หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลุยน้ำท่วมมาอย่าลืมเช็กเบรก

เขียนโดย ยายขี้บ่น

หลายคนขับรถผ่านถนนที่มีน้ำขังแล้วก็เดินทางต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะภายนอกรถยังดูปกติ เครื่องยนต์ยังทำงาน ล้อหมุนได้ แต่มีจุดหนึ่งที่มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ นั่นคือระบบเบรกที่ต้องรับหน้าที่หยุดรถในทุกครั้งที่ต้องเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน

เวลารถลุยน้ำ น้ำสามารถเข้าไปสัมผัสบริเวณจานเบรกและผ้าเบรกได้ โดยเฉพาะช่วงที่น้ำสูงพอจนถึงล้อ หลังจากพ้นพื้นที่น้ำมาแล้ว เบรกอาจยังทำงานได้ แต่ความชื้นที่เกาะอยู่บนผิวจานเบรกอาจทำให้แรงเสียดทานลดลงชั่วคราว ระยะเบรกอาจยาวขึ้นกว่าปกติ ความรู้สึกตอนเหยียบแป้นเบรกอาจเปลี่ยนไปเล็กน้อย

วิธีง่าย ๆ ที่หลายคนทำกันหลังผ่านน้ำ คือการเหยียบเบรกเบา ๆ ซ้ำเป็นช่วง ๆ ระหว่างขับในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ผ้าเบรกสัมผัสกับจานเบรกและช่วยลดน้ำหรือความชื้นที่เกาะอยู่ การทำแบบนี้ไม่ใช่การกระทืบเบรกแรง ๆ แต่เป็นการแตะเบรกอย่างนุ่มนวล ให้ระบบได้กลับมาทำงานใกล้เคียงสภาพปกติ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องทำทันทีหลังลุยน้ำ เหตุผลคล้ายกับการเช็ดของที่เปียก หากปล่อยให้มีน้ำเกาะอยู่นาน ผิวสัมผัสบางอย่างก็อาจทำงานได้ไม่เต็มที่ เบรกเป็นชิ้นส่วนที่ต้องอาศัยแรงเสียดทานระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก ความชื้นเพียงเล็กน้อยก็มีผลต่อความรู้สึกในการควบคุมรถได้

มีประสบการณ์จากการขับรถมานานพอสมควรจะเห็นว่า หลายอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากเรื่องใหญ่เสมอไป บางครั้งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนขับไม่ได้ใส่ใจ เช่น ไม่เช็กยาง ไม่ดูไฟเตือน หรือคิดว่าลุยน้ำมาแล้วรถยังวิ่งได้ก็แปลว่าปลอดภัยแล้ว รถยนต์ทุกวันนี้ถูกออกแบบมาให้ทนกับสภาพถนนหลายแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมทันทีหลังผ่านน้ำ

หลังลุยน้ำ ควรเลือกช่วงถนนที่โล่ง ไม่มีรถตามใกล้ แล้วทดลองแตะเบรกเบา ๆ สังเกตเสียง ความรู้สึกที่แป้นเบรก และการตอบสนองของรถ หากรู้สึกว่าเบรกจมผิดปกติ รถส่าย มีเสียงแปลก ๆ หรือเบรกไม่ค่อยอยู่ ก็ควรหาที่ปลอดภัยจอดตรวจสอบก่อนเดินทางต่อ

สิ่งที่ควรระวังอีกอย่างคือการลุยน้ำลึก เพราะนอกจากเรื่องเบรกแล้ว ยังมีส่วนอื่นที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ระบบไฟฟ้า ลูกปืนล้อ หรือชิ้นส่วนใต้ท้องรถ หากเป็นน้ำสกปรกหรือน้ำที่มีเศษดินทราย ยิ่งควรใส่ใจมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้อาจสะสมและสร้างปัญหาในภายหลัง

การดูแลรถบางเรื่องไม่ได้ใช้เวลาเยอะเลย การแตะเบรกเบา ๆ หลังผ่านน้ำ การฟังเสียงผิดปกติ หรือการสังเกตความรู้สึกของรถ ล้วนเป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงบนถนนได้ หลายครั้งความปลอดภัยไม่ได้มาจากการแก้ปัญหาเก่งเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการสังเกตสิ่งเล็กน้อยก่อนที่ปัญหาจะใหญ่ขึ้น

รถหนึ่งคันพาเราไปได้หลายที่ แต่ก็ต้องการความใส่ใจจากคนขับเหมือนกัน หลังผ่านฝนหนักหรือถนนน้ำท่วม การให้เวลาอีกไม่กี่วินาทีเพื่อดูว่าเบรกกลับมาปกติหรือยัง อาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 43 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรคาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่ฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 44 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไพ่ 52 ใบสร้างลำดับได้มากเพียงใดน้ำลายตลอดชีวิตของคนเรามีปริมาณเท่าไรปีเดียวที่กิโยตินกับสตาร์ วอร์สยังอยู่ร่วมเวลานักวิทยาศาสตร์พบอนุภาคทองคำในใบยูคาลิปตัสได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่