หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมญี่ปุ่นต้องปิดประเทศกว่า 200 ปี และอะไรทำให้ต้องเปิดอีกครั้ง


เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

 

ทำไมญี่ปุ่นต้องปิดประเทศกว่า 200 ปี? เบื้องหลังนโยบายที่เปลี่ยนชะตาประเทศ

หากพูดถึงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น หนึ่งในช่วงเวลาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือยุคที่ญี่ปุ่นใช้นโยบาย “ปิดประเทศ” หรือ ซาโกกุ (Sakoku) ยาวนานกว่า 200 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 จนถึงปี ค.ศ. 1853

หลายคนอาจเข้าใจว่าญี่ปุ่นตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมด แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น ญี่ปุ่นยังคงติดต่อค้าขายกับบางชาติ เพียงแต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐบาลโชกุน

พูดให้เข้าใจง่าย นโยบายนี้ไม่ใช่การปิดประตูหนีโลกแบบสมบูรณ์ แต่เป็นการ “คุมประตูเข้าออก” เพื่อรักษาอำนาจ ความสงบ และเอกราชของประเทศในช่วงที่ชาติตะวันตกกำลังขยายอิทธิพลในเอเชีย

กลัวตกเป็นอาณานิคมเหมือนหลายชาติในเอเชีย

สาเหตุสำคัญของการปิดประเทศ คือความหวาดระแวงต่อการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก

ในช่วงศตวรรษที่ 16–17 โปรตุเกสและสเปนได้ขยายอำนาจเข้ามาในเอเชีย ทั้งการค้า การเผยแผ่ศาสนา และการสร้างอิทธิพลทางการเมือง ญี่ปุ่นเห็นตัวอย่างจากฟิลิปปินส์ที่ตกเป็นอาณานิคมของสเปน จึงกังวลว่าหากเปิดรับชาวต่างชาติมากเกินไป ประเทศอาจสูญเสียเอกราชในอนาคต

สำหรับรัฐบาลโชกุน การปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาอย่างเสรีจึงไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่เป็นความเสี่ยงต่ออำนาจรัฐและความมั่นคงของประเทศ

ศาสนาคริสต์ถูกมองว่าเป็นภัยต่ออำนาจโชกุน

อีกเหตุผลหนึ่งคือการแพร่หลายของศาสนาคริสต์

มิชชันนารีชาวยุโรปสามารถเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นให้หันมานับถือศาสนาคริสต์ได้จำนวนมาก รัฐบาลโชกุนมองว่าสิ่งนี้อาจทำให้ประชาชนภักดีต่อศาสนาและชาติตะวันตกมากกว่ารัฐบาล

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงสั่งห้ามศาสนาคริสต์ ขับไล่มิชชันนารี และลงโทษผู้ที่ยังคงนับถือศาสนาอย่างเข้มงวด

ในมุมของคนปัจจุบัน การตัดสินใจเช่นนี้อาจดูรุนแรง แต่ในบริบทของยุคนั้น รัฐบาลโชกุนมองว่าศาสนา การค้า และอำนาจจากต่างชาติเป็นเรื่องที่แยกจากกันได้ยาก

ปิดประเทศเพื่อคุมไดเมียวและรักษาเสถียรภาพ

นอกจากภัยจากต่างชาติแล้ว รัฐบาลโชกุนยังต้องการควบคุมอำนาจของเหล่า ไดเมียว หรือเจ้าแคว้นภายในประเทศ

หากเปิดให้ติดต่อกับต่างชาติอย่างเสรี ไดเมียวบางกลุ่มอาจนำเข้าอาวุธ สะสมทรัพยากร หรือสร้างพันธมิตรกับชาติตะวันตกจนกลายเป็นภัยต่อรัฐบาลกลาง

การจำกัดการค้ากับต่างชาติจึงช่วยลดโอกาสที่เจ้าแคว้นจะมีอำนาจมากเกินไป และทำให้โชกุนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองได้ยาวนาน

ญี่ปุ่นไม่ได้ปิดประเทศแบบตัดขาดทุกทาง

จุดที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือ ญี่ปุ่นไม่ได้ปิดประเทศแบบไม่รับรู้อะไรจากโลกภายนอกเลย

รัฐบาลยังอนุญาตให้ค้าขายกับชาวดัตช์และชาวจีนผ่านเกาะ เดจิมะ เมืองนางาซากิ ซึ่งเป็นพื้นที่จำกัดและถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

ช่องทางนี้ทำให้ญี่ปุ่นยังได้รับความรู้บางส่วนจากยุโรป โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ แผนที่ เครื่องมือ และเทคโนโลยี ความรู้เหล่านี้มักถูกเรียกว่า “รันงากุ” หรือวิชาดัตช์ เพราะเข้ามาผ่านพ่อค้าดัตช์เป็นหลัก

กล่าวได้ว่า ญี่ปุ่นปิดกั้นอิทธิพลที่มองว่าเป็นภัย แต่ยังคงเปิดช่องเล็ก ๆ สำหรับความรู้และการค้าบางประเภท

ผลดีคือความสงบ ผลเสียคือตามหลังตะวันตก

ผลของการปิดประเทศทำให้ญี่ปุ่นมีความสงบภายในต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน สังคมญี่ปุ่นในยุคเอโดะมีเวลาพัฒนาระบบเมือง การค้า ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของตนเองอย่างชัดเจน

วัฒนธรรมอย่างซามูไร คาบูกิ ภาพพิมพ์อุกิโยะเอะ วรรณกรรม และเมืองการค้าต่าง ๆ เติบโตขึ้นในช่วงเวลานี้

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นกลับตามหลังชาติตะวันตกด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีทางทหาร และระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ เมื่อโลกตะวันตกก้าวเข้าสู่ยุคเรือกลไฟ ปืนใหญ่ และอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นจึงเริ่มเห็นช่องว่างที่อันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ

กองเรือดำของเพอร์รี จุดเปลี่ยนที่บังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ

กระทั่งปี ค.ศ. 1853 กองเรือดำของพลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี จากสหรัฐอเมริกา เดินทางมาถึงอ่าวเอโดะ พร้อมกดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ

รัฐบาลโชกุนตระหนักว่าหากยังปิดประเทศต่อไป อาจเผชิญชะตาไม่ต่างจากหลายชาติในเอเชียที่ตกเป็นอาณานิคม หรือถูกบังคับให้ทำสนธิสัญญาเสียเปรียบ

ในที่สุด ญี่ปุ่นจึงยอมเปิดประเทศ แม้การตัดสินใจครั้งนี้จะสร้างความไม่พอใจให้คนจำนวนมาก และนำไปสู่ความปั่นป่วนทางการเมืองภายในประเทศ

จากการเปิดประเทศสู่การปฏิรูปเมจิ

หลังการเปิดประเทศ ความขัดแย้งภายในญี่ปุ่นยิ่งรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1868 หรือยุคปฏิรูปเมจิ

ญี่ปุ่นเร่งพัฒนากองทัพ การศึกษา อุตสาหกรรม ระบบราชการ และการปกครอง เพื่อให้ประเทศสามารถยืนหยัดท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจตะวันตก

สิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นไม่ได้เพียงเปิดประเทศแล้วรับทุกอย่างจากตะวันตกทันที แต่เลือกปรับ รับ และเปลี่ยนให้เข้ากับเป้าหมายของตนเอง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของเอเชียภายในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ

บทเรียนจากนโยบายปิดประเทศของญี่ปุ่น

นโยบายปิดประเทศกว่า 200 ปีจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นสัญลักษณ์ของความล้าหลัง

ในบริบทของเวลานั้น ซาโกกุคือยุทธศาสตร์เพื่อรักษาเอกราช ควบคุมอำนาจภายใน และลดความเสี่ยงจากชาติตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม

แต่ในขณะเดียวกัน นโยบายนี้ก็มีต้นทุน เพราะทำให้ญี่ปุ่นตามหลังโลกภายนอกในบางด้าน จนต้องเร่งปรับตัวอย่างหนักเมื่อถูกบังคับให้เปิดประเทศ

สิ่งที่ควรจำคือ ญี่ปุ่นไม่ได้รอดจากวิกฤตเพราะปิดประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เพราะสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ทัน เมื่อโลกภายนอกเปลี่ยนไป และใช้การเปิดประเทศเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชาติสมัยใหม่

 

 

 

 

 

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 85 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: หนูอยากเป็นเศรษฐี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไม "โชห่วย" บางร้าน มีลูกค้าแน่นกว่าเมื่อก่อนซะอีก10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณหมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตรมนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?7 เรื่องของกำแพงเมืองจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และคัมภีร์ดวงดาวราชาโชคกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569สังเกตไหม? ทำไม "น้ำดื่มบรรจุขวด" ต้องมีลอนคลื่นรอบขวดเปิดสถิติเลขท้าย 2 ตัว/3 ตัว ที่ออกบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปี10อันดับมหาเศรษฐีเมืองไทยที่รวยที่สุดเปิดตำนาน "ค้อนล่าแม่มด" หนังสือต้องห้ามที่คร่าชีวิตผู้คนนับหมื่นเตือนภัย! “ผงขาวเพิ่มน้ำหนักยาง” ไม่ควรใช้ เสี่ยงทำยางคุณภาพตก ถูกกดราคา และกระทบทั้งวงการ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไม "โชห่วย" บางร้าน มีลูกค้าแน่นกว่าเมื่อก่อนซะอีก7 เรื่องของกำแพงเมืองจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้เจาะลึกเลขอัญเชิญ "ท้าวเวสสุวรรณ" และคัมภีร์ดวงดาวราชาโชคกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569เตือนภัย! “ผงขาวเพิ่มน้ำหนักยาง” ไม่ควรใช้ เสี่ยงทำยางคุณภาพตก ถูกกดราคา และกระทบทั้งวงการเปิดตำนาน "ค้อนล่าแม่มด" หนังสือต้องห้ามที่คร่าชีวิตผู้คนนับหมื่นWhy Healthy Weight Matters More as Pets Get Older
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 สถานีอวกาศที่ใหญ่ที่สุดนอกโลก ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ มนุษยชาติ7 เรื่องของกำแพงเมืองจีนที่คุณอาจไม่เคยรู้สังเกตไหม? ทำไม "น้ำดื่มบรรจุขวด" ต้องมีลอนคลื่นรอบขวดเตือนภัย! “ผงขาวเพิ่มน้ำหนักยาง” ไม่ควรใช้ เสี่ยงทำยางคุณภาพตก ถูกกดราคา และกระทบทั้งวงการ
ตั้งกระทู้ใหม่