หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมองมนุษย์มีความจำ 2.5 เพตาไบต์จริงไหม ตัวเลขนี้คำนวณจากอะไรกันแน่

เขียนโดย ยายขี้บ่น

สมองเราอาจมีพื้นที่ระดับเพตาไบต์ แต่ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ในกะโหลก

ตัวเลข “สมองเก็บข้อมูลได้ 2.5 เพตาไบต์ เท่ากับหนังความละเอียดสูงราว 3 ล้านชั่วโมง” ฟังแล้วน่าตื่นเต้นจนอยากยกสมองไปเทียบกับศูนย์ข้อมูลขนาดย่อม แต่ก่อนจำตัวเลขนี้ไปเล่าต่อ ควรใส่เครื่องหมายดอกจันตัวโต ๆ ไว้ข้างหลังด้วย เพราะนี่คือ การประมาณเชิงเปรียบเทียบ ไม่ใช่ค่าความจุที่นักวิทยาศาสตร์วัดได้เหมือนเสียบสายตรวจฮาร์ดดิสก์

จุดเริ่มต้นของตัวเลขมหาศาล

ไซแนปส์ไม่ได้มีหน้าที่เหมือนช่องเก็บไฟล์หนึ่งช่องต่อหนึ่งความทรงจำ มันเป็นจุดที่เซลล์ประสาทส่งสัญญาณหากัน และความแรงของการเชื่อมต่อนั้นเปลี่ยนได้ การเรียนรู้บางชนิดทำให้การเชื่อมต่อแข็งแรงขึ้น บางชนิดทำให้อ่อนลง ขณะเดียวกันสมองก็สร้าง ตัดแต่ง และปรับเครือข่ายอยู่ตลอด ความทรงจำหนึ่งเรื่องจึงกระจายอยู่ในรูปแบบการทำงานของเซลล์จำนวนมาก ไม่ได้วางเรียงเป็นไฟล์ชื่อ “วันรับปริญญา” อยู่ตรงมุมใดมุมหนึ่ง

เพตาไบต์เป็นภาษาที่ช่วยให้คนเห็นขนาด ไม่ใช่หน่วยความจำตามธรรมชาติของสมอง

แล้ว 2.5 เพตาไบต์มาจากไหน

คำอธิบายที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางมาจากการนำจำนวนเซลล์ประสาท การเชื่อมต่อจำนวนมหาศาล และลักษณะการเก็บข้อมูลแบบกระจายมาสร้างค่าประมาณ หากสมมติว่าสมองทำงานคล้ายเครื่องบันทึกดิจิทัล ความจุอาจอยู่แถว 2.5 เพตาไบต์ หรือประมาณ 2.5 ล้านกิกะไบต์ จึงมีการเปรียบว่าเพียงพอสำหรับรายการโทรทัศน์ราว 3 ล้านชั่วโมง เปิดดูต่อเนื่องก็ยาวนานกว่าสามศตวรรษ

ต่อมาในปี 2015 นักวิจัยที่ศึกษาชิ้นเนื้อสมองส่วนฮิปโปแคมปัสของหนูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน รายงานว่าไซแนปส์อาจแบ่งระดับความแรงที่แยกจากกันได้อย่างน้อย 26 ระดับ คิดเป็นข้อมูลประมาณ 4.7 บิตต่อไซแนปส์ ผลงานนี้ทำให้สถาบันซอล์กอธิบายว่าความสามารถในการเก็บข้อมูลของสมองอาจอยู่ในระดับอย่างน้อยหนึ่งเพตาไบต์ สูงกว่าค่าประมาณเดิมหลายเท่า

จุดที่ต้องระวังคือ งานดังกล่าวตรวจจากเนื้อเยื่อปริมาตรเล็กมากในสมองหนู ไม่ได้วัดความจำทั้งหมดของมนุษย์โดยตรง การนำ 4.7 บิตไปคูณกับไซแนปส์ทุกจุดแบบตรง ๆ อาจให้ภาพคร่าว ๆ แต่สมองจริงมีสัญญาณรบกวน การทำงานซ้ำซ้อน การปรับตัว และกลไกอื่นนอกเหนือจากความแรงของไซแนปส์ ค่าที่ได้จึงเหมาะสำหรับพูดว่า “อยู่ในระดับเพตาไบต์” มากกว่าฟันธงว่าทุกคนมีพื้นที่ว่าง 2.5 เพตาไบต์เท่ากัน

ทำไมเรายังลืม ทั้งที่เหมือนมีพื้นที่เหลือมหาศาล

สมองไม่ได้บันทึกทุกอย่าง สิ่งที่ไม่ได้รับความสนใจอาจไม่ถูกเข้ารหัสตั้งแต่แรก

ความทรงจำถูกสร้างใหม่ตอนเรียกคืน รายละเอียดจึงคลาดเคลื่อน ผสมกัน หรือเปลี่ยนตามบริบทได้

การลืมช่วยลดความรก สมองต้องคัดข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจ ไม่ใช่สะสมภาพทุกวินาทีอย่างกล้องวงจรปิด

การเข้าถึงสำคัญกว่าพื้นที่ ต่อให้ข้อมูลยังเหลืออยู่ เราอาจหาทางเรียกมันกลับมาไม่ได้ในขณะนั้น

เรื่องนี้ทำให้เห็นความต่างระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ชัดเจน ฮาร์ดดิสก์เก็บสำเนาข้อมูลตามตำแหน่งที่กำหนด ส่วนสมองจำด้วยการเปลี่ยนแปลงของเครือข่าย ความหมาย อารมณ์ บริบท และประสบการณ์เชื่อมโยงกัน ยิ่งนำความรู้ไปใช้ อธิบายให้คนอื่นฟัง หรือทบทวนแบบเว้นช่วง เส้นทางเรียกคืนก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น

สรุปแบบไม่ขายฝัน

ข้อความที่ว่า “สมองมีมากกว่า 100 ล้านล้านไซแนปส์” ถือว่าอยู่ในช่วงประมาณที่วงการประสาทวิทยาใช้กันได้ ส่วน “ความจุ 2.5 เพตาไบต์” เป็นภาพเปรียบเทียบที่มีที่มา แต่ยังไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานซึ่งพิสูจน์ได้แน่นอนสำหรับสมองมนุษย์ทุกคน ประโยคที่แม่นกว่าคือ สมองมีศักยภาพเก็บข้อมูลในระดับมหาศาล และอาจเทียบได้กับหน่วยเพตาไบต์ภายใต้แบบจำลองบางชนิด ทว่าเสน่ห์ของสมองไม่ได้อยู่ที่ความจุเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเชื่อมเรื่องเก่าเข้ากับเรื่องใหม่ สร้างความหมาย และเปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นการตัดสินใจได้ต่างหาก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6จริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการ10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?สุดช็อก! “โดนัท ณฐอร” พริตตี้–นางแบบสาวชื่อดัง จากไปกะทันหัน เปิดสาเหตุสุดเศร้าไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIขยายประกันสังคม ม.33 ให้แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และแผงลอย แล้วทำไมบางหน่วยงานถึงขอให้คิดให้รอบคอบ?เช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่เจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการจริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?เช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้หุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดแฟ้มประวัติศาสตร์: จาก "เทพอารักษ์" สู่ "อสูรกาย"… ความจริงหลังเงามืดของ "สัตว์เลี้ยงแม่มด"ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการความมหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรม: “สนามบินปลาดาว” ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ย์จิงต้าซิงนี่คือภาพจำลองด้านข้างของ"หลุมดำ"และลักษณะการเคลื่อนที่ของวงแหวนต่างๆรอบๆ หลุมดำ
ตั้งกระทู้ใหม่