หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก ! ปริศนา Voynich Manuscript ที่ท้าทายนักถอดรหัสมากว่า 100 ปี

เขียนโดย Wisdom Insight

ลองจินตนาการว่าคุณเปิดหนังสือเก่าอายุหลายร้อยปีเล่มหนึ่งขึ้นมา ภายในมีตัวอักษรเต็มหน้ากระดาษ แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามันเขียนว่าอะไร

บางหน้ามีภาพพืชที่ดูเหมือนพืชจริง แต่ระบุชนิดไม่ได้ บางหน้ามีแผนภาพดวงดาว และวงกลมประหลาด บางหน้ามีภาพคนอยู่ในสระหรือภาชนะที่เชื่อมต่อกัน บางหน้ามีภาพรากไม้ และภาชนะคล้ายตำรับยา

สิ่งที่สำคัญคือ ตัวหนังสือทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงลายเส้นสุ่มๆ เพราะมีรูปแบบซ้ำ และมีลักษณะเหมือนข้อความที่ถูกเขียนด้วยระบบใดระบบหนึ่ง

▪️หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า Voynich Manuscript

ปัจจุบันต้นฉบับอยู่ที่ Beinecke Rare Book and Manuscript Library ของ Yale University ในสหรัฐอเมริกา และยังคงเป็นหนึ่งในต้นฉบับที่มีชื่อเสียงที่สุดจากโลกยุคกลางที่ข้อความยังไม่สามารถถอดความได้อย่างเป็นที่ยอมรับ

Yale ระบุว่า ต้นฉบับนี้เขียนด้วยอักษรที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นภาษาอะไร และความหมายของมันยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันมานาน

▪️หนังสือเล่มนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ?

Voynich Manuscript เป็นหนังสือประเภท Codex หรือหนังสือที่ประกอบด้วยแผ่นกระดาษหรือแผ่นหนังที่นำมาเย็บรวมเป็นเล่ม ซึ่งเป็นรูปแบบหนังสือที่ใช้กันมานานก่อนยุคหนังสือพิมพ์สมัยใหม่ ต้นฉบับมีขนาดประมาณ 23.5 × 16.2 เซนติเมตร และมีความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร

รายงานการวิเคราะห์วัสดุของ McCrone Associates ซึ่งศึกษาต้นฉบับระบุว่า ต้นฉบับประกอบด้วยแผ่น Parchment หรือแผ่นหนังสัตว์ มีข้อความ และภาพประกอบ และมีประมาณ 240 หน้าในสภาพปัจจุบัน แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือโบราณทั่วไปคือ ตัวอักษร

เมื่อมองผ่านๆจะเห็นเหมือนมีคนเขียนข้อความตามปกติ แต่ตัวอักษรเหล่านั้นไม่ตรงกับอักษรละตินที่คนทั่วไปคุ้นเคย และนักวิจัยยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอนว่ามันเป็นภาษาอะไร

▪️ใครเป็นคนเขียน ?

ประเด็นนี้เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ยังไม่มีคำตอบแน่นอน Yale ระบุว่า ผู้เขียนต้นฉบับยังไม่ทราบแน่ชัด ดังนั้น แม้จะมีทฤษฎีมากมายพยายามเชื่อมโยงหนังสือกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าใครเป็นผู้เขียน

ในอดีตเคยมีความเชื่อว่าหนังสืออาจเกี่ยวข้องกับ Roger Bacon นักปราชญ์ และนักบวชชาวอังกฤษในยุคกลาง แต่ Yale ระบุว่า การเชื่อมโยงดังกล่าวเป็นเพียงการคาดเดา ต่อมายังมีทฤษฎีที่พยายามเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น เช่น John Dee แต่งานวิจัยในเวลาต่อมาก็ทำให้ข้อเสนอเหล่านี้มีปัญหาเช่นกัน⁠

▪️ชื่อ “Voynich” มาจากไหน ?

ชื่อที่เราใช้เรียกหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มาจากชื่อผู้เขียน แต่ได้มาจาก Wilfrid M. Voynich นักขาย และนักสะสมหนังสือโบราณเชื้อสายโปแลนด์-อเมริกัน

ในปี 1912 Voynich ได้ต้นฉบับมาจากวิทยาลัยเยซูอิตที่ Frascati ใกล้กรุงโรม ประเทศอิตาลี หลังจากนั้นต้นฉบับจึงเป็นที่รู้จักในชื่อ “Voynich Manuscript”

▪️ก่อนหน้านั้นหนังสือมีประวัติการครอบครองย้อนกลับไปหลายศตวรรษ

Yale ระบุว่า เจ้าของที่สามารถยืนยันได้ในช่วงแรกคือ จักรพรรดิ Rudolf II แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของ Roger Bacon และซื้อมาในราคา 600 Gold Ducats อย่างไรก็ตาม ความเชื่อว่า Roger Bacon เป็นผู้เขียนไม่ได้รับการยืนยันจากหลักฐานสมัยใหม่

▪️หนังสือมีอายุประมาณเท่าไร ?

คำถามนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของปริศนาเช่นกัน ในอดีตมีการคาดเดาอายุของหนังสือจากรูปแบบตัวอักษร ภาพประกอบ และประวัติการครอบครอง แต่การตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้เรามีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น การวิเคราะห์วัสดุพบว่า Parchment ที่ใช้ในต้นฉบับมีความสอดคล้องกับต้นฉบับในช่วงศตวรรษที่ 15 หมายความว่า หนังสือเล่มนี้มีอายุประมาณ 600 ปี อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ อายุของวัสดุกับวันที่เขียนข้อความทุกส่วน เพราะการระบุอายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้หมายความว่า เรารู้วัน เดือน ปีที่ผู้เขียนนั่งเขียนหนังสือเล่มนี้อย่างแน่นอน

Yale จึงอธิบายต้นฉบับในภาพรวมว่าเป็นผลงานจากยุโรปกลางในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 หรือช่วงศตวรรษที่ 16 ขณะที่ผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนความสอดคล้องกับต้นฉบับจากศตวรรษที่ 15

▪️ข้างในมีอะไร ?

สิ่งที่ทำให้ Voynich Manuscript น่าสนใจมากกว่าการเป็น “หนังสือที่อ่านไม่ออก” คือ ภาพประกอบจำนวนมาก โดย Yale แบ่งเนื้อหาของต้นฉบับออกเป็นส่วนสำคัญหลายประเภท

1. ภาพพืช

มีภาพพืชจำนวนมาก บางชนิดดูคล้ายพืชที่มีอยู่จริง แต่ก็ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอนทั้งหมดว่าคือพืชชนิดใด ภาพบางภาพมีราก ใบ ดอก และส่วนต่างๆของพืชถูกวาดแยกออกมาอย่างละเอียด จึงเกิดข้อสันนิษฐานว่าหนังสืออาจเกี่ยวข้องกับพฤกษศาสตร์หรือสมุนไพร แต่เรายังไม่สามารถสรุปได้ว่ามันเป็น “ตำราพืช” อย่างแน่นอน เพราะเราไม่สามารถอ่านคำอธิบายที่อยู่ข้างภาพได้

2. ภาพดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์

อีกส่วนหนึ่งมีภาพดวงดาว ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และแผนภาพวงกลม บางหน้ามีลักษณะคล้ายแผนผังทางดาราศาสตร์หรือโหราศาสตร์ในยุคกลาง สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าหนังสืออาจเกี่ยวข้องกับความรู้เกี่ยวกับท้องฟ้า ปฏิทินหรือโหราศาสตร์ แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแผนภาพเหล่านี้หมายถึงอะไรอย่างแน่นอน

3. ภาพคน และการอาบน้ำ

ส่วนที่ดูแปลกที่สุดส่วนหนึ่งคือ ภาพบุคคล โดยเฉพาะภาพผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่อยู่ในลักษณะคล้ายการอาบน้ำ ภาพเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับสิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า Balneological Section หรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอาบน้ำ บางภาพยังมีท่อ ภาชนะหรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายระบบไหลของของเหลว ทำให้เกิดทฤษฎีต่างๆว่าอาจเกี่ยวข้องกับการแพทย์ ร่างกายมนุษย์หรือแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพในยุคกลาง แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระดับของการตีความจากภาพ เพราะข้อความจริงยังไม่ถูกถอดรหัสอย่างแน่นอน

4. แผนภาพจักรวาล

บางหน้ามีวงกลมซ้อนกัน แผนภาพขนาดใหญ่ และองค์ประกอบที่ดูเหมือนแผนที่หรือแบบจำลองจักรวาล ส่วนนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าหนังสือเล่มนี้อาจมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับจักรวาลวิทยาหรือไม่

5. ภาพสมุนไพร และตำรับยา

อีกส่วนมีภาพรากไม้ และภาชนะจำนวนมาก นักวิจัยจึงมักเรียกส่วนนี้ว่า Pharmaceutical Section แต่เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ชื่อนี้เป็นคำอธิบายตามลักษณะภาพ ไม่ได้หมายความว่า เราสามารถยืนยันได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นตำรายา

6. หน้าที่มีแต่ข้อความ

บางหน้ามีข้อความเป็นหลัก และมีสัญลักษณ์คล้ายดาวเล็กๆ ทำหน้าที่แบ่งรายการ มีผู้เสนอว่าอาจเป็นตำรับยา สูตรหรือรายการบางอย่าง แต่เพราะข้อความยังอ่านไม่ได้ จึงยังไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วผู้เขียนกำลังพูดถึงอะไร รายละเอียดเกี่ยวกับส่วนต่างๆเหล่านี้สอดคล้องกับคำอธิบายอย่างเป็นทางการของ Yale Library

▪️เหตุใดถึงอ่านไม่ออก ?

ประเด็นนี้คือหัวใจของปริศนา ถ้าเป็นเพียงตัวอักษรที่ไม่คุ้นตา นักภาษาศาสตร์อาจพยายามเปรียบเทียบกับภาษาโบราณต่างๆ แต่ Voynich Manuscript มีปัญหามากกว่านั้น เพราะเราไม่รู้แม้กระทั่งว่า ระบบตัวอักษรนี้เป็นภาษาอะไร เราไม่รู้ว่าใครเขียน ไม่รู้ว่าผู้เขียนต้องการสื่ออะไร และไม่รู้ว่าข้อความเป็นภาษาธรรมชาติ รหัสลับหรือระบบการเขียนรูปแบบอื่น

Yale ระบุว่า แนวทางด้านการเข้ารหัสจำนวนมากเคยถูกนำมาใช้ แต่ยังไม่สามารถถอดข้อความได้อย่างเป็นที่ยอมรับ

▪️หากเป็นรหัสลับ แล้วเหตุใดถึงยังถอดไม่ได้ ?

เพราะการถอดรหัสจำเป็นต้องมีข้อมูลบางอย่างเพื่อเปรียบเทียบ ตัวอย่างเช่น หากเรารู้ว่าข้อความภาษาอังกฤษถูกเข้ารหัส เราสามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ รูปแบบคำ และความถี่ของตัวอักษรช่วยวิเคราะห์ได้ แต่ในกรณี Voynich Manuscript เรายังไม่รู้ว่า ต้นฉบับกำลังใช้ภาษาอะไรหรือมันเป็นรหัสจริงหรือไม่ จึงเป็นความแตกต่างที่สำคัญ

หากเราเริ่มต้นด้วยสมมติฐานผิด เช่น คิดว่าเป็นรหัสทั้งที่จริงเป็นภาษาที่สูญหายไป เราก็อาจเดินไปผิดทางตั้งแต่ต้น

▪️มีคนอ้างว่าถอดรหัสได้แล้วหรือไม่ ?

มีอยู่เรื่อยๆตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีผู้เสนอว่าสามารถถอดข้อความบางส่วนหรือทั้งหมดได้ แต่ปัญหาคือ ยังไม่มีคำอธิบายใดได้รับการยอมรับจากวงวิชาการอย่างกว้างขวางว่าเป็นคำตอบสุดท้าย ดังนั้น หากพบข่าวหรือบทความที่บอกว่า “ถอดรหัส Voynich Manuscript ได้แล้ว” สิ่งสำคัญคือ ควรตรวจสอบว่าเป็นงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบหรือเป็นเพียงข้อเสนอของผู้เขียนรายหนึ่ง

Yale เองก็ไม่ได้ประกาศว่ามีใครถอดรหัสต้นฉบับได้สำเร็จ ตรงกันข้าม หน้าอย่างเป็นทางการของ Yale ยังคงอธิบายข้อความว่าเป็น Undeciphered Text

▪️เป็น “ภาษาต่างดาว” หรือไม่ ?

ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในทฤษฎีที่ฟังดูน่าตื่นเต้นที่สุด แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่า Voynich Manuscript เขียนโดยสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก

ความลึกลับของหนังสือทำให้เกิดทฤษฎีมากมายบนอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ภาษาลับ ภาษาที่สูญหาย รหัสของนักเล่นแร่แปรธาตุ ไปจนถึงแนวคิดเหนือธรรมชาติ แต่สิ่งที่ยืนยันได้จริงมีเพียงว่า มีต้นฉบับโบราณอยู่จริง มีตัวอักษรที่ยังถอดความไม่ได้ มีภาพประกอบจำนวนมาก และยังไม่มีข้อสรุปที่ได้รับการยอมรับว่าบอกได้อย่างแน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้เขียนว่าอะไร การแยก “สิ่งที่รู้” ออกจาก “ทฤษฎี” จึงสำคัญมากสำหรับเรื่องนี้

▪️ใครเคยเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้บ้าง ?

ประวัติของ Voynich Manuscript น่าสนใจไม่แพ้ตัวหนังสือ โดย Yale ระบุว่า เจ้าของที่ยืนยันได้ในช่วงต้นคือ Rudolf II ซึ่งครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1576–1612 หลังจากนั้นต้นฉบับผ่านมือบุคคลหลายคน รวมถึง Jacobus Horčicky de Tepenec และ Georgius Barschius ก่อนที่จะไปถึง Johannes Marcus Marci

ในปี 1666 Marci ส่งต้นฉบับให้ Athanasius Kircher นักวิชาการเยซูอิตชื่อดังแห่งยุคนั้น พร้อมจดหมายที่ยังคงเก็บรักษาไว้กับต้นฉบับ หลังจากนั้นต้นฉบับอยู่ในวงการสะสมหนังสือโบราณ ก่อนที่ Wilfrid Voynich จะได้มันมาในปี 1912 หลัง Voynich เสียชีวิต หนังสือผ่านมือภรรยาของเขา Ethel Voynich ต่อมายังผ่านเจ้าของอีกหลายราย ก่อนที่ H. P. Kraus จะมอบให้ Yale ในปี 1969 ปัจจุบันจึงกลายเป็นสมบัติของ Yale University

▪️ปัจจุบันคนทั่วไปสามารถเปิดดูหนังสือได้หรือไม่ ?

แม้ต้นฉบับจริงจะมีความเปราะบาง และการเข้าถึงต้นฉบับจริงถูกจำกัด เพื่อการอนุรักษ์ แต่ Yale ได้จัดทำภาพดิจิทัลความละเอียดสูงของต้นฉบับทั้งหมดให้สามารถศึกษาได้ หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อดูหน้าต้นฉบับ สามารถเข้าไปดูภาพแต่ละหน้า และขยายรายละเอียดของตัวอักษร และภาพประกอบได้ผ่านระบบดิจิทัลของ Yale ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะช่วยให้นักวิจัยจากทั่วโลกสามารถศึกษาต้นฉบับเดียวกันได้โดยไม่ต้องสัมผัสหนังสือจริง

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอาจไม่ใช่ “อ่านไม่ออก” แต่เป็นความจริงที่ว่า หนังสือเล่มนี้ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ลองคิดดูว่าในช่วงเวลาประมาณ 600 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด จักรวรรดิต่างๆเกิดขึ้น และล่มสลาย เทคโนโลยีเปลี่ยนจากแท่นพิมพ์สู่คอมพิวเตอร์ มนุษย์เดินทางออกสู่อวกาศ และโลกเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต แต่ตัวอักษรในหนังสือเล่มนี้ยังคงเงียบอยู่ มันไม่สามารถบอกเราได้ว่าใครเขียน เขียนให้ใคร เขียนด้วยภาษาอะไรหรือจริงๆแล้วต้องการสื่ออะไร สิ่งเดียวที่มันทำคือ ทิ้งคำถามเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง

▪️วันหนึ่งเราจะอ่านมันออกหรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่มีใครรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเรียนรู้ของเครื่อง และวิธีการทางภาษาศาสตร์สมัยใหม่อาจช่วยให้นักวิจัยมองเห็นรูปแบบบางอย่างที่คนในอดีตมองไม่เห็น แต่การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปริศนาได้โดยอัตโนมัติ เพราะปัญหาหลักยังคงอยู่ที่เราไม่รู้ว่า สิ่งที่กำลังพยายามถอดรหัสนั้นคืออะไร บางทีคำตอบอาจเป็นภาษาที่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์ บางทีอาจเป็นระบบรหัส บางทีอาจเป็นระบบการเขียนที่สร้างขึ้นโดยบุคคลหรือกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวหรืออาจเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ เราก็ยังไม่ควรฟันธง

▪️สรุป

Voynich Manuscript ไม่ใช่หนังสือที่ไม่มีใครเคยพยายามอ่าน ตรงกันข้าม มันเป็นหนึ่งในต้นฉบับที่ถูกศึกษา และถกเถียงมาอย่างยาวนานที่สุด สิ่งที่ทำให้มันลึกลับคือ เรามีหนังสืออยู่ตรงหน้า มีภาพประกอบจำนวนมาก มีข้อความหลายร้อยหน้า และมีประวัติการครอบครองย้อนหลังไปหลายศตวรรษ แต่เรายังไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานที่สุดได้อย่างแน่นอนว่า “หนังสือเล่มนี้เขียนว่าอะไร ?” จึงเป็นปริศนาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะบางครั้งสิ่งที่น่าค้นหาไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เรารู้ แต่อยู่ในสิ่งที่หนังสือเล่มหนึ่งยังคงปฏิเสธที่จะบอกเรา

แหล่งที่มา: Yale University, Yale Library, McCrone Associates, Yale Digital Collections

อ้างอิง:
1.https://beinecke.library.yale.edu/beinecke
2.https://beinecke.library.yale.edu/beinecke/collections/beinecke-cipher-voynich-manuscript
3.https://collections.library.yale.edu/

ภาพประกอบ: Pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wisdom Insight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย Wisdom Insight
Wisdom Insight (นามปากกา)
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกรู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเยื่อพรหมจารีบอกเรื่องเพศครั้งแรกได้จริงหรือไม่ขีดจำกัดมนุษย์อยู่ที่ไหน? 7 คนธรรมดาที่สร้างตำนานเอาชีวิตรอดกลางมหันตภัยธรรมชาติ10 สิ่งที่เราจะได้พบเมื่อน้ำท่วมมาถึง อิ่มท้อง ตังค์อยู่ครบ ความสนุกครบถ้วน!ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?ฝนตกเป็นปลาและกบเกิดขึ้นได้อย่างไร5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงจังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน5 สัญญาณเตือน “อาหารเป็นพิษ - ท้องเสีย” จากน้ำอุปโภคบริโภคปนเปื้อนช่วงน้ำท่วมหลุมดาร์วาซาเผาไหม้มานานเท่าไร และจุดเริ่มต้นจริงหรือไม่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตำแหน่งสูงขึ้น เงินเพิ่มขึ้นอย่างไร? เปิดเส้นทางรายได้จากอาจารย์ → คณบดี → อธิการบดีเยื่อพรหมจารีบอกเรื่องเพศครั้งแรกได้จริงหรือไม่หลุมดาร์วาซาเผาไหม้มานานเท่าไร และจุดเริ่มต้นจริงหรือไม่ฝนตกเป็นปลาและกบเกิดขึ้นได้อย่างไร10 สิ่งที่เราจะได้พบเมื่อน้ำท่วมมาถึง อิ่มท้อง ตังค์อยู่ครบ ความสนุกครบถ้วน!สายฟ้าในกลุ่มเถ้าภูเขาไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
วัดเจดีย์หอย วัดกลางทุ่งปทุมธานีที่ซ่อน “เจดีย์เปลือกหอย” อายุนับล้านปีธรรมะสะเทือนทั่วโลกโซเชียลธรรมที่รู้ได้ยากไม่มีใครยอมเชื่อ
ตั้งกระทู้ใหม่