หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สีชมพูไม่มีอยู่จริงในสเปกตรัมแสง แล้วเรามองเห็นมันได้อย่างไร?

เขียนโดย ยายขี้บ่น

สีชมพูที่เราคุ้นเคย อาจเป็นหนึ่งในสีที่สมอง "ประดิษฐ์" ขึ้นมาเอง

เวลามองสายรุ้ง เราจะเห็นสีเรียงต่อกันตั้งแต่แดง ไล่ไปจนถึงม่วง แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะไม่มีช่วงไหนที่เป็นสีชมพูเลย ทั้งที่สีชมพูกลับอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ เสื้อผ้า หรือแสงไฟจากป้ายร้านต่างๆ เรื่องนี้ทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะในทางฟิสิกส์ สีชมพูไม่ได้มีตำแหน่งเฉพาะของตัวเองอยู่ในสเปกตรัมของแสงธรรมชาติ

 

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

แสงแต่ละสีเกิดจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน สีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุดในกลุ่มแสงที่ตามองเห็น ส่วนสีม่วงมีความยาวคลื่นสั้นที่สุด เมื่อเรียงตามลำดับจะเป็นแถบต่อเนื่อง ไม่มีช่วงใดที่เรียกว่า "สีชมพู" เพราะไม่มีความยาวคลื่นเดี่ยวที่ให้ผลเป็นสีนี้


สีชมพูจึงไม่ใช่แสงสีเดี่ยว แต่เป็นผลจากการตีความของสมอง

เมื่อดวงตาได้รับแสงสีแดงและแสงสีน้ำเงินหรือม่วงพร้อมกัน เซลล์รับสีในจอประสาทตาจะส่งสัญญาณไปยังสมอง ปัญหาคือสีแดงกับสีม่วงอยู่คนละปลายของสเปกตรัม จึงไม่มีสีจริงที่เชื่อมทั้งสองเข้าหากัน สมองจึงสร้างประสบการณ์ของสีใหม่ขึ้นมาเพื่อเติมช่องว่างนั้น ซึ่งก็คือสีชมพูหรือกลุ่มสีแมเจนตานั่นเอง

 

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าสีชมพูเป็นภาพลวงตา เพราะเรามองเห็นมันจริง และสามารถแยกแยะจากสีอื่นได้อย่างชัดเจน เพียงแต่สิ่งที่เราเห็นไม่ได้เกิดจากคลื่นแสงความยาวคลื่นเดียว แต่เกิดจากการประมวลผลของระบบการมองเห็นที่รวมข้อมูลหลายช่วงคลื่นเข้าด้วยกัน

 

หลักการเดียวกันนี้อธิบายได้ว่าทำไมหน้าจอโทรศัพท์ โทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์ที่มีเพียงแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน จึงสามารถสร้างสีได้หลายล้านเฉด รวมถึงสีชมพูด้วย ทั้งหมดเกิดจากการผสมแสงในสัดส่วนต่างๆ แล้วปล่อยให้สมองเป็นผู้แปลผล

 

นี่คือเหตุผลที่ทำให้สีชมพูกลายเป็นตัวอย่างยอดนิยมของคำว่า "สีที่สมองสร้างขึ้น" มันสะท้อนให้เห็นว่าการมองเห็นของมนุษย์ไม่ใช่การรับข้อมูลจากธรรมชาติตรงๆ แต่เป็นการตีความข้อมูลที่ดวงตาส่งมาอีกชั้นหนึ่ง โลกที่เราเห็นจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแสงเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีที่สมองเลือกประกอบภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เราเรียกว่า "สี" อีกด้วย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด"โลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด" — เปิดใจ 'คริสติน่า พิเมโนวา' อดีตเด็กหญิงที่ถูกขนานนามว่า "สวยที่สุดในโลก" ในวัย 20 ปีเปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)อยากขับ BTS–MRT เงินเดือนเท่าไหร่ ทำไมไม่มีตัวเลขเดียวเลขเด็ด "ปฏิทินท่านท้าวเวสสุวรรณ" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..เลขเด่นมาแรง!!บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จอัปเดตคดี “ฮลุน โซโล่” ตำรวจจอร์เจียยังไม่คืนมือถือ-โน้ตบุ๊ก-กล้อง! พี่ชายเผยยังไม่ชันสูตร หาสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เจาะดวงการงานสิงหาคม 2569! เปิดราศีสุดปังงานเด่นขั้นสุด พร้อมเคล็ดลับเสริมดวงรวงทองประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกเปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?ส่องมูลค่าทรัพย์สินของ "ลิซ่า" เน็ตไอดอลระดับโลกโค้งสุดท้าย งวด 1 สิงหาคม 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เพชรแท้ทำไมไม่ค่อยปรากฏในภาพฟิล์มเอกซเรย์? เรื่องจริงที่หลายคนเพิ่งเคยรู้ปัจจุบันกาลอาจไม่มีอยู่จริง เพราะสิ่งที่สมองรับรู้ล้วนเป็นอดีตที่เพิ่งผ่านไปเสี้ยววินาทีทำไมเลข 0 ถึงไม่มีตัวแทนอยู่ในระบบเลขโรมันทำไมซิปกระเป๋าและกางเกงทั่วโลกถึงมีคำว่า YKK ติดอยู่แทบทุกตัว? เบื้องหลังบริษัทญี่ปุ่นที่ครองตลาดซิปโลก
ตั้งกระทู้ใหม่