กินโปรตีนเยอะ ไตพังจริงไหม? คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกคน
กินโปรตีนเยอะ ไตพังจริงไหม? คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกคน
กระแสการดูแลสุขภาพและสร้างกล้ามเนื้อทำให้หลายคนเพิ่มโปรตีนในแต่ละวัน ทั้งจากอกไก่ ไข่ นม ถั่ว หรือโปรตีนเสริม จนเกิดคำถามตามมาว่า กินโปรตีนเยอะแล้วไตจะเสื่อมหรือไม่
คำตอบคือ สำหรับคนที่ไตทำงานปกติ การกินโปรตีนสูงกว่าค่าพื้นฐานในระดับที่เหมาะกับกิจกรรม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้ไตเสื่อมโดยตรง แต่คำตอบนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังหรือค่าการทำงานของไตผิดปกติ
ข้อมูลจากสำนักงานอาหารเสริมแห่งสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า งานศึกษาในคนสุขภาพดีซึ่งกินโปรตีนประมาณ 2–3 เท่าของค่ามาตรฐานเป็นเวลาหลายเดือน ไม่พบว่าทำให้การทำงานของไตแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต หรือทำให้ขาดน้ำ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าการกินโปรตีนสูงมากโดยไม่จำกัดปริมาณจะปลอดภัยสำหรับทุกคนในระยะยาว
ทำไมคนถึงเชื่อว่าโปรตีนทำร้ายไต?
เมื่อร่างกายย่อยโปรตีน จะเกิดของเสียจากกระบวนการเผาผลาญ เช่น ยูเรีย ซึ่งต้องขับออกทางไต หลังมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง ไตจึงอาจเพิ่มอัตราการกรองเลือดเพื่อจัดการของเสียเหล่านี้
แต่การที่ไตทำงานเพิ่มขึ้น ไม่ได้แปลว่าไตกำลังเสียหายโดยอัตโนมัติ ในคนที่ไตปกติ ร่างกายสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือผู้ที่มีเนื้อไตเสียหายอยู่ก่อนแล้ว เพราะภาระการกรองที่เพิ่มขึ้นอาจไม่เหมาะกับสภาพไตของแต่ละคน
คนทั่วไปควรกินโปรตีนเท่าไร?
ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว อายุ กิจกรรม เป้าหมายการออกกำลังกาย และสุขภาพโดยรวม
สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดี ค่ามาตรฐานอ้างอิงอยู่ที่ประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำหรือต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ อาจต้องการประมาณ 1.2–2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ตัวอย่างเช่น คนหนัก 70 กิโลกรัมอาจต้องการโปรตีนประมาณ 56 กรัมต่อวันตามค่าพื้นฐาน หรือประมาณ 84–140 กรัมต่อวันหากออกกำลังกายหนักและมีเป้าหมายด้านกล้ามเนื้อ
ตัวเลขเหล่านี้ต้องนับโปรตีนจากอาหารทุกชนิดรวมกัน ไม่ใช่นับเฉพาะโปรตีนเชค เนื้อสัตว์ 100 กรัมก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโปรตีน 100 กรัม เพราะน้ำหนักส่วนหนึ่งเป็นน้ำ ไขมัน และองค์ประกอบอื่นของอาหาร
แล้วกินโปรตีนมากเกินไปอันตรายไหม?
แม้คนไตปกติจะสามารถกินโปรตีนสูงขึ้นได้ แต่การกินเกินความต้องการต่อเนื่องก็ไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่มเสมอไป และอาจทำให้เกิดปัญหาจากรูปแบบการกินโดยรวม เช่น
-
ได้รับพลังงานมากเกินจนมีน้ำหนักเพิ่ม
-
กินผัก ผลไม้ หรืออาหารที่มีใยอาหารลดลง
-
ได้รับสารอาหารไม่หลากหลาย
-
มีอาการแน่นท้อง ท้องผูก หรือไม่สบายท้องในบางคน
-
ได้รับโซเดียม ไขมันอิ่มตัว หรือน้ำตาลมากเกินไป ขึ้นอยู่กับแหล่งโปรตีนที่เลือก
ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำว่า “โปรตีน” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ปริมาณ แหล่งอาหาร และความสมดุลของอาหารทั้งวันด้วย
คนกลุ่มไหนควรระวังโปรตีนสูง?
ผู้ที่มี โรคไตเรื้อรัง ไม่ควรเพิ่มโปรตีนเองโดยอาศัยสูตรของคนออกกำลังกายทั่วไป แนวทาง KDIGO ปี 2024 แนะนำให้ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไตเรื้อรังระยะ G3–G5 รักษาปริมาณโปรตีนไว้ราว 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และหลีกเลี่ยงการกินเกิน 1.3 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวันในผู้ที่เสี่ยงโรคลุกลาม
อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามระยะของโรค ภาวะโภชนาการ และการรักษา ผู้ป่วยที่ฟอกไตอาจต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ป่วยที่ยังไม่ได้ฟอกไต จึงควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารวางแผนเฉพาะบุคคล
ผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ประวัติครอบครัวเป็นโรคไต หรือเคยตรวจพบค่าครีอะตินินผิดปกติ ควรตรวจสุขภาพไตก่อนเริ่มกินโปรตีนสูง เพราะคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงโรคไตมากกว่าคนทั่วไป
อย่ารอให้มีอาการแล้วจึงตรวจไต
โรคไตระยะแรกมักไม่มีอาการ หลายคนไม่รู้ว่าการทำงานของไตลดลงจนกว่าจะตรวจเลือดและปัสสาวะ การประเมินที่ใช้ทั่วไปคือค่า eGFR เพื่อดูความสามารถในการกรองเลือด และค่า UACR เพื่อตรวจอัลบูมินที่รั่วออกมาในปัสสาวะ
หากมีอาการบวมบริเวณขา เท้า รอบดวงตา เหนื่อยผิดปกติ ปัสสาวะลดลง หรือปัสสาวะเป็นฟองมากต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรใช้ลักษณะของปัสสาวะเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าตนเองเป็นโรคไต
ความเชื่อที่ว่า กินโปรตีนเยอะแล้วไตพังทุกคน จึงไม่ถูกต้อง สำหรับคนที่ไตปกติ การกินโปรตีนให้เหมาะกับน้ำหนักตัวและกิจกรรมยังทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนกินให้มากที่สุด
สิ่งสำคัญคือเลือกแหล่งโปรตีนให้หลากหลาย กินอาหารให้สมดุล และตรวจสุขภาพเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เพราะโปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญต่อร่างกาย แต่เหมือนทุกอย่างในชีวิต มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็อาจไม่เหมาะได้
REFERENCES:
https://ods.od.nih.gov/factsheets/ExerciseAndAthleticPerformance-HealthProfessional/
https://kdigo.org/wp-content/uploads/2024/03/KDIGO-2024-CKD-Guideline.pdf
https://www.niddk.nih.gov/health-information/kidney-disease/chronic-kidney-disease-ckd/tests-diagnosis
https://www.niddk.nih.gov/health-information/kidney-disease/chronic-kidney-disease-ckd/healthy-eating-adults-chronic-kidney-disease
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.
8 นาทีหลังดวงอาทิตย์หายไป โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/69
ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
นินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/69
ผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?
นินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.
ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?
10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลก



