะ เกาหลีมีคำที่ใช้พูดถึงการกันคนออกจากกลุ่ม ฝั่งอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ก็ใช้คำว่าบุลลีในโรงเรียนและที่ทำงาน ฝรั่งเศสพูดถึงการคุกคามในโรงเรียนอย่างจริงจัง หลายประเทศมีกฎหมาย นโยบายโรงเรียน ระบบรายงานเหตุ หรือแคมเปญต่อต้าน แต่การมีระบบไม่ได้แปลว่าปัญหาหายไปทันที เพราะการบุลลีมักแอบอยู่ในช่องว่างที่ผู้ใหญ่ไม่เห็น หรือเห็นแล้วตีความว่าเป็นเรื่องเล่นกันเอง
รูปแบบที่เจอบ่อยมีหลายชั้นมาก แบบแรกคือทางร่างกาย เช่น ผลัก ตี ขวางทาง แย่งของ แบบที่สองคือทางคำพูด เช่น ตั้งฉายา ด่าซ้ำ ล้อรูปร่าง ล้อสำเนียง ล้อฐานะ ล้อครอบครัว แบบที่สามคือทางสังคม เช่น ชวนกันเมิน ไม่ให้เข้ากลุ่ม ปล่อยข่าวลือ ทำให้ดูเป็นคนแปลกปลอม และแบบที่สี่คือออนไลน์ เช่น แคปภาพไปล้อ ตั้งกลุ่มด่า คอมเมนต์รุม รีพอร์ตแกล้ง หรือขุดเรื่องส่วนตัวมาทำให้อับอาย
ของไทยมีสีเฉพาะของไทยอยู่เหมือนกัน เช่น การใช้คำว่าแซวเล่นมาบังการทำร้ายใจ การบอกให้คนโดนอดทนเพราะไม่อยากให้เรื่องใหญ่ การเกรงใจคนที่มีอำนาจในกลุ่ม หรือการขำตามเพราะกลัวกลายเป็นเป้าต่อไป แต่ต่างประเทศก็มีรูปแบบคล้ายกันในชื่ออื่น เช่น วัฒนธรรมล้อแรงในห้องเรียน การรับคนใหม่แบบกดหัว การแกล้งกันในทีมกีฬา การกันคนออกจากวงเพื่อน หรือการรุมในโซเชียลหลังมีดราม่า จุดร่วมคือคนทำมักหาเหตุผลให้ดูเบา ส่วนคนโดนต้องแบกผลหนักอยู่คนเดียว
ที่น่ากังวลคือการบุลลีไม่ได้จบตรงน้ำตาในวันนั้น หลายงานข้อมูลโยงไปถึงความเครียด การนอนไม่หลับ อาการปวดหัว ความรู้สึกโดดเดี่ยว ผลการเรียนตก การไม่อยากไปโรงเรียนหรือไปทำงาน และปัญหาสุขภาพใจในระยะยาว คนที่ยืนดูเฉย ๆ ก็มีบทบาทเหมือนกัน เพราะเสียงขำหนึ่งครั้งอาจทำให้คนทำรู้สึกว่ามีคนหนุน หลังจากนั้นเรื่องเล็กจะกลายเป็นพิธีประจำกลุ่มได้เร็วมาก
แล้วต้องทำยังไงถ้าเจอ? อย่างแรกคืออย่าเพิ่งเชื่อประโยคว่า ‘คิดมากไปเอง’ ให้ดูจากรูปแบบ ถ้าโดนซ้ำ โดนต่อหน้ากลุ่ม ถูกทำให้เสียหน้า หรือเริ่มไม่ปลอดภัย นั่นคือสัญญาณสำคัญ เก็บหลักฐานไว้ให้เป็นระบบ เช่น วัน เวลา ข้อความ รูป แชต พยาน แล้วคุยกับคนที่มีอำนาจจัดการจริง ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล หรือผู้ดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ การตอบโต้ด้วยความรุนแรงมักทำให้เรื่องยิ่งหลุดจากประเด็นว่าฝ่ายไหนกำลังถูกทำร้ายซ้ำ
ถ้าเป็นคนเห็นเหตุการณ์ สิ่งเล็กที่ช่วยได้มากคือไม่ขำตาม ไม่ส่งต่อ ไม่กดไลก์ ไม่ช่วยขยายเสียง และถ้าปลอดภัยพอให้ชวนคนโดนออกจากสถานการณ์หรือถามทีหลังว่าโอเคไหม แค่การมีพยานที่ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ ก็ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้เยอะกว่าที่หลายคนคิด
สรุปแบบตรง ๆ การบุลลีมีแทบทุกประเทศ เพราะมันโตมาจากอำนาจ ความกลัวการถูกตัดออกจากกลุ่ม และวัฒนธรรมที่ปล่อยให้การทำร้ายถูกเรียกว่าเรื่องเล่น ๆ ความต่างอยู่ที่แต่ละสังคมจะยอมรับมันแค่ไหน มีช่องทางช่วยเหลือจริงไหม และคนรอบข้างกล้าหยุดวงจรนั้นหรือเปล่า ประเทศไหนก็มีได้ แต่ประเทศที่ดีขึ้นคือประเทศที่ไม่ปล่อยให้คำว่าเล่นกลบเสียงของคนที่เจ็บ
https://www.stopbullying.gov/bullying/what-is-bullying
https://www.unesco.org/en/health-education/safe-learning-environments
https://www.who.int/europe/news/item/27-03-2024-one-in-six-school-aged-children-experiences-cyberbullying--finds-new-who-europe-study
https://www.unicef.org/lac/en/cyberbullying-what-is-it-and-how-stop-it
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
เด็กน้อย โรงเรียนยังอยู่ ศธ.กางแผนควบรวมครั้งใหญ่ที่ต้องฟังชุมชน
คนไทยไม่เหมือนฝรั่ง พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ต่างกัน อาจตรวจพลาด
5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
จากเพื่อนรักสู่ศึก 20 ล้าน “ต้า–ยัต เฟ็ดเฟ่” แตกหักถึงศาล
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
เด็กน้อย โรงเรียนยังอยู่ ศธ.กางแผนควบรวมครั้งใหญ่ที่ต้องฟังชุมชน
เที่ยวประเทศไหน คนไทยใช้เงินเท่าไร เปิดข้อมูล 5 จุดหมาย
5 จุดเก็บทิชชู่ในบ้านที่เสี่ยงชื้นและปนเปื้อนโดยไม่รู้ตัว
คอดำ เกิดจากอะไร และควรดูแลอย่างไร
หมอเถื่อนกับอัณฑะแพะที่ขายความหนุ่ม
ทรัมป์เดือดคำว่า “ผลงานหลากหลาย” ขู่ร้อง FCC จัดการนักข่าว NBC



