ถอดรหัสบันทึกวอยนิช (Voynich Manuscript) คัมภีร์โบราณอายุหลายร้อยปีที่ยังไม่มีใครแปลออก
ถอดรหัสบันทึกวอยนิช (Voynich Manuscript) คัมภีร์โบราณอายุหลายร้อยปีที่ยังไม่มีใครแปลออก
ท่ามกลางเอกสารโบราณที่ตกทอดมาจากอดีต ไม่มีเอกสารชิ้นใดที่จะสร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับนักประวัติศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ และนักถอดรหัสทั่วโลกได้เท่ากับ "บันทึกวอยนิช" (Voynich Manuscript) หนังสือปกหนังโบราณจำนวน 240 หน้า ที่เขียนด้วยอักขระที่ไม่เคยปรากฏบนโลก พร้อมภาพประกอบสีสันแปลกตาของพืชพรรณ ดาราศาสตร์ และภาพผู้หญิงในอ่างน้ำ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดก็ยังไม่สามารถถอดรหัสเนื้อหาภายในเล่มได้แม้แต่ประโยคเดียว
ต้นกำเนิดและการค้นพบ
หนังสือเล่มนี้ถูกตั้งชื่อตาม "วิลฟริด วอยนิช" (Wilfrid Voynich) นักค้าหนังสือโบราณชาวโปแลนด์ผู้เข้าซื้อเอกสารนี้จากนิกายเยซูอิตในประเทศอิตาลีเมื่อปี ค.ศ. 1912 จากการตรวจสอบอายุของแผ่นหนังแกะที่ใช้เขียนด้วยวิธีคาร์บอนกัมมันตรังสี (Carbon-14 dating) พบว่ามันถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 (ระหว่างปี ค.ศ. 1404 ถึง 1438) ซึ่งเป็นยุคเรอเนซองส์ตอนต้น โครงสร้างของตัวอักษรเขียนจากซ้ายไปขวาด้วยความลื่นไหล ไม่มีรอยลบหรือแก้คำ ผู้นิพนธ์จึงน่าจะเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการเขียนภาษาปริศนานี้เป็นอย่างดี
เนื้อหาและภาพประกอบปริศนา
เมื่อพิจารณาจากภาพประกอบภายในเล่ม นักวิชาการได้แบ่งหนังสือออกเป็น 6 ส่วนหลักตามลักษณะภาพ ได้แก่:
-
ส่วนพฤกษศาสตร์: ภาพวาดต้นไม้และสมุนไพรแปลกๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ตรงกับพรรณไม้ที่มีอยู่จริงบนโลก
-
ส่วนดาราศาสตร์: แผนภูมิวงกลม ดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ และสัญลักษณ์จักรราศี
-
ส่วนชีววิทยา: ภาพสตรีเปลือยกายจำนวนมากในสระหรือท่อเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน
-
ส่วนจักรวาลวิทยา: แผนที่และไดอะแกรมวงกลมที่แสดงโครงสร้างทางภูมิศาสตร์ปริศนา
-
ส่วนเภสัชศาสตร์: ภาพรากไม้ ใบไม้ และโหลใส่ยาโบราณ
-
ส่วนสูตรอาหาร: ข้อความสั้นๆ เรียงต่อกัน คล้ายกับคำสั่งหรือสูตรลับ
ทฤษฎีและข้อสันนิษฐาน
ความพยายามในการถอดรหัสตลอดศตวรรษที่ผ่านมา นำไปสู่ข้อสันนิษฐานหลัก 3 ประการ:
-
รหัสลับทางการแพทย์หรือไสยเวท: บางคนเชื่อว่าเป็นสมุดบันทึกของนักเล่นแร่แปรธาตุหรือแพทย์ยุคโบราณที่ต้องการบันทึกความรู้สูตรยาและพฤกษศาสตร์ไว้เป็นความลับ เพื่อป้องกันไม่ให้คริสตจักรในยุคนั้นตราหน้าว่าเป็นพ่อมดแม่มด
-
ภาษาธรรมชาติที่สูญหาย: นักวิจัยบางกลุ่มมองว่าตัวอักษรเหล่านี้มีโครงสร้างทางสถิติ (เช่น ความถี่ของตัวอักษรและการซ้ำคำ) ที่คล้ายคลึงกับภาษาธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ภาษาตระกูลเอเชียตะวันออกหรือยุโรปโบราณที่ถูกแปลงรูป
-
เรื่องหลอกลวงระดับโลก: ข้อสันนิษฐานสุดท้ายคือ มันอาจเป็นหนังสือปลอมที่ทำขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยนักต้มตุ๋นที่ต้องการสร้างเอกสารลึกลับขึ้นมาเพื่อหลอกขายให้แก่ราชวงศ์หรือเศรษฐีในยุคนั้นในราคาสูง
สรุป: ปัจจุบันบันทึกวอยนิชถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุดหนังสือและเอกสารโบราณแบลนเนคเก (Beinecke Rare Book & Manuscript Library) แห่งมหาวิทยาลัยเยล แม้จะมีความพยายามนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาวิเคราะห์โครงสร้างภาษา แต่คัมภีร์เล่มนี้ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นปริศนาทางประวัติศาสตร์ที่รอคอยการพิสูจน์ความจริงต่อไป
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
"กฎ 3 ข้อ" ของ Richard Lustig ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้ถูกลอตเตอรี่ 7 ครั้ง กวาดเงินกว่า 30 ล้าน
งวดที่ 1 สิงหาคม 69 ราศีไหนจะได้เป็นเศรษฐี
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ธุรกิจจากคนอกหัก! "I Do Now I Don’t" ตลาดแหวนรักร้าว ปั้นยอดขายหลักล้าน
เซียงจาบ๊วยแผ่นไม่ใช่บ๊วย!!!
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
10 สถานที่ในไทย ที่กลางวันสวยงาม แต่กลางคืนแทบไม่มีใครกล้าไป
จังหวัดที่พบแหล่งแร่ทองคำมากที่สุด ในระดับที่สามารถขุดเจาะได้จริง
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?




