เขียนสัญญากู้ยืมเงินอย่างไร ให้มีผลตามกฎหมาย? สิ่งที่ผู้ให้กู้และผู้กู้ควรรู้ก่อนเซ็นชื่อ
หลายคนเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
เพื่อนสนิทโทรมาขอยืมเงิน ญาติบอกว่ามีเรื่องจำเป็นต้องใช้ด่วน หรือคนรู้จักมาขอความช่วยเหลือด้วยความไว้ใจ
หลายครั้ง การให้ยืมเงินจบลงด้วยคำพูดง่าย ๆ ว่า
"เดี๋ยวคืนให้"
"เชื่อใจกันอยู่แล้ว"
"ไม่ต้องทำสัญญาหรอก"
แต่เมื่อถึงเวลานัด ผู้กู้กลับเลื่อนการชำระ บางคนหายเงียบ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หรือปฏิเสธว่าไม่เคยกู้เงินเลย
เมื่อเรื่องขัดแย้งเดินทางมาถึงศาล หลายคนจึงเพิ่งรู้ว่า การพิสูจน์การกู้ยืมเงินไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีหลักฐานที่กฎหมายรับรอง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "สัญญากู้ยืมเงิน" มีความสำคัญ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจกัน แต่เพื่อปกป้องสิทธิของทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ หากเกิดปัญหาในอนาคต
สัญญากู้ยืมเงินคืออะไร
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญากู้ยืมเงิน คือ ข้อตกลงที่ผู้ให้กู้ส่งมอบเงินให้แก่ผู้กู้ และผู้กู้ตกลงว่าจะคืนเงินจำนวนเดียวกันตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ หรือคืนเมื่อผู้ให้กู้ทวงถาม หากไม่ได้กำหนดวันชำระไว้
กล่าวให้เข้าใจง่าย คือ เมื่อมีการส่งมอบเงินและอีกฝ่ายตกลงจะคืน ก็ถือว่าความสัมพันธ์ทางกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม การมีสิทธิเรียกร้องกับการพิสูจน์สิทธิในศาล เป็นคนละเรื่องกัน
ทุกการกู้ยืมต้องทำสัญญาหรือไม่
คำตอบคือ ไม่จำเป็นทุกกรณี
กฎหมายไทยไม่ได้บังคับว่าการกู้ยืมเงินทุกจำนวนต้องทำเป็นสัญญา
แต่มีหลักเกณฑ์สำคัญที่หลายคนมักเข้าใจผิด คือ
หากเป็นการกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป การฟ้องร้องเพื่อบังคับให้ชำระหนี้จะต้องมี "หลักฐานเป็นหนังสือ" ที่ผู้กู้ลงลายมือชื่อไว้
หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว แม้ว่าจะมีการให้ยืมเงินจริง ผู้ให้กู้อาจประสบปัญหาในการพิสูจน์สิทธิของตนในชั้นศาล
ดังนั้น แม้จะเป็นการให้ยืมระหว่างพี่น้อง ญาติ หรือเพื่อนสนิท การทำหลักฐานไว้ตั้งแต่ต้นย่อมปลอดภัยกว่า
หลักฐานเป็นหนังสือ หมายถึงอะไร
หลายคนเข้าใจว่า ต้องเป็นสัญญาที่พิมพ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น
ความจริงแล้ว กฎหมายไม่ได้กำหนดรูปแบบตายตัว
หลักฐานเป็นหนังสืออาจเป็น
สัญญากู้ยืมเงิน
หนังสือรับสภาพหนี้
หนังสือรับเงิน
เอกสารที่ผู้กู้ลงลายมือชื่อรับว่าได้รับเงินกู้
ในบางกรณี ข้อความอิเล็กทรอนิกส์หรือเอกสารดิจิทัลที่สามารถพิสูจน์ตัวตนและเจตนาของคู่สัญญาได้ อาจมีน้ำหนักเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่รายละเอียดของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลยพินิจของศาล
ดังนั้น หากทำเป็นเอกสารที่ชัดเจนตั้งแต่แรก ย่อมลดปัญหาในการพิสูจน์ได้มากที่สุด
สัญญากู้ยืมเงินที่ดี ควรมีอะไรบ้าง
แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดแบบฟอร์มตายตัว แต่ข้อมูลสำคัญที่ควรระบุ ได้แก่
1. วัน เดือน ปี ที่ทำสัญญา
ควรระบุวันที่ให้ชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับการนับกำหนดชำระหนี้ และอายุความในการฟ้องร้อง
2. รายละเอียดของคู่สัญญา
ระบุชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ให้ครบถ้วน
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายหลัง การมีข้อมูลเดิมที่ชัดเจนจะช่วยในการติดตามตัวได้
3. จำนวนเงินกู้
ควรเขียนทั้งตัวเลขและตัวอักษร เช่น
100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
เพื่อลดโอกาสการแก้ไขตัวเลขภายหลัง
4. วันส่งมอบเงิน
ควรระบุว่า ผู้กู้ได้รับเงินเมื่อใด และได้รับครบจำนวนแล้วหรือไม่
หากโอนผ่านธนาคาร ควรระบุเลขที่บัญชี วันและเวลาที่โอน พร้อมเก็บสลิปไว้ประกอบสัญญา
5. กำหนดวันชำระหนี้
ควรระบุให้ชัดเจนว่า
คืนครั้งเดียว
ผ่อนชำระเป็นงวด
หรือคืนเมื่อผู้ให้กู้ทวงถาม
หากมีการผ่อน ควรระบุจำนวนเงินและวันที่ต้องชำระในแต่ละงวดให้ครบ
6. ดอกเบี้ย
หากตกลงคิดดอกเบี้ย ต้องระบุอัตราไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
สำหรับการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไป กฎหมายกำหนดให้คิดดอกเบี้ยตามสัญญาได้ไม่เกิน 15% ต่อปี
หากตกลงกันไว้สูงกว่านี้ ส่วนที่เกินจากอัตราที่กฎหมายกำหนดจะไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย และในบางกรณี ผู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราอาจมีความรับผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง
กู้เงิน 50,000 บาท
คิดดอกเบี้ย 10% ต่อปี ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาต
หากตกลงคิดดอกเบี้ย 20% ต่อปี ส่วนที่เกินจาก 15% ต่อปีจะไม่สามารถบังคับเรียกได้ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ข้อจำกัดดังกล่าวใช้กับการกู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไป ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยของธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ
7. ลายมือชื่อของผู้กู้
ส่วนนี้สำคัญที่สุด
เพราะกฎหมายกำหนดให้หลักฐานเป็นหนังสือต้องมี ลายมือชื่อของผู้กู้ จึงจะใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องได้
แม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้ผู้ให้กู้ลงลายมือชื่อ แต่เพื่อความสมบูรณ์ของเอกสาร ควรลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย
8. พยานจำเป็นหรือไม่
กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าสัญญากู้ยืมเงินต้องมีพยานเสมอไป
อย่างไรก็ตาม หากมีพยานลงลายมือชื่อไว้ด้วย ก็อาจช่วยยืนยันข้อเท็จจริงได้ หากภายหลังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการทำสัญญาหรือการลงลายมือชื่อ
หลักฐานการโอนเงิน สำคัญไม่แพ้ตัวสัญญา
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อมีสัญญากู้ยืมเงินแล้ว ทุกอย่างก็จบ
แต่ในทางปฏิบัติ หากเกิดข้อพิพาท ศาลอาจพิจารณาด้วยว่า "มีการส่งมอบเงินกู้จริงหรือไม่"
ดังนั้น หากสามารถโอนเงินผ่านธนาคารได้ ควรเลือกวิธีนี้มากกว่าการจ่ายเป็นเงินสด เพราะจะมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เช่น
สลิปการโอนเงิน
รายการเดินบัญชี (Statement)
ข้อความแจ้งเตือนการโอนเงิน
หลักฐานการรับเงินจากผู้กู้
ตัวอย่างเช่น
นาย ก. ทำสัญญาให้ นาย ข. กู้เงิน 200,000 บาท พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีของนาย ข. ในวันเดียวกัน
หากภายหลังนาย ข. ปฏิเสธว่าไม่เคยได้รับเงิน สัญญากู้ยืมประกอบกับหลักฐานการโอนเงิน จะช่วยยืนยันได้ว่ามีการส่งมอบเงินเกิดขึ้นจริง
ในทางกลับกัน หากจ่ายเป็นเงินสดโดยไม่มีพยานหรือหลักฐานใด ๆ การพิสูจน์ข้อเท็จจริงอาจทำได้ยากกว่ามาก
ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่
คำถามนี้ทำให้หลายคนสับสน เพราะเคยได้ยินว่าสัญญาบางประเภทต้องติดอากรแสตมป์
สำหรับ สัญญากู้ยืมเงินโดยทั่วไป ไม่ใช่เอกสารที่ต้องติดอากรแสตมป์ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ของกฎหมายไทย
ดังนั้น การที่สัญญาไม่ได้ติดอากรแสตมป์ ไม่ได้ทำให้สัญญาเป็นโมฆะหรือใช้ฟ้องร้องไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หากมีการทำเอกสารประเภทอื่นร่วมด้วย เช่น ตราสารหรือเอกสารบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ ควรตรวจสอบข้อกำหนดเพิ่มเติม
หากผู้กู้คืนเงินบางส่วน ควรทำอย่างไร
หลายคนคิดว่า เมื่อผู้กู้ทยอยคืนเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องทำหลักฐาน
แต่ในความเป็นจริง ควรบันทึกไว้ทุกครั้ง เช่น
จำนวนเงินที่ชำระ
วันที่ชำระ
เงินต้นคงเหลือ
ดอกเบี้ย (ถ้ามี)
ลายมือชื่อผู้รับเงิน หรือหลักฐานการโอน
การทำเช่นนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้งในอนาคตว่าได้ชำระไปแล้วเท่าใด
ถ้าผู้กู้ไม่คืนเงิน ควรเริ่มต้นอย่างไร
เมื่อครบกำหนดแล้วผู้กู้ยังไม่ชำระหนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือ
ติดต่อทวงถามด้วยความสุภาพ
เก็บหลักฐานการติดต่อไว้ เช่น ข้อความ อีเมล หรือหนังสือทวงถาม
หากยังไม่ได้รับการชำระ อาจส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ
หากไม่สามารถตกลงกันได้ จึงพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย
การมีสัญญากู้ยืม หลักฐานการโอนเงิน และหลักฐานการทวงถาม จะช่วยให้การดำเนินคดีมีความชัดเจนมากขึ้น
อายุความในการฟ้องคดี
สิทธิในการฟ้องร้องไม่ได้มีตลอดไป
โดยทั่วไป การเรียกร้องหนี้เงินกู้มี อายุความ 10 ปี นับแต่วันที่สิทธิเรียกร้องอาจบังคับได้ เช่น วันที่ครบกำหนดชำระหนี้ตามสัญญา
หากปล่อยให้พ้นกำหนดอายุความ ลูกหนี้สามารถยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้คดีได้ ซึ่งอาจทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถบังคับชำระหนี้ผ่านศาลได้
ดังนั้น หากเกิดปัญหา ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเกินความจำเป็น
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย
จากข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินกู้ สิ่งที่มักพบเป็นประจำ ได้แก่
ให้ยืมเงินเพราะความสนิท โดยไม่ทำหลักฐาน
ระบุจำนวนเงินไม่ชัดเจน
ไม่มีลายมือชื่อของผู้กู้
แก้ไขข้อความในสัญญาโดยไม่ลงลายมือชื่อกำกับ
ไม่เก็บสลิปหรือหลักฐานการโอนเงิน
คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
เมื่อมีการคืนเงินบางส่วน ไม่ได้บันทึกไว้
ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญในชั้นศาลได้
แล้วควรใช้แบบฟอร์มจากอินเทอร์เน็ตหรือไม่
ปัจจุบันมีตัวอย่างสัญญากู้ยืมเงินเผยแพร่อยู่จำนวนมาก ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางได้
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาสอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบัน และเหมาะกับลักษณะของการกู้ยืมแต่ละกรณี เพราะสัญญาที่ใช้ได้กับกรณีหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกกรณีหนึ่ง
หากเป็นการกู้ยืมเงินจำนวนมาก หรือมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น มีผู้ค้ำประกัน มีหลักประกัน หรือมีการผ่อนชำระหลายงวด การปรึกษาทนายความก่อนลงนามย่อมช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่า
สัญญากู้ยืมเงินไม่ได้มีไว้เพียงเพราะความไม่ไว้ใจ แต่มีไว้เพื่อสร้างความชัดเจน
เมื่อทุกอย่างยังเป็นไปด้วยดี เอกสารอาจดูไม่มีความสำคัญ แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น มันอาจกลายเป็นหลักฐานที่มีค่าที่สุดในการคุ้มครองสิทธิของทั้งสองฝ่าย
การระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน การเก็บหลักฐานการรับส่งเงิน การกำหนดเงื่อนไขอย่างชัดเจน และการปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาได้ดีที่สุด
เพราะในโลกของกฎหมาย ความจริงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานที่น่าเชื่อถือ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงินตามกฎหมายไทย โดยอ้างอิงหลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่จัดทำ บทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ หากมีข้อพิพาทหรือธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาทางกฎหมายก่อนดำเนินการ
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
สรุปเหตุการณ์คดีสะเทือนขวัญ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ที่ถูกทำร้ายและนำศพไปฝังอำพราง
ตำนานแคล้วคลาดสู่ร่ำรวย! ท้าวเวสสุวรรณ ป้องกันภัยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ส่องเลขเด็ดงวด 1 ส.ค. 69
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)
เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจ
คนโบราณซักผ้ายังไง ก่อนมีผงซักฟอก เขาใช้อะไรซักผ้า ?
อยากขับ BTS–MRT เงินเดือนเท่าไหร่ ทำไมไม่มีตัวเลขเดียว
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
เปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?
เผย 10 อันดับ "ขนมไทย" ที่โดนใจชาวต่างชาติมากที่สุด..อันดับ 1 ไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง!
ด้านมืดประเทศจอร์เจีย ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้
รายได้แดนเซอร์หมอลำซิ่ง
