สนธิสัญญาคานากาวะ คืออะไร? จุดเริ่มต้นที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องเปิดประเทศ
สนธิสัญญาคานากาวะ คืออะไร? จุดเริ่มต้นที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องเปิดประเทศ
ก่อนปี ค.ศ. 1854 ญี่ปุ่นใช้นโยบายปิดประเทศ หรือ ซาโกกุ มานานกว่า 200 ปี จำกัดการติดต่อกับชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด และควบคุมการค้ากับโลกภายนอกให้อยู่ในกรอบที่รัฐบาลโชกุนกำหนด
แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อกองเรือรบของสหรัฐอเมริกาเดินทางมาถึงอ่าวเอโดะ พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ เหตุการณ์นี้นำไปสู่ สนธิสัญญาคานากาวะ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
สนธิสัญญาคานากาวะ คืออะไร?
สนธิสัญญาคานากาวะ หรือ Treaty of Kanagawa เป็นข้อตกลงระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น ลงนามเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1854 ที่เมืองคานากาวะ
ฝ่ายสหรัฐมี พลเรือจัตวา แมทธิว ซี. เพอร์รี เป็นผู้แทน ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นคือรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ
สนธิสัญญาฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประตูสู่โลกภายนอก หลังจากดำเนินนโยบายปิดประเทศมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 แม้จะยังไม่ใช่การเปิดการค้าเสรีเต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ญี่ปุ่นไม่อาจปิดตัวเองจากอำนาจตะวันตกได้เหมือนเดิมอีกต่อไป
ทำไมญี่ปุ่นต้องเซ็น?
เหตุผลสำคัญไม่ได้มาจากความสมัครใจทั้งหมด แต่เป็นเพราะ แรงกดดันทางทหารและการเมือง
ในปี ค.ศ. 1853 พลเรือจัตวาเพอร์รีนำเรือรบไอน้ำ 4 ลำ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “เรือดำ” หรือ Black Ships เข้ามาถึงอ่าวเอโดะ พร้อมยื่นสารจากประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ เพื่อให้เรืออเมริกันเข้าเทียบท่า เติมเสบียง และดูแลลูกเรือที่ประสบภัย
สำหรับญี่ปุ่นในเวลานั้น การมาถึงของเรือรบไอน้ำตะวันตกไม่ใช่แค่เรื่องการทูต แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงช่องว่างด้านกำลังทหารและเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
ญี่ปุ่นยังมองเห็นบทเรียนจากจีนที่เพิ่งพ่ายแพ้ใน สงครามฝิ่น ต่ออังกฤษ จึงตระหนักว่า หากเลือกปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว อาจนำไปสู่สงครามที่ตนยังไม่พร้อมรับมือ
รัฐบาลโชกุนจึงเลือก ยอมเจรจาแทนการทำสงคราม เพราะมองว่าเป็นทางเลือกที่เสียหายน้อยกว่า แม้การตัดสินใจครั้งนี้จะสร้างความไม่พอใจให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากในเวลาต่อมา
เนื้อหาสำคัญของสนธิสัญญา
สนธิสัญญาคานากาวะยังไม่ได้ทำให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศแบบเต็มตัวทันที แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่เปลี่ยนทิศทางของประเทศอย่างมาก เช่น
-
เปิดท่าเรือ ชิโมดะ และ ฮาโกดาเตะ ให้เรือสหรัฐเข้าเทียบท่า เติมเสบียง และซ่อมแซมเรือ
-
ให้ความช่วยเหลือลูกเรืออเมริกันที่ประสบภัยหรือเรือแตก
-
อนุญาตให้สหรัฐแต่งตั้งกงสุลประจำญี่ปุ่น
-
เริ่มสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา
จุดสำคัญคือ สนธิสัญญานี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงเรื่องท่าเรือ แต่เป็นการเปิดช่องให้มหาอำนาจตะวันตกเข้ามามีบทบาทกับญี่ปุ่นมากขึ้น
ผลกระทบต่อญี่ปุ่น
แม้สนธิสัญญาคานากาวะจะช่วยให้ญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงสงครามในระยะสั้น แต่ก็ทำให้รัฐบาลโชกุนถูกตั้งคำถามอย่างหนัก
ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยมองว่า รัฐบาลโชกุนยอมอ่อนข้อให้ชาติตะวันตกมากเกินไป ความไม่พอใจนี้ค่อย ๆ สะสม และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลโชกุนสูญเสียความน่าเชื่อถือ
หลังจากนั้น อังกฤษ รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ และประเทศอื่น ๆ ก็เข้ามาทำสนธิสัญญาในลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้ญี่ปุ่นต้องเผชิญแรงกดดันจากโลกภายนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพียง 14 ปีต่อมา ญี่ปุ่นเข้าสู่ การปฏิรูปเมจิ ในปี ค.ศ. 1868 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งด้านกองทัพ การศึกษา อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และระบบการปกครอง
การเปลี่ยนผ่านครั้งนั้นทำให้ญี่ปุ่นก้าวจากประเทศศักดินาที่ปิดตัวเอง สู่ประเทศอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่สามารถแข่งขันกับชาติตะวันตกได้ภายในเวลาไม่กี่สิบปี
เรื่องที่หลายคนอาจเข้าใจผิด
หลายคนอาจเข้าใจว่า สนธิสัญญาคานากาวะคือการเปิดประเทศญี่ปุ่นแบบเต็มรูปแบบทันที แต่ในความจริง สนธิสัญญาฉบับนี้เป็นเพียง “ประตูบานแรก” เท่านั้น
ญี่ปุ่นยังไม่ได้เปิดการค้าเสรีกับทุกชาติในทันที และยังคงมีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ญี่ปุ่นไม่สามารถกลับไปปิดประเทศแบบเดิมได้อีกแล้ว
อีกเรื่องที่สำคัญคือ การเซ็นสนธิสัญญาครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจง่าย ๆ ของรัฐบาลโชกุน แต่เป็นการเลือกทางรอดภายใต้แรงกดดันจากมหาอำนาจที่มีกำลังทหารเหนือกว่า
ทำไมสนธิสัญญานี้จึงสำคัญ?
สนธิสัญญาคานากาวะอาจถูกมองว่าเป็นการยอมจำนนต่อแรงกดดันของชาติตะวันตก แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
จากประเทศที่ปิดตัวเองจากโลกภายนอกมากว่า 200 ปี ญี่ปุ่นเริ่มมองเห็นความจำเป็นในการปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ สร้างกองทัพสมัยใหม่ และปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง
จึงไม่น่าแปลกที่นักประวัติศาสตร์จำนวนมากมักมองว่า การลงนามในสนธิสัญญาคานากาวะคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของ “ญี่ปุ่นยุคใหม่” เพราะหลังจากวันนั้น ญี่ปุ่นไม่ได้เปลี่ยนแค่นโยบายต่างประเทศ แต่เปลี่ยนเส้นทางของประเทศไปตลอดกาล
อ้างอิง https://worldjpn.net/documents/texts/pw/18540331.T1E.html?utm_source=chatgpt.com
https://history.state.gov/milestones/1830-1860/opening-to-japan?utm_source=chatgpt.com
https://www.archives.gov/exhibits/featured-documents/treaty-of-kanagawa?utm_source=chatgpt.com
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
งานเข้าโบอิ้ง สำนักการบินอเมริกาสงสัยว่าเบาะที่นั่งบนเครื่องบิน 737 MAX จำนวน 453 ลำ ติดตั้งไม่ถูกต้อง?
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
ทำไมเวลาเรา ส่องกระจก ถึงรู้สึกว่าตัวเองดูดีกว่าใน รูปถ่าย
เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคน
ใส่ซองงานแต่งเท่าไหร่ดี? ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้
5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย
จุดสำคัญบนทางด่วนที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
6 อำเภอที่ธรรมชาติสวยที่สุดใน ประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ป่าเขา ทะเล และสายหมอกที่งดงามระดับโลก








