หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขปริศนาแฟชั่นแม่มด ทำไมต้อง “ขี่ไม้กวาด” และสวม “หมวกทรงแหลม”

เขียนโดย dukedick

🕵‍♀️ ไขปริศนาแฟชั่นแม่มด ทำไมต้อง “ขี่ไม้กวาด” และสวม “หมวกทรงแหลม”

เมื่อพูดถึง “แม่มด” ภาพที่ปรากฏขึ้นในความคิดของคนส่วนใหญ่มักคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด ไม่ว่าจะเป็นหญิงชราผู้สวมชุดคลุมสีดำ หมวกทรงแหลมสูง ใบหน้าลึกลับ และมีไม้กวาดเป็นพาหนะคู่ใจสำหรับเหาะผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ภาพจำนี้ปรากฏอยู่แทบทุกหนแห่ง ตั้งแต่นิทานเด็ก ภาพวาดโบราณ การ์ตูน ไปจนถึงภาพยนตร์แฟนตาซีสมัยใหม่ จนดูราวกับว่าแม่มดทุกคนต้องแต่งกายตามระเบียบเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริง ไม่มีหลักฐานว่าเคยมี “เครื่องแบบแม่มด” อย่างเป็นทางการ และภาพลักษณ์ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันก็ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง หากค่อย ๆ ถูกประกอบสร้างขึ้นจากความเชื่อพื้นบ้าน อคติทางศาสนา การแบ่งแยกผู้คน ภาพพิมพ์ เสียดสีทางการเมือง และจินตนาการของศิลปินตลอดเวลาหลายร้อยปี

ก่อนจะไขปริศนาเรื่องไม้กวาดและหมวกทรงแหลม คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยก็คือ แม่มดมีตัวตนจริงหรือไม่

หากหมายถึงบุคคลผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถเสกคาถา เหาะเหินเดินอากาศ หรือทำสัญญากับปีศาจ แม่มดในลักษณะนั้นยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามีอยู่จริง ทว่าบุคคลที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดนั้นมีอยู่จริงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุโรปช่วงปลายยุคกลางต่อเนื่องไปจนถึงยุคใหม่ตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงที่การไต่สวนและการล่าแม่มดเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่

ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้มีเพียงหมอพื้นบ้านหรือหญิงชราอย่างที่มักเข้าใจกัน แต่มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย คนยากจน คนมีฐานะ หม้าย ผู้สูงวัย และผู้ที่มีความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ชายขอบของชุมชนมักตกเป็นเป้าหมายได้ง่ายกว่า เนื่องจากสังคมในเวลานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด เด็กเสียชีวิต พืชผลเสียหาย สัตว์เลี้ยงล้มตาย หรือภัยธรรมชาติ

เมื่อยังไม่มีความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์มากพอ เหตุการณ์เลวร้ายเหล่านี้จึงถูกโยงเข้ากับอำนาจลึกลับ และชุมชนก็มักพยายามตามหาผู้รับผิดชอบ บางครั้งเพียงแค่หญิงคนหนึ่งมีนิสัยเก็บตัว รู้จักสมุนไพร พูดจาไม่ถูกใจเพื่อนบ้าน หรือบังเอิญเคยทะเลาะกับครอบครัวที่กำลังประสบเคราะห์ร้าย เธอก็อาจถูกสงสัยว่าใช้เวทมนตร์ได้แล้ว

ความเชื่อเรื่องแม่มดจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของคาถาหรือภูตผี แต่ยังสะท้อนความกลัว ความขัดแย้ง และโครงสร้างอำนาจในสังคมยุคนั้นอย่างชัดเจน

จากไม้กวาดในครัวเรือน สู่พาหนะทะยานฟ้า

เหตุใดแม่มดจึงต้องขี่ไม้กวาด ทั้งที่หากมีเวทมนตร์จริง พวกเธอก็น่าจะเลือกพาหนะที่ดูหรูหราหรือสะดวกสบายกว่านั้นได้

คำตอบส่วนหนึ่งอาจซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้หญิงยุโรปสมัยก่อน เพราะไม้กวาดเป็นเครื่องใช้พื้นฐานที่พบได้แทบทุกบ้าน มันถูกใช้ทำความสะอาดพื้น เตาผิง คอกสัตว์ และบริเวณรอบที่พักอาศัย จึงถูกเชื่อมโยงกับงานบ้านซึ่งสังคมในยุคนั้นมักมอบหมายให้ผู้หญิงรับผิดชอบ

เมื่อเรื่องเล่าเกี่ยวกับหญิงผู้ใช้เวทมนตร์เริ่มแพร่หลาย สิ่งของธรรมดาที่อยู่ใกล้ตัวผู้หญิงอย่างไม้กวาดก็ถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของจินตนาการได้ไม่ยาก จากเดิมที่เป็นเพียงอุปกรณ์ปัดกวาด มันค่อย ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของพลังลึกลับและการฝ่าฝืนขอบเขตที่สังคมกำหนดให้ผู้หญิง

ในความเชื่อพื้นบ้านบางแห่ง ไม้กวาดยังเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมด้านความอุดมสมบูรณ์ มีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านอาจถือไม้หรือไม้กวาดกระโดดไปตามทุ่งเพื่ออธิษฐานให้พืชผลเติบโตสูงและสมบูรณ์ ภาพของผู้คนที่กระโดดพร้อมไม้ยาวจึงอาจถูกนำไปขยายความในเรื่องเล่าจนกลายเป็นการเหาะไปในอากาศ

หลักฐานภาพแม่มดขี่ไม้กวาดที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักชิ้นหนึ่งปรากฏในต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยวาดภาพหญิงสองคนกำลังเคลื่อนที่ไปบนไม้กวาดและแท่งไม้ ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องการใช้ไม้กวาดเป็นพาหนะของแม่มดเริ่มแพร่หลายในยุโรปมาแล้วหลายร้อยปี ก่อนจะถูกตอกย้ำผ่านภาพพิมพ์ หนังสือ และงานศิลปะยุคต่อมา

อีกคำอธิบายหนึ่งที่มักถูกพูดถึงก็คือเรื่อง “ยาทาบิน” หรือ Flying Ointment ตามบันทึกการไต่สวนและตำราบางฉบับ มีการกล่าวหาว่าผู้ใช้เวทมนตร์นำพืชที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท เช่น เบลลาดอนนา เฮนเบน แมนเดรก และพืชในวงศ์มะเขือชนิดอื่น มาทำเป็นขี้ผึ้งสำหรับทาร่างกาย

พืชเหล่านี้มีสารอัลคาลอยด์ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการมึนงง สับสน ประสาทหลอน รู้สึกว่าร่างกายลอยขึ้น หรือมองเห็นภาพการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ นักวิชาการบางกลุ่มจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ประสบการณ์หลอนประสาทอาจมีส่วนทำให้เกิดเรื่องเล่าเกี่ยวกับการบินไปชุมนุมกับปีศาจหรือเดินทางผ่านท้องฟ้า

นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่กล่าวว่า ขี้ผึ้งอาจถูกทาบนด้ามไม้หรือไม้กวาด ก่อนนำมาแนบกับบริเวณผิวหนังที่ดูดซึมสารได้ดี จนกลายเป็นที่มาของภาพหญิงนั่งคร่อมไม้กวาด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นข้อถกเถียง หลักฐานจำนวนมากมาจากคำให้การภายใต้การบังคับ การทรมาน หรือจากงานเขียนของผู้ต่อต้านเวทมนตร์ จึงไม่อาจยืนยันได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยปฏิบัติเช่นนั้นจริงอย่างแพร่หลาย

ถึงกระนั้น ทฤษฎีดังกล่าวก็ช่วยให้เห็นว่า ภาพแม่มดขี่ไม้กวาดอาจไม่ได้เกิดจากเหตุผลเพียงข้อเดียว แต่เป็นผลรวมของเครื่องใช้ในครัวเรือน พิธีกรรมพื้นบ้าน เรื่องเล่าประสาทหลอน และจินตนาการของสังคมที่ค่อย ๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน

ปริศนาหมวกทรงแหลม สัญลักษณ์ที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดแน่ชัด

หากไม้กวาดเป็นพาหนะ หมวกทรงแหลมก็คงเปรียบเสมือนเครื่องหมายประจำตัวของแม่มด แต่ที่มาของหมวกชนิดนี้กลับซับซ้อนและยังไม่มีข้อสรุปเพียงคำตอบเดียว

หนึ่งในทฤษฎีที่ถูกกล่าวถึงบ่อยเกี่ยวข้องกับหมวกของชาวยิวในยุโรปยุคกลาง ซึ่งเรียกว่า “ยูเดนฮุต” หรือ Judenhut หมวกลักษณะนี้มีปลายสูงหรือแหลม และในบางเมืองชาวยิวถูกบังคับให้สวมเพื่อแสดงความแตกต่างจากชาวคริสต์ เมื่อสังคมยุโรปในอดีตเต็มไปด้วยอคติต่อชาวยิว ทั้งยังกล่าวหาว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมลึกลับหรือความชั่วร้าย หมวกทรงแหลมจึงอาจค่อย ๆ ถูกใช้เป็นภาษาภาพแทนกลุ่มคนที่ถูกมองว่าเป็นคนนอก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าหมวกแม่มดสืบทอดมาจากหมวกของชาวยิวโดยตรง ความเชื่อมโยงนี้จึงควรถูกมองเป็นหนึ่งในข้อสันนิษฐาน มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

อีกทฤษฎีหนึ่งเชื่อมโยงหมวกแม่มดเข้ากับ “เฮนนิน” หรือ Hennin หมวกทรงกรวยสูงที่สตรีชนชั้นสูงนิยมสวมในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 หมวกชนิดนี้มักมีผ้าคลุมบาง ๆ ห้อยลงมาจากปลายยอด และเคยเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและฐานะทางสังคม

เมื่อแฟชั่นเปลี่ยนแปลง หมวกทรงสูงอาจถูกมองว่าล้าสมัย แปลกประหลาด หรือเกินจริง ภาพของหญิงสูงวัยที่ยังสวมเสื้อผ้าแบบเก่าจึงอาจถูกศิลปินนำไปใช้สร้างตัวละครที่ดูลึกลับและไม่เข้าพวก ก่อนจะผสมผสานเข้ากับภาพของหญิงใช้เวทมนตร์ในเวลาต่อมา

ยังมีทฤษฎีที่เชื่อมโยงหมวกแม่มดกับหญิงผู้ผลิตและขายเบียร์ในยุโรป หรือที่เรียกว่า alewives ผู้หญิงเหล่านี้อาจสวมหมวกสูงเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นได้ง่ายในตลาด ใช้ไม้กวาดเป็นเครื่องหมายหน้าร้าน และเลี้ยงแมวเพื่อกำจัดหนูที่คอยกินธัญพืช เมื่ออาชีพการผลิตเบียร์ค่อย ๆ ถูกครอบครองโดยกิจการขนาดใหญ่และผู้ชาย ภาพของหญิงทำเบียร์จึงอาจถูกทำให้ดูน่ากลัวและเชื่อมโยงกับแม่มด

เรื่องเล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันความเชื่อมโยงโดยตรงยังมีจำกัด นักวิชาการจำนวนหนึ่งจึงเตือนว่า ไม่ควรสรุปว่าหมวกแม่มด ไม้กวาด แมวดำ และหม้อต้มทั้งหมดมีต้นกำเนิดจากหญิงขายเบียร์เพียงกลุ่มเดียว

แท้จริงแล้ว หมวกทรงแหลมของแม่มดในรูปแบบที่คนยุคปัจจุบันคุ้นเคยอาจเพิ่งถูกทำให้ชัดเจนขึ้นผ่านงานวาด ภาพพิมพ์ หนังสือสำหรับเด็ก การแสดงบนเวที และสื่อบันเทิงในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 ศิลปินต้องการสร้างรูปลักษณ์ที่ผู้ชมสามารถจดจำได้ทันที จึงนำหมวกสีดำทรงสูง ปีกกว้าง และปลายงอมาผูกติดกับตัวละครแม่มด จนกลายเป็นมาตรฐานของโลกแฟนตาซีในที่สุด

สีดำ แมวดำ และหม้อต้ม มาจากไหน

นอกจากไม้กวาดและหมวกทรงแหลมแล้ว ชุดสีดำ แมวดำ และหม้อต้มขนาดใหญ่ก็กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของภาพแม่มดเช่นกัน สีดำมักถูกใช้แทนความมืด ความตาย ความลับ และสิ่งที่มนุษย์ไม่เข้าใจ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับศิลปินที่ต้องการทำให้ตัวละครแม่มดดูน่ากลัวและแตกต่างจากผู้คนทั่วไป

แมวโดยเฉพาะแมวดำก็ถูกเชื่อมโยงกับแม่มดผ่านแนวคิดเรื่อง “วิญญาณรับใช้” หรือ Familiar ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่คอยช่วยเหลือผู้ใช้เวทมนตร์ ในคำให้การจากคดีแม่มดบางแห่ง สัตว์เลี้ยงธรรมดาอย่างแมว สุนัข นก หรือคางคก ถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจจำแลงกายมา เมื่อรวมเข้ากับความเชื่อโชคลางเกี่ยวกับสีดำ แมวดำจึงกลายเป็นเพื่อนคู่ใจของแม่มดในวัฒนธรรมสมัยนิยม

ส่วนหม้อต้มก็เป็นเครื่องใช้พื้นฐานในครัวเรือน ใช้ทำอาหาร ต้มยา ซักผ้า และเตรียมสมุนไพร แต่เมื่อหญิงผู้มีความรู้ด้านพืชหรือการรักษาถูกมองด้วยความหวาดระแวง หม้อที่ใช้ต้มของธรรมดาก็ถูกจินตนาการใหม่ให้กลายเป็นภาชนะปรุงยาพิษและน้ำยาวิเศษ

สิ่งของทุกชิ้นจึงมีจุดเริ่มต้นจากชีวิตประจำวัน แต่เมื่อถูกมองผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความกลัว มันก็สามารถเปลี่ยนเป็นหลักฐานแห่งเวทมนตร์ได้ทันที

ภาพแม่มดที่เราคุ้นเคยในวันนี้จึงไม่ใช่ภาพถ่ายของบุคคลกลุ่มหนึ่งในอดีต หากเป็นตัวละครที่ถูกสังคมประกอบสร้างขึ้นทีละชิ้น ไม้กวาดมาจากงานบ้านและความเชื่อพื้นบ้าน หมวกทรงแหลมอาจได้รับอิทธิพลจากแฟชั่น การแบ่งแยกคนชายขอบ และจินตนาการของศิลปิน ส่วนชุดดำ แมวดำ และหม้อต้มก็ล้วนถือกำเนิดจากการเปลี่ยนสิ่งของธรรมดาให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความลึกลับ

เบื้องหลังภาพแม่มดที่ดูสนุกสนานในเทศกาลฮาโลวีนจึงซ่อนประวัติศาสตร์ที่ทั้งซับซ้อนและเจ็บปวด เพราะครั้งหนึ่งความหวาดกลัวและข่าวลือเคยทำให้ผู้คนจำนวนมากถูกกล่าวหา ถูกลงโทษ และสูญเสียชีวิตทั้งที่ไม่มีหลักฐานว่าพวกเขามีพลังวิเศษใด ๆ

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของแม่มดอาจไม่ได้บอกเราว่ามนุษย์เคยบินด้วยไม้กวาดได้อย่างไร แต่อาจกำลังเตือนว่า เมื่อสังคมหวาดกลัวสิ่งที่ไม่เข้าใจ สิ่งของธรรมดา ความรู้พื้นบ้าน หรือแม้แต่รูปลักษณ์ที่แตกต่าง ก็สามารถถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเครื่องหมายของความชั่วร้ายได้อย่างง่ายดาย

และนั่นอาจเป็นเวทมนตร์ที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คาถาของแม่มด แต่คือพลังของข่าวลือ อคติ และจินตนาการของมนุษย์เอง

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย“แมงมุมแม่ม่าย” นักล่าร่างจิ๋วกับพิษร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 25695 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดคนร้ายคดียิงตำรวจตากใบมอบตัว 1 ราย เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าปิดล้อมล่าผู้ร่วมก่อเหตุมนต์เสน่ห์แห่งมาทามาทา จากทุ่งหญ้าชนบทสู่อาณาจักร “ฮอบบิทัน” แห่งนิวซีแลนด์ฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพร6 ห้างดังในความทรงจำเด็กยุค 90 กรุงเทพฯ–ปริมณฑลเจอตัวแล้ว! ข้าราชการหัวเราะเยาะ "อ.วีระ" กลางประชุมงบฯ 2570 เจอสวนกลับทันควัน "คุณหัวเราะอะไร?"จับชายก่อนงานระดมทุนทรัมป์ เจ้าหน้าที่ยังไม่พบภัยคุกคามน่าเชื่อถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เปิดทบทวนสิทธิแล้วกว่า 4 ล้านราย เร่งดำเนินการก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มนต์เสน่ห์แห่งมาทามาทา จากทุ่งหญ้าชนบทสู่อาณาจักร “ฮอบบิทัน” แห่งนิวซีแลนด์คนร้ายคดียิงตำรวจตากใบมอบตัว 1 ราย เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าปิดล้อมล่าผู้ร่วมก่อเหตุเจอตัวแล้ว! ข้าราชการหัวเราะเยาะ "อ.วีระ" กลางประชุมงบฯ 2570 เจอสวนกลับทันควัน "คุณหัวเราะอะไร?"Why pet enrichment can cost less than replacing furnitureภาษาที่มีผู้ใช้งานเพียงสองคนเท่านั้นบนโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มนต์เสน่ห์แห่งมาทามาทา จากทุ่งหญ้าชนบทสู่อาณาจักร “ฮอบบิทัน” แห่งนิวซีแลนด์เปิดประวัติ "โปรเลขคู่" สู่มหกรรมลดราคาระดับโลก15 คำพูดของ “คิรัว โซลดิ๊ก” จากเด็กนักฆ่าที่ไม่รู้จักมิตรภาพ สู่คนที่ยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อคนสำคัญเช็กตลาดผ้าไหมไทย สหรัฐฯ นำ แต่คำตอบขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า
ตั้งกระทู้ใหม่