หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมถึงเรียกลำไส้ว่า 'สมองที่สอง' ทั้งที่อยู่คนละส่วนกับสมอง?

เขียนโดย preechalcpd

แค่เครียดก็ปวดท้อง แค่ตื่นเต้นก็อยากเข้าห้องน้ำ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะในท้องของเรามีระบบประสาทที่ฉลาดกว่าที่คิด

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า 'สมองที่สอง' ของร่างกาย ซึ่งไม่ได้หมายถึงอวัยวะลึกลับอะไร แต่คือระบบประสาทที่ฝังตัวอยู่ตามผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ เรียกว่า Enteric Nervous System (ENS) ระบบนี้ประกอบด้วยเซลล์ประสาทมากกว่า 100 ล้านเซลล์ กระจายอยู่ตลอดทางเดินอาหาร จนมีความซับซ้อนมากพอที่จะควบคุมการทำงานหลายอย่างได้ด้วยตัวเอง

 

มันทำงานเองได้จริงหรือ?

คำตอบคือ ได้ ระบบประสาทในลำไส้สามารถควบคุมการบีบตัวของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนอาหาร การหลั่งเอนไซม์ การหลั่งกรด และการประสานงานของระบบย่อยอาหารโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากสมองทุกขั้นตอน ถึงอย่างนั้นก็ยังสื่อสารกับสมองผ่านเส้นประสาทเวกัสและฮอร์โมนต่างๆ อยู่ตลอดเวลา จึงเกิดการส่งข้อมูลไปมาระหว่าง 'หัว' กับ 'ท้อง' แทบทั้งวัน


อารมณ์ส่งผลต่อลำไส้ และลำไส้ก็ส่งผลต่ออารมณ์เช่นกัน

เหตุผลที่คนเราเครียดแล้วปวดท้อง หรือรู้สึกเสียวท้องเวลาเจอสถานการณ์กดดัน ก็เพราะระบบประสาททั้งสองแห่งกำลังสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง นักวิจัยจึงให้ความสนใจกับความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพลำไส้ ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

แล้วเซโรโทนิน 90% มาจากลำไส้จริงไหม?

ข้อมูลนี้ถือว่า จริง โดยประมาณ 90% ของเซโรโทนินในร่างกายถูกสร้างขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ส่วนใหญ่โดยเซลล์เฉพาะในผนังลำไส้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเซโรโทนินทั้งหมดนี้จะไหลเข้าสมอง เพราะเซโรโทนินในลำไส้มีหน้าที่หลักในการควบคุมการเคลื่อนไหวของลำไส้ การย่อยอาหาร และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ขณะที่สมองสร้างเซโรโทนินของตัวเองอีกส่วนหนึ่งเพื่อใช้ควบคุมอารมณ์ การนอนหลับ และความรู้สึก

 

สรุปก็คือ ลำไส้ไม่ได้คิด วิเคราะห์ หรือมีสติแบบสมองของเรา แต่มีเครือข่ายประสาทขนาดใหญ่ที่สามารถจัดการงานของตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง และยังสื่อสารกับสมองอยู่ตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่นักวิทยาศาสตร์จะเรียกมันว่า 'สมองที่สองของร่างกาย' เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในท้อง อาจส่งผลต่อความรู้สึกและคุณภาพชีวิตของเราได้มากกว่าที่หลายคนเคยคิด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันเปิดสูตร 5 ค็อกเทลคลาสสิก เสน่ห์เหนือกาลเวลาจุดเริ่มต้นของกลิ่นตัว ไม่ได้อยู่ที่เหงื่อ แต่อยู่ที่แบคทีเรียชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิดเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงสองลำชนกันกลางอากาศ4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ไม่ถึง 30 สาขาส่องมูลค่าทรัพย์สินของ "ลิซ่า" เน็ตไอดอลระดับโลกทำไมอาหารเหนือถึงไม่ค่อยดัง? ทั้งที่อร่อยไม่แพ้อาหารไทยภาคอื่นงานจ้างเหมา ทำงานคล้ายพนักงาน แต่สถานะและสิทธิอาจต่างกันย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่าง10 โครงการอสังหาริมทรัพย์ร้างที่ใช้งบมหาศาลที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ย้อนวันวาน 5 ของเช่าเคยฮิต ก่อนเทคโนโลยีเปลี่ยนทุกอย่างประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก10 โครงการอสังหาริมทรัพย์ร้างที่ใช้งบมหาศาลที่สุดในไทยจุดเริ่มต้นของกลิ่นตัว ไม่ได้อยู่ที่เหงื่อ แต่อยู่ที่แบคทีเรียเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงสองลำชนกันกลางอากาศมหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
น้ำยาหล่อเย็นรถยนต์มีหลายสี สีไหนดีกว่ากัน แล้วสีบอกอะไรได้บ้าง?10 โครงการอสังหาริมทรัพย์ร้างที่ใช้งบมหาศาลที่สุดในไทยจุดเริ่มต้นของกลิ่นตัว ไม่ได้อยู่ที่เหงื่อ แต่อยู่ที่แบคทีเรียซื้อรถมือหนึ่งหรือมือสอง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
ตั้งกระทู้ใหม่