หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เส้นแบ่งแบบไหนถึงเรียกว่าการบุลลี

เขียนโดย nattawat25800

คำว่า “บุลลี” ถูกใช้กันกว้างมากจนบางครั้งการแซวเพียงประโยคเดียวก็ถูกเรียกว่าบุลลี ขณะเดียวกัน คนที่ถูกทำร้ายซ้ำ ๆ กลับได้รับคำตอบว่า “คิดมากไปเอง เขาแค่ล้อเล่น” เส้นแบ่งจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าคนพูดหัวเราะหรือใช้คำแรงแค่ไหน แต่อยู่ที่รูปแบบของการกระทำ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และผลที่เกิดกับคนซึ่งตกเป็นเป้า

หลักที่ใช้แยกการบุลลีออกจากเหตุการณ์ทั่วไปมักมีองค์ประกอบสำคัญสามอย่าง หนึ่ง เป็นพฤติกรรมที่อีกฝ่ายไม่ต้องการและก่อความเจ็บปวด อับอาย หวาดกลัว หรือเสียหาย สอง มีความได้เปรียบเสียเปรียบด้านอำนาจ และสาม พฤติกรรมนั้นเกิดซ้ำหรือมีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดซ้ำอีก

อำนาจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกำลังร่างกายเท่านั้น คนตัวเล็กกว่าก็สามารถบุลลีคนตัวใหญ่กว่าได้ หากมีเพื่อนมากกว่า มีตำแหน่งสูงกว่า เป็นที่นิยมกว่า ถือข้อมูลลับของอีกฝ่าย ควบคุมโอกาสในการทำงาน หรือสามารถชักนำให้คนทั้งกลุ่มร่วมกันต่อต้านใครบางคน ความได้เปรียบอาจเกิดขึ้นเฉพาะในสถานการณ์หนึ่งและเปลี่ยนไปตามเวลาได้

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ นักเรียนกลุ่มหนึ่งเรียกเพื่อนด้วยฉายาที่เจ้าตัวไม่ชอบทุกวัน คนในกลุ่มช่วยกันหัวเราะ และหากเจ้าตัวโต้ตอบก็ขู่ว่าจะไม่ให้เข้ากลุ่ม แม้ไม่มีใครลงไม้ลงมือ แต่มีทั้งการทำร้ายซ้ำและความได้เปรียบจากจำนวนคน จึงเข้าลักษณะการบุลลีมากกว่าการล้อกันตามปกติ

การแซวกันระหว่างเพื่อนอาจไม่ใช่การบุลลี หากทุกฝ่ายรู้สึกสนุกเท่า ๆ กัน โต้ตอบกันได้อย่างปลอดภัย และหยุดทันทีเมื่อมีคนบอกว่าไม่ชอบ แต่เมื่ออีกฝ่ายแสดงออกว่าอึดอัด ขอให้หยุด เงียบผิดปกติ หรือพยายามหลีกหนี แล้วคนพูดยังทำต่อ คำว่า “ล้อเล่น” ก็ไม่ได้ลบผลของการกระทำนั้น

ประโยคที่ว่า “ถ้าไม่พอใจก็บอกสิ” ฟังดูเหมือนเป็นธรรม แต่คนที่ตกเป็นเป้าอาจไม่กล้าพูด เพราะกลัวถูกทำหนักกว่าเดิม กลัวเสียเพื่อน กลัวกระทบการเรียนหรือการงาน หรือเคยปฏิเสธแล้วไม่มีใครสนใจ การไม่มีคำปฏิเสธออกมาตรง ๆ จึงไม่เท่ากับการยินยอมให้ล้อ โดยเฉพาะเมื่อสีหน้า ท่าที และการหลีกเลี่ยงบอกอยู่แล้วว่าไม่สบายใจ

การบุลลีทางคำพูดไม่ได้มีแค่คำด่า การตั้งฉายา เลียนเสียง ล้อรูปร่าง สีผิว สำเนียง ฐานะ ครอบครัว ความพิการ เพศ หรือเรื่องส่วนตัวที่อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ล้วนทำร้ายได้เช่นกัน บางครั้งถ้อยคำดูสุภาพ แต่จงใจพูดต่อหน้าคนจำนวนมากเพื่อทำให้อีกฝ่ายดูด้อยหรือกลายเป็นตัวตลก

การบุลลีทางร่างกายรวมถึงการผลัก ตบ เตะ ขวางทาง แกล้งชน ดึงเก้าอี้ ซ่อนของ ทำลายของ หรือใช้ท่าทางคุกคาม ไม่จำเป็นต้องบาดเจ็บรุนแรงจึงจะนับว่าเป็นปัญหา หากทำซ้ำเพื่อแสดงอำนาจหรือทำให้อีกฝ่ายกลัว ก็มีลักษณะของการบุลลีชัดเจน

การบุลลีทางสังคมมักมองเห็นยากกว่า เพราะไม่มีบาดแผลและอาจไม่มีคำด่าตรง ๆ เช่น จงใจกีดกันคนคนเดียวออกจากกิจกรรม สั่งคนอื่นไม่ให้คุยด้วย ปล่อยข่าวลือ เปิดเผยความลับ ทำให้อับอายต่อหน้ากลุ่ม หรือแกล้งทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีตัวตน การไม่ชวนใครไปงานหนึ่งครั้งอาจเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่ถ้ารวมกลุ่มกันกีดกันซ้ำ ๆ เพื่อทำให้คนนั้นโดดเดี่ยว เรื่องก็เปลี่ยนไป

ในที่ทำงาน การบุลลีอาจมาในรูปแบบมอบหมายงานที่เป็นไปไม่ได้เพื่อให้ล้มเหลว จงใจไม่ส่งข้อมูลที่จำเป็น ตำหนิต่อหน้าคนอื่นเป็นประจำ ล้อเรื่องส่วนตัว ปล่อยข่าวเสียหาย ข่มขู่ว่าจะกระทบการประเมิน หรือกีดกันเฉพาะคนออกจากการสื่อสารที่เกี่ยวกับงาน แต่ต้องระวังไม่เหมารวมว่าการได้รับคำติ งานเร่ง หรือการประเมินผลงานที่ไม่ถูกใจเป็นการบุลลีทั้งหมด หากคำวิจารณ์อ้างอิงงานจริง ใช้กับทุกคนตามมาตรฐานเดียวกัน สื่อสารอย่างให้เกียรติ และเปิดโอกาสให้แก้ไข ก็เป็นเรื่องของการบริหารงานมากกว่า

การบุลลีออนไลน์หรือไซเบอร์บุลลีเกิดผ่านโซเชียลมีเดีย กลุ่มสนทนา เกม และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ส่งข้อความดูหมิ่นซ้ำ สร้างบัญชีปลอม ปล่อยข่าวลือ นำรูปไปตัดต่อ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ชวนคนอื่นไปรุมแสดงความคิดเห็น หรือเอาบทสนทนาส่วนตัวมาเผยแพร่เพื่อทำให้อับอาย

โลกออนไลน์มีรายละเอียดต่างจากเหตุการณ์ต่อหน้า เพราะผู้กระทำอาจโพสต์เพียงครั้งเดียว แต่เนื้อหาถูกส่งต่อ ดูซ้ำ และแสดงความคิดเห็นซ้ำเป็นเวลานาน ผลของการกระทำจึงเกิดซ้ำได้โดยไม่ต้องมีโพสต์ใหม่ อีกทั้งจำนวนผู้ติดตาม ความสามารถในการทำให้เรื่องแพร่กระจาย และการซ่อนตัวหลังบัญชีนิรนามก็สร้างความเหลื่อมล้ำด้านอำนาจขึ้นมาได้

แล้วถ้ามีการทำร้ายเพียงครั้งเดียวล่ะ หากไม่มีความต่อเนื่องและไม่มีแนวโน้มเกิดซ้ำ เหตุการณ์นั้นอาจไม่ตรงกับนิยามการบุลลีแบบเคร่งครัด แต่อาจยังเป็นการคุกคาม ทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิด หรือกระทำผิดกฎและกฎหมายได้ คำว่า “ไม่เข้าข่ายบุลลี” ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนั้นเล็กหรือผู้เสียหายต้องยอมรับ การแยกคำเรียกมีไว้เลือกวิธีรับมือให้ตรง ไม่ใช่ใช้ลดความรุนแรงของเหตุการณ์

ความขัดแย้งธรรมดาก็ไม่เหมือนการบุลลี ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้เมื่อคนสองฝ่ายซึ่งมีอำนาจใกล้เคียงกันเห็นต่าง โต้เถียง และต่างฝ่ายต่างมีพื้นที่อธิบายหรือถอนตัว แต่การบุลลีมักมีฝ่ายหนึ่งควบคุมสถานการณ์มากกว่า อีกฝ่ายป้องกันตัวได้ยาก และเหตุการณ์ถูกใช้เพื่อกดให้อยู่ในสถานะต่ำกว่าเดิม

การดูเฉพาะเจตนาอาจทำให้เรื่องคลุมเครือ เพราะไม่มีใครเปิดดูความคิดของอีกฝ่ายได้ คนพูดสามารถยืนยันเสมอว่าไม่ได้ตั้งใจ การประเมินจึงควรดูพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง บริบท การทำซ้ำ ความได้เปรียบเสียเปรียบ การตอบสนองหลังถูกขอให้หยุด และผลกระทบที่พอคาดหมายได้ หากรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเจ็บหรือไม่ชอบแต่ยังทำต่อ ความรับผิดชอบย่อมชัดขึ้น

คำถามง่าย ๆ ที่ใช้ตรวจสอบสถานการณ์ได้คือ คนที่ถูกกระทำต้องการให้เกิดเรื่องนี้หรือไม่ เขามีอำนาจปฏิเสธหรือออกจากสถานการณ์ได้จริงแค่ไหน พฤติกรรมเกิดซ้ำหรือมีโอกาสทำซ้ำหรือไม่ คนทำหยุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สบายใจหรือเปล่า และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนคนนั้นกลัว อับอาย โดดเดี่ยว หรือเสียโอกาสหรือไม่ หากคำตอบหลายข้อชี้ไปทางเดียวกัน ก็ควรมองเรื่องนี้อย่างจริงจัง

คนที่พบว่าตัวเองกำลังถูกบุลลีไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้าตามลำพัง หากรู้สึกปลอดภัยอาจบอกขอบเขตด้วยประโยคสั้นและชัด เช่น “ไม่ชอบให้เรียกแบบนี้ ขอให้หยุด” แต่ถ้าการพูดอาจทำให้ถูกตอบโต้ ควรขอความช่วยเหลือจากครู ผู้ปกครอง หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล หรือบุคคลที่ไว้ใจได้ เก็บวันที่ เวลา สถานที่ รายชื่อผู้เห็นเหตุการณ์ ข้อความ และภาพหน้าจอไว้ โดยไม่แก้ไขต้นฉบับ

ผู้เห็นเหตุการณ์ก็มีบทบาทสำคัญ ไม่ควรร่วมขำ กดถูกใจ หรือส่งต่อเนื้อหาที่ทำร้ายคนอื่น หากปลอดภัยอาจเปลี่ยนเรื่อง บอกให้หยุด พาคนที่ถูกกระทำออกจากสถานการณ์ หรือรายงานผู้รับผิดชอบ การเข้าไปถามภายหลังว่า “เมื่อกี้โอเคไหม ต้องการให้ช่วยอะไรหรือเปล่า” อาจทำให้คนที่กำลังโดดเดี่ยวรู้ว่าเขาไม่ได้เผชิญปัญหาคนเดียว

สำหรับคนที่ถูกบอกว่ากำลังบุลลีผู้อื่น การตอบว่า “อ่อนไหวเกินไป” หรือ “ทุกคนก็ขำ” ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา สิ่งที่ควรทำคือหยุด รับฟัง ขอโทษโดยไม่โยนความผิดกลับไปที่ผู้เสียหาย และไม่ทำซ้ำ การตั้งใจเล่นไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป ความสัมพันธ์ที่ดีต้องเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายกำหนดขอบเขตได้ด้วย

การบุลลีจึงไม่ใช่คำด่าทุกคำ ไม่ใช่ความเห็นต่างทุกครั้ง และไม่ใช่ความรู้สึกไม่พอใจทุกแบบ ลักษณะที่ต้องจับตาคือการทำร้ายที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ประกอบกับความได้เปรียบด้านอำนาจ และการเกิดซ้ำหรือมีโอกาสเกิดซ้ำ เมื่อเห็นองค์ประกอบเหล่านี้ การบอกว่าเป็นเพียงเรื่องเล่น ๆ อาจเท่ากับปล่อยให้ความเสียหายดำเนินต่อไป

เนื้อหาโดย: nattawat25800
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบันการตลาดแบบข่าวแย่คืออะไร ทำไมบางแบรนด์ยิ่งโดนด่ากลับยิ่งขายดี?10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างประวัติศาสตร์ของไม้ขีดไฟ... ที่เริ่มต้นจากความบังเอิญไม้จิ้มฟัน... ของชิ้นเล็กที่เคยเป็นสินค้าหรู4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 สถานที่ในไทยที่คนชอบไปท้าพิสูจน์เรื่องลี้ลับมดตัดใบ เกษตรกรตัวจิ๋วแห่งฟาร์มเชื้อราใต้พิภพ10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/8/69ยาวกว่ากำแพงเมืองจีน-ทำไมออสเตรเลียถึงสร้างรั้วยาวที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Why pet insurance is easier to buy before health problems startไบโอเมตริกซ์ รหัสผ่านที่ซ่อนอยู่ในร่างกายมนุษย์ประวัติศาสตร์ของไม้ขีดไฟ... ที่เริ่มต้นจากความบังเอิญมะเร็งเกิดที่อวัยวะไหนมากที่สุด? เทียบข้อมูลทั่วโลกและประเทศไทยมือใหม่หัดยื่นภาษี: สรุปรายการลดหย่อนพื้นฐานที่คนทำงานต้องรู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ก่อนโพสต์รูปครั้งต่อไป...ลองเช็ก 5 อย่างนี้ก่อนนมผึ้ง อาหารนางพญาแห่งรังผึ้ง กับคุณค่าที่ควรรู้ก่อนเลือกบริโภคประวัติศาสตร์ของไม้ขีดไฟ... ที่เริ่มต้นจากความบังเอิญไม้จิ้มฟัน... ของชิ้นเล็กที่เคยเป็นสินค้าหรู
ตั้งกระทู้ใหม่