หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นักวิทยาศาสตร์สแกนสมองพระทิเบต พบคลื่นแกมมาสูงจนถูกเรียกว่าชายที่มีความสุขที่สุดในโลก

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

สมาธิไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่มีหลักฐานจากเครื่องสแกนสมองรองรับ

เคยคิดไหมว่าการนั่งหลับตาเฉยๆ จะเปลี่ยนสมองของคนได้จริงหรือ? หลายสิบปีก่อนคำถามนี้อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องของศาสนาหรือความเชื่อ แต่เมื่อเทคโนโลยีทางประสาทวิทยาก้าวหน้า นักวิจัยกลับเริ่มพบข้อมูลที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการทดลองที่กลายเป็นหนึ่งในงานวิจัยด้านสมาธิที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของโลก นั่นคือการเชิญพระชาวทิเบตผู้ฝึกสมาธิมายาวนานเข้าเครื่องสแกนสมองเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นในขณะที่จิตกำลังแผ่เมตตาอย่างเต็มที่

 

พระผู้ร่วมการทดลองคือใคร

บุคคลที่ได้รับความสนใจคือ Matthieu Ricard ชาวฝรั่งเศสผู้เคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยาระดับปริญญาเอก ก่อนจะตัดสินใจละชีวิตทางวิชาการไปศึกษาพุทธศาสนาในเทือกเขาหิมาลัยและบวชเป็นพระทิเบต ท่านใช้เวลาฝึกสมาธิอย่างจริงจังนับหมื่นชั่วโมง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการภาวนาระดับสูง


เมื่อวิทยาศาสตร์พบผู้ฝึกสมาธิตัวจริง ผลลัพธ์ก็สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก

เกิดอะไรขึ้นในเครื่องสแกนสมอง

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินนำโดยศาสตราจารย์ Richard J. Davidson ได้ติดตามศึกษาพระผู้ฝึกสมาธิหลายรูป โดยให้แต่ละรูปทำสมาธิในรูปแบบต่างๆ ระหว่างอยู่ในเครื่องสแกนสมอง fMRI และอุปกรณ์บันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง EEG หนึ่งในช่วงที่สร้างความฮือฮามากที่สุดคือช่วงทำสมาธิแบบแผ่เมตตา ซึ่งเป็นการตั้งจิตปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข ปราศจากความทุกข์ และเต็มไปด้วยความปรารถนาดีอย่างไม่มีเงื่อนไข

ผลที่ออกมาคือสมองของ Matthieu Ricard แสดงการทำงานของ คลื่นแกมมา (Gamma Waves) ในระดับสูงผิดปกติ ทั้งยังมีความต่อเนื่องและเป็นระเบียบกว่าที่เคยพบในอาสาสมัครทั่วไป คลื่นชนิดนี้เกี่ยวข้องกับการรับรู้ การเรียนรู้ การรวมข้อมูลจากหลายส่วนของสมอง ความตื่นรู้ และประสบการณ์เชิงบวก หลายคนจึงมองว่านี่คือหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสมาธิไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึก แต่ส่งผลต่อการทำงานของสมองจริง

 

ทำไมถึงถูกเรียกว่า "ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก"

สื่อมวลชนหลายแห่งนำผลการทดลองไปนำเสนอ พร้อมพาดหัวว่าท่านคือ ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก เพราะรูปแบบการทำงานของสมองในช่วงแผ่เมตตาแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ฉายานี้ไม่ใช่ตำแหน่งทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจว่าระดับของความสงบ ความเมตตา และอารมณ์เชิงบวกที่ปรากฏผ่านการวัดคลื่นสมองนั้นโดดเด่นมากจนแทบไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน

 

ตัวของ Matthieu Ricard เองก็เคยอธิบายว่า ความสุขที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการหัวเราะหรือสนุกตลอดเวลา แต่เป็นสภาวะจิตที่มั่นคง ไม่ถูกเหวี่ยงไปตามอารมณ์หรือเหตุการณ์ภายนอก เมื่อจิตได้รับการฝึกฝนต่อเนื่อง ความเมตตาและความสงบก็กลายเป็นนิสัยของสมองมากกว่าจะเป็นอารมณ์ชั่วคราว

 

สมาธิเปลี่ยนโครงสร้างสมองได้จริงหรือ

หลังจากงานวิจัยชุดนี้ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเริ่มศึกษาผลของสมาธิต่อสมองในระยะยาว มีรายงานว่าการฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมออาจสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของบางบริเวณ เช่น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมอารมณ์ สมาธิ และการตระหนักรู้ตนเอง ขณะเดียวกันบริเวณที่ตอบสนองต่อความเครียดก็อาจมีการทำงานลดลงในบางกลุ่มผู้เข้าร่วมวิจัย แม้รายละเอียดจะแตกต่างกันในแต่ละการศึกษา แต่ภาพรวมชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า สมองของมนุษย์สามารถปรับเปลี่ยนได้จากประสบการณ์และการฝึกฝน ซึ่งเรียกว่า Neuroplasticity

 

• สมาธิไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นการฝึกสมองให้เกิดรูปแบบการทำงานใหม่

• การแผ่เมตตาช่วยกระตุ้นอารมณ์เชิงบวกและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

• การฝึกอย่างต่อเนื่องให้ผลชัดเจนกว่าการทำเพียงครั้งคราว

• ผลลัพธ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการฝึกและปัจจัยด้านสุขภาพ


สมองไม่ได้หยุดพัฒนาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังเปลี่ยนแปลงได้จากการฝึกฝนทุกวัน

เรื่องราวของ Matthieu Ricard จึงไม่ได้บอกว่าทุกคนจะกลายเป็นผู้มีคลื่นแกมมาสูงที่สุดในโลก หากเริ่มนั่งสมาธิวันนี้ แต่เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าเมื่อการฝึกจิตดำเนินไปอย่างยาวนานและจริงจัง ผลลัพธ์สามารถสะท้อนออกมาให้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจวัดได้ สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นประสบการณ์ภายในจิตใจ จึงเริ่มกลายเป็นข้อมูลที่มองเห็นได้ผ่านภาพสมองและคลื่นไฟฟ้า

ทุกวันนี้คำว่า "สมาธิ" จึงไม่ได้อยู่แค่ในวัดหรือห้องปฏิบัติธรรมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวข้อที่นักประสาทวิทยา นักจิตวิทยา และแพทย์ทั่วโลกให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะยิ่งศึกษามากเท่าไร ก็ยิ่งพบว่าสมองของมนุษย์มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่เคยเชื่อกันไว้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันยอดเขาเอเวอเรสต์เคยเป็นก้นทะเลจริงหรือ ฟอสซิลบนยอดเขาคือคำตอบ4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดCicada 3301 ปริศนารหัสอินเทอร์เน็ตที่พาคนแกะโค้ดเดินทางข้ามโลกเนื้องอกปีศาจ Teratoma ก้อนเนื้อที่สร้างผม ฟัน กระดูก และลูกตาได้จริงตำนานงูยักษ์แห่งกาญจนบุรี เรื่องเล่าจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่างประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุดชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิดคลื่นกากน้ำตาลยักษ์กลางบอสตัน วันที่ของหวานกลายเป็นฝันร้ายทั้งเมืองซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูกโรคนอนไม่หลับมรณะ เมื่อร่างกายลืมวิธีหลับและค่อยๆ เดินสู่จุดจบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมื่อคนที่เรารักจากไป(ไม่อาจย้อนกลับมาพบกันได้อีก)
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่? ทุกครั้งที่มองดวงดาว คุณกำลังมองเห็น "อดีต"ทำไม 1 ปี ถึงมี 365 วัน6 ห้างดังของเด็กยุค 90 ไทยที่นิยมไปกันมากที่สุดนักขุดสมบัติสมัครเล่นเจอ “แหวนตราทองโรมัน” อายุ 1,700 ปี
ตั้งกระทู้ใหม่