หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกรปฟรุตกับยาประจำตัวมีผลต่อกันจริงแค่ไหน

เขียนโดย preechalcpd

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

เกรปฟรุตสีชมพูมักถูกวางไว้บนโต๊ะอาหารในฐานะผลไม้รสเปรี้ยวสดชื่น บางคนกินคู่กับมื้อเช้า บางคนดื่มเป็นน้ำผลไม้หลังออกกำลังกาย และบางคนเลือกเพราะเชื่อว่าช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี เมื่อมองเผินๆ มันก็เป็นเพียงผลไม้ที่มีวิตามินซีและโพแทสเซียม ไม่ได้ดูเกี่ยวข้องกับยาที่วางอยู่ข้างกันเลย

คำเตือนนี้มีส่วนจริง แต่ไม่ควรตีความว่าเกรปฟรุตห้ามกินคู่กับยาทุกชนิด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่าเกรปฟรุตและน้ำเกรปฟรุตมีปฏิกิริยากับยากินบางรายการ บางชนิดอาจเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้นจนเกิดผลข้างเคียงรุนแรง ขณะที่ยาบางตัวกลับถูกดูดซึมได้น้อยลง ความเสี่ยงจึงต้องดูจากชื่อยา ปริมาณผลไม้ และลักษณะเฉพาะของแต่ละคน

กลไกที่ทำให้ระดับยาเปลี่ยน

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่วิตามินซี แต่เกี่ยวข้องกับสารธรรมชาติกลุ่มฟูราโนคูมาริน หรือ furanocoumarins ในเกรปฟรุต สารกลุ่มนี้ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ที่ผนังลำไส้เล็ก ซึ่งปกติช่วยสลายยาบางชนิดก่อนยาเข้าสู่กระแสเลือด

เมื่อเอนไซม์ทำงานลดลง ยาที่ควรถูกสลายบางส่วนอาจเข้าสู่เลือดมากขึ้นและอยู่ในร่างกายนานขึ้น คนที่กินยาเท่าเดิมตามใบสั่งจึงอาจได้รับตัวยาในระดับสูงกว่าที่แพทย์คาดไว้ ผลที่ตามมาอาจเป็นผลข้างเคียงหรือพิษจากยา ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเกิดภาวะยาเกินขนาดทันที

หลักฐานที่อธิบายบทบาทของฟูราโนคูมารินได้ชัดเจนมาจากการทดลองแบบไขว้ในอาสาสมัครสุขภาพดี 18 คน ผู้วิจัยเปรียบเทียบน้ำเกรปฟรุตปกติปริมาตร 240 มิลลิลิตรกับน้ำเกรปฟรุตชนิดเดียวกันที่กำจัดฟูราโนคูมารินออกมากกว่า 98 เปอร์เซ็นต์ โดยให้รับประทานร่วมกับยา felodipine ผลพบว่าน้ำเกรปฟรุตปกติเพิ่มการได้รับยาเข้าสู่ร่างกาย แต่น้ำที่กำจัดสารนี้ออกไม่ทำให้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นหลักฐานเฉพาะกับ felodipine และไม่ควรนำไปเหมารวมว่ายาทุกตัวจะตอบสนองเหมือนกัน

ตัวอย่างยาที่ควรเช็กกับเภสัชกร

FDA ยกตัวอย่างยากินบางรายการที่อาจมีปฏิกิริยากับเกรปฟรุตไว้หลายกลุ่ม เช่น

• ยาลดคอเลสเตอรอลบางชนิด เช่น simvastatin และ atorvastatin หากระดับยาเพิ่มขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตับและกล้ามเนื้อ ในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่ไตวาย

• ยาลดความดันบางชนิด เช่น nifedipine ซึ่งอาจทำให้ระดับยาและผลต่อความดันเปลี่ยนไป

• ยากดภูมิคุ้มกัน cyclosporine ยาควบคุมจังหวะหัวใจ amiodarone และยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคลำไส้อักเสบหรือโรควิตกกังวล

ส่วนยาแก้แพ้ fexofenadine เป็นตัวอย่างที่ผลอาจกลับทิศทาง น้ำเกรปฟรุตอาจทำให้ยานี้เข้าสู่กระแสเลือดน้อยลง จนควบคุมอาการแพ้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร น้ำส้มและน้ำแอปเปิลก็อาจมีผลต่อการดูดซึมของยานี้เช่นกัน จึงมีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรับประทานพร้อมน้ำผลไม้บางชนิด

ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า คำเตือนว่าเกรปฟรุตทำให้ยาทุกชนิดกลายเป็นพิษนั้นไม่ถูกต้อง ยาบางตัวมีระดับสูงขึ้น บางตัวมีระดับลดลง และยาหลายรายการก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาที่มีนัยสำคัญกับผลไม้ชนิดนี้

เช็กอย่างไรให้ปลอดภัย

• อ่านเอกสารกำกับยาและดูชื่อสามัญของยาที่ใช้อยู่ ไม่ควรตัดสินจากคำว่าเป็นยาลดความดันหรือยาลดไขมันเพียงอย่างเดียว

• ถามแพทย์หรือเภสัชกรตรงๆ ว่ายาตัวนั้นรับประทานร่วมกับเกรปฟรุตหรือน้ำเกรปฟรุตได้หรือไม่ พร้อมแจ้งยาทุกชนิด วิตามิน และอาหารเสริมที่ใช้

• ถ้าฉลากยาระบุให้หลีกเลี่ยงเกรปฟรุต ให้หลีกเลี่ยงทั้งผลไม้และน้ำผลไม้ และถามต่อว่าส้มเซบียา ส้มโอ หรือแทงเจอโลมีข้อควรระวังแบบเดียวกันหรือไม่

• อย่าหยุดยา ลดขนาดยา หรือเพิ่มยาเองเพียงเพราะเห็นคำเตือนในสื่อ หากเผลอกินไปแล้ว ให้ติดต่อเภสัชกรหรือสถานพยาบาลเพื่อประเมินตามชื่อยาและปริมาณที่รับประทาน

หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทานร่วมกัน เช่น หน้ามืดมาก ใจสั่น เป็นลม กล้ามเนื้อปวดหรืออ่อนแรงผิดปกติ หรือมีอาการแพ้รุนแรง ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที โดยนำชื่อยาและเวลาที่กินไปด้วย

คำเตือนที่ควรจำให้ตรงกับหลักฐาน

เกรปฟรุตไม่ใช่ผลไม้ต้องห้ามสำหรับทุกคน และคำว่าอาจถึงตายไม่ควรนำมาใช้เหมารวมกับยาประจำตัวทุกชนิด แต่ปฏิกิริยาระหว่างเกรปฟรุตกับยาบางรายการเกิดขึ้นได้จริง เพราะผลไม้สามารถเปลี่ยนระดับยาในกระแสเลือด ไม่ใช่เพราะเกรปฟรุตมีพิษในตัวเอง

คนที่กินยาประจำไม่จำเป็นต้องเลิกกินเกรปฟรุตโดยเดาเอง แต่ควรตรวจชื่อยาและถามเภสัชกรก่อน หากยาตัวนั้นมีคำเตือน การงดเกรปฟรุตตามคำแนะนำจะปลอดภัยกว่า ส่วนคนที่ไม่ได้ใช้ยากลุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรตื่นตระหนกจากข้อความที่บอกว่าผลไม้ชนิดนี้อันตรายกับทุกคน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 32 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการเสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรทำไมธนาคารชาติทั่วโลกถึงแห่ “กว้านซื้อทองคำ” มากที่สุดในประวัติศาสตร์? สัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจโลกที่คนธรรมดาต้องรู้!ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทยทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
งานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนEchoNext ช่วยคัดกรองโรคโครงสร้างหัวใจจาก ECG อย่างไรเบคอนนิ่มเกี่ยวข้องกับพยาธิในสมองได้อย่างไรทำไมมนุษย์ยังมีอวัยวะที่ดูเหมือนไม่จำเป็นหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ?
ตั้งกระทู้ใหม่