บล็องช์ มอนนิเยร์ รักเหนืออิสรภาพในห้องมืด 25 ปี
หากใครคิดว่าตำนานรักแท้ที่ยิ่งใหญ่มีอยู่แค่ในนิยายโรมิโอกับจูเลียต วันนี้จะพาย้อนอดีตไปดู "เรื่องจริง" ในหน้าประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส คดีที่สั่นสะเทือนใจคนทั้งโลก เมื่อสตรีคนหนึ่งยอมแลกชีวิต และอิสรภาพของตัวเอง ถูกขังลืมอยู่ในห้องมืดนานถึง 25 ปี เพียงเพราะเธอเลือกที่จะ ซื่อสัตย์ต่อคนรัก
บล็องช์ มอนิเยร์ (Blanche Monnier) เป็นหญิงชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศส เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1849 ในครอบครัวชนชั้นกลางระดับสูง (bourgeoisie) ที่อนุรักษนิยมและเป็นที่เคารพนับถือ เธอเป็นลูกสาวของ ชาร์ล และ หลุยส์ มอนิเยร์ ในเมืองปัวตีเย ซึ่งครอบครัวนี้มีเชื้อสายขุนนางเก่าแก่ เธอมีพี่ชายหนึ่งคนชื่อ มาร์แซล (Marcel) บล็องช์เป็นที่เลื่องลือในเรื่องความงดงามและมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตามาขายขนมจีบเพื่อขอแต่งงาน ในปี ค.ศ. 1876 ขณะอายุ 27 ปี เธอปรารถนาที่จะแต่งงานกับทนายความ วิกตอร์ คาลแมย์ (Victor Calmeil) ที่มีอายุมากกว่า และไม่เป็นที่โปรดปรานของมารดา โดยหลุยส์แย้งว่าลูกสาวของเธอไม่สามารถแต่งงานกับ "ทนายความถังแตก" ได้ หลุยส์โกรธแค้นกับการขัดขืนของลูกสาว จึงจับเธอขังไว้ในห้องมืดขนาดเล็กใต้หลังคาบ้านอย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลานานถึง 25 ปี ส่วนหลุยส์ และมาร์แซลยังคงดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ และแสร้งทำเป็นโศกเศร้ากับการหายตัวไปของบล็องช์ ส่วนชาร์ล-เอมีล (Charles-Émile) บิดาของเธอ ได้ถูกไล่ออกจากตำแหน่งคณบดีคณะอักษรศาสตร์ในเมืองปัวตีเยในช่วงวิกฤตการณ์ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1877 ไม่มีเพื่อนคนใดรู้ว่าบล็องช์อยู่ที่ไหน และทนายความที่เธอปรารถนาจะแต่งงานด้วยก็เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันในปี ค.ศ. 1885
ภาพวาดชนชั้นสูง (Bourgeois) ปี 1889 โดย ฌอง เบโรด์ Jean Béraud
จนเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1901 อัยการสูงสุดแห่งปารีส ได้รับจดหมายนิรนามฉบับหนึ่ง ซึ่งยังคงไม่ทราบตัวผู้เขียนจนถึงปัจจุบัน โดยเนื้อความในจดหมายได้เปิดเผยถึงการกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมิชอบนี้ ดังนั้นเวลาประมาณห้าโมงเย็นของวันเดียวกัน สารวัตรบูเชอตอน (Bucheton) จากสถานีตำรวจปัวตีเยได้เดินทางมาถึงบ้านพักของครอบครัวมอนิเยร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเดินทางไปด้วย ด้วยคำสั่งจากนายโมแรลเลต์ (Morellet) อัยการปารีส เขาจึงขอเข้าตรวจค้นภายในบ้าน ลูกจ้างของครอบครัวมอนิเยร์ไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงได้ไปปรึกษากับเจ้าของบ้านคือ มาดามหลุยส์ มอนิเยร์ ซึ่งในวัย 75 ปี มีรายงานว่าเธอนอนป่วยอยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่จึงไปพบกับ มาร์แซล มอนิเยร์ บุตรชายของเธอ ซึ่งเป็นดุษฎีบัณฑิตทางกฎหมายวัย 53 ปีและอดีตข้าราชการ โดยเขาอาศัยอยู่ในบ้านพักที่อยู่ติดกัน พวกเขาไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ในการเข้าตรวจค้น แต่ทางตำรวจก็ยืนกรานในการปฏิบัติหน้าที่ จนกระทั่งพวกเขาไปถึงประตูห้องใต้หลังคาที่ถูกใส่กลอนล็อกไว้ มีการล่ามโซ่ และใส่แม่กุญแจอย่างแน่นหนา เมื่อขอให้เปิดประตู ในตอนแรกคนในครอบครัวมีท่าทีขัดขืน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตักเตือน และจะนำเรื่องนี้แจ้งต่อผู้พิพากษา ในที่สุด ประตูบานนั้นจึงยอมถูกปลดล็อกออก
เมืองปัวตีเย โดย Georg Braun และ Frans Hogenberg ปี 1572
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก้าวเข้าไปข้างใน พวกเขาต้องเผชิญกับกลิ่นที่รุนแรงและฉุนกึกจนแทบทนไม่ไหว พื้นที่แห่งนั้นตกอยู่ในความมืดมิดโดยสมบูรณ์ และที่มุมในสุดของห้องใต้หลังคา พวกเขาได้เห็นร่างที่ดูบอบบางและซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก นอนอยู่บนฟูกที่ผุพัง ห้องพักอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างรุนแรง เต็มไปด้วยเศษอาหารเก่า แมลง และสิ่งปฏิกูล เจ้าหน้าที่ได้พังโซ่ที่ล่ามบานเกล็ดออก และรื้อผ้าใบที่ปิดทับหน้าต่างไว้ออกไปเพื่อระบายอากาศ เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาในพื้นที่ ฝูงหนู และแมลงต่าง ๆ ก็พากันวิ่งหนีแตกกระเจิงโครงกระดูกมีชีวิตแห่งปัวติเยร์ ภาพวาดข่าว ปี 1901
ร่างที่อยู่ในห้องใต้หลังคามีอาการตื่นตระหนกและสับสนจากความสว่างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เธอผงะหงายและพยายามยกมือขึ้นบังตัวเอง เธอมีเส้นผมที่ยาวรุงรังจนถึงข้อเท้า ส่วนเล็บมือก็หนาและยาวเฟื้อย เธอคือ บล็องช์ มอนิเยร์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหญิงสาวผู้มีหน้ามีตาและเป็นที่ยอมรับในสังคม บัดนี้มีอายุ 52 ปี และต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกักขังยาวนานถึง 25 ปี ก่อนที่จะถูกค้นพบในที่สุด
ตำรวจกล่าวว่า บล็องช์ นอนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่บนฟูกฟางที่เน่าสกปรก รอบตัวเธอทั้งหมดมีคราบหนาที่ก่อตัวขึ้นจากอุจจาระ เศษเนื้อ ผัก ปลา และขนมปังเน่า... มีเปลือกหอยนางรม และมีแมลงไต่ตอมไปทั่วเตียงของมาดมัวแซล (คุณหนู) มอนิเยร์ อากาศภายในห้องนั้นไม่สามารถสูดหายใจเข้าไปได้เลย กลิ่นที่โชยออกมาจากห้องมันเหม็นสาบเหม็นหืนรุนแรงมาก จนทำให้พวกเราไม่สามารถทนอยู่ต่อเพื่อดำเนินการสืบสวนได้
สภาพของ บล็องช์ ตอนตำรวจบุกเข้าไปเจอในห้องวันที่ 23 พฤษภาคม 1901
บล็องช์ หลังจากได้รับการช่วยเหลือ ภาพโดย Caras y Caretas ปี 1901
หลุยส์ มอนิเยร์ มารดาของบล็องซ์ ถูกจับกุมตัว หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ล้มป่วยและเสียชีวิตในอีก 15 วันต่อมา ส่วนมาร์แซล มอนิเยร์ ได้ขึ้นศาลและถูกตัดสินว่ามีความผิดในตอนแรก แต่ต่อมาได้รับการยกฟ้องในชั้นอุทธรณ์ โดยเขาถูกมองว่ามีความบกพร่องทางจิต และแม้ว่าผู้พิพากษาจะวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเขา แต่ศาลพบว่าในประมวลกฎหมายอาญาขณะนั้นยังไม่มีข้อบังคับเพียงพอจะเอาผิดเขาได้ และเขาได้เสียชีวิตในเดือนมิถุนายน ปี 1913 ด้วยวัย 65 ปี ที่เมืองมิเญ (Migné)
ภาพจากหนังสือพิมพ์ Le Petit Journal 16 มิ.ย 1901 หญิงสาวผู้ถูกจองจำแห่งปัวติเยร์ โดยปิแอร์ อิรองดี (Pierre Yrondi)
หลังจากได้รับการช่วยเหลือ บล็องซ์ ยังคงมีปัญหาด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง เป็นโรคคลั่งผอม (anorexia nervosa) โรคจิตเภท (schizophrenia) โรคชอบโชว์อนาจาร (exhibitionism) และโรคคลั่งสิ่งปฏิกูล (coprophilia) ส่งผลให้เธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชที่เมืองบลัว (Blois) และเสียชีวิตที่นั่นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1913 ปิดฉากตำนานรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ บริสุทธิ์ แต่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่โลกไม่มีวันลืม
https://en.wikipedia.org/wiki/Bourgeoisie
https://en.wikipedia.org/wiki/Poitiers
https://en.wikipedia.org/wiki/Blanche_Monnier
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ติดจังหวัดอื่นเพียงจังหวัดเดียว
นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคน
จังหวัดไหนมีลูกครึ่งมากที่สุดในไทย เปิดข้อมูลประชากรที่หลายคนอาจเข้าใจผิด
ฝั่งโขงจันทร์ งวด 26 ต.ค. 69 จัดชุดแนวทางครบทั้งเลขเด่น เลขกัน คู่ตัวเลข และชุดสามตัวจากภาพเดียว
อาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุด
เลข AI งวด 1 พฤศจิกายน 2569 วิเคราะห์สถิติย้อนหลัง 10 ปี เปิดเลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว เลขท้าย 3 ตัว
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/11/69
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
เทียบชัดชน ตารางมหาทักษา 4 สำนัก 1 พ.ย. 69
ส่องเลขธูปมงคล เจ๊ฟองเบียร์ 1 พฤศจิกายน 2569
สถิติการออกเลขคู่-เลขคี่ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เจาะสูตรสมดุลเสี่ยงโชค
ลาภลอย จับวาง งวด 1 พ.ย. 69 แยกโพยครบทุกหมวด หลักสิบ ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขใส่พาน
ห้างที่เดินแล้วหลงทางง่ายที่สุด มีแผนผังที่ซับซ้อนที่สุดในไทย








