อควา โทฟานา เมียรวมหัวส่งผัวลงนรก
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่แนบเนียนและมีเหยื่อมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เกิดขึ้นในอิตาลี ยุคที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์มีเสียง ถูกบังคับแต่งงาน และถ้าเจอสามีตบตีซ้อมเช้าซ้อมเย็น พวกเธอไม่มีสิทธิ์ "หย่าร้าง" ได้เลย ทางออกเดียวที่จะทำให้พวกเธอหลุดพ้นจากนรกบนดินนี้ได้ก็คือ... ต้องให้สามีตายเท่านั้น และนี่คือเรื่องราวของ "อควา โทฟานา" (Aqua Tofana)
อควา โทฟานา เป็นยาพิษร้ายแรงถูกปรุงขึ้นในแคว้นซิซิลีช่วงประมาณปี ค.ศ. 1630 โดยมีชื่อเสียงจากการถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในเมืองปาแลร์โม, เนเปิลส์, เปรูจา และกรุงโรม ประเทศอิตาลี ในยุคเรเนสซองส์ เป็นสูตรลับที่มีส่วนผสมของ สารหนู, ตะกั่ว และเบลลาดอนนา พิษนี้ "ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสชาติ" เวลาผสมในน้ำหรือเหล้าองุ่นจะไม่มีทางรู้เลย
เบลลาดอนนา ภาพโดย Johann Gottlieb Mann, ปี 1828
อากวา โทฟานา ถูกกล่าวถึงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกปรากฏในหมุดหมายช่วงปี ค.ศ. 1632–33 เมื่อผู้หญิงสองคนคือ ฟรันเชสกา ลา ซาร์ดา และ เตโอฟานีอา ดี อาดาโม ใช้มันเพื่อวางยาสามีที่ชอบใช้ความรุนแรง ยาพิษถูกคิดค้นขึ้นและตั้งชื่อตาม เตโอฟานีอา เธอถูกประหารชีวิตจากอาชญากรรมที่ก่อ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก และการสืบสวนถูกจัดขึ้นตามคำสั่งของ เฟอร์นันโด อาฟาน เด ริเบรา
เฟอร์นันโด อาฟาน เด ริเบรา ภาพโดยผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
ผู้หญิงหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเธอ รวมถึง จูเลีย โตฟานา (ซึ่งอาจเป็นลูกสาวของเธอ) และ จิโรนิมา สปานา ได้ย้ายไปที่กรุงโรมและยังคงผลิตรวมถึงแจกจ่ายยาพิษนี้ต่อไป เมื่อมาถึงกรุงโรม พวกเธอได้รับสารหนูซึ่งเป็นส่วนผสมหลักมาจากบาทหลวงจิโรลาโมแห่งโบสถ์ซานตาเญเซอินอาโกเน โดยบาทหลวงเข้าถึงยาพิษนี้ได้ผ่านทางพี่ชายหรือน้องชายของเขาที่เป็นเภสัชกร และนี่คือจุดเริ่มต้นของธุรกิจมืดระดับพันล้านของ "จูเลีย โทฟานา" (Giulia Tofana) สตรีผู้เปิดร้านขายเครื่องสำอางบังหน้า แต่เบื้องหลังเธอแอบปรุงยาพิษ
เธอทำการตลาดด้วยการนำยาพิษนี้ไปใส่ในขวดแก้วเล็กๆ แล้วแปะฉลากปลอมหลอกตาตำรวจว่าเป็น "น้ำมันมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญนิโคลัส" (Manna di San Nicola) หรือขวดน้ำยาบำรุงผิวหน้า โดยการทำให้ยาพิษนี้มีรูปลักษณ์เหมือนเครื่องสำอางและวัตถุมงคลในขวดโหลขนาดเล็กที่มีรูปภาพของนักบุญนิโคลัส ทำให้พวกภรรยาใจเด็ดสามารถซื้อไปวางเนียนๆ ไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนได้อย่างปลอดภัยโดยที่สามีไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ส่วน Manna di San Nicola ของจริงนั้นเป็นของเหลวบริสุทธิ์ที่ยังคงมีการสกัดออกมาจากกระดูกของนักบุญนิโคลัสในโบสถ์แห่งหนึ่งที่เมืองบารี ประเทศอิตาลี
นักบุญนิโคลัส ภาพโดย Jaroslav Čermák ปี 1831 - 1878
ภาพสมัยศตวรรษที่ 19 แสดงภาพยาพิษ 'มานนาแห่งซานนิโคลา' (อควาโทฟานา) ผลงานของปิแอร์ เมฌาเนล
ความน่ากลัวของอควา โทฟานา คือมันไม่ใช่พิษที่กินปุ๊บน้ำลายฟูมปากปั๊บ แต่มันคือ "พิษที่ออกฤทธิ์ช้าๆ" เพื่อเลียนแบบอาการป่วยตามธรรมชาติ หยดที่ 1: สามีจะเริ่มรู้สึกเพลีย ไข้ขึ้นอ่อนๆ เหมือนเป็นหวัด หยดที่ 2-3: เริ่มอาเจียน ท้องร่วง น้ำหนักลดฮวบ หมอหลวงมาตรวจก็คิดว่าเป็นโรคกระเพาะธรรมดา ช่วงนี้ภรรยาจะแกล้งเข้าไปดูแลปรนนิบัติอย่างดีเพื่อสร้างภาพว่ารักสามีสุดหัวใจ หยดที่ 4: พิษจะเข้าไปทำลายระบบอวัยวะภายในจนล้มเหลวและเสียชีวิตอย่างสงบในที่สุด
กระบวนการทั้งหมดกินเวลาหลายสัปดาห์ ทำให้อาการตายดูเหมือนคนป่วยตายธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมในยุคนั้นยังไม่มีวิชาชันสูตรศพ เหล่าภรรยาจึงรอดตัว กลายเป็น "แม่หม้ายทรงเครื่อง" ที่ได้สืบทอดมรดกและมีอิสรภาพในชีวิตทันที ธุรกิจนี้ขยายใหญ่โตเป็นเครือข่ายลับๆ แนะนำกันปากต่อปากในกลุ่มผู้หญิง ส่งผัวใจร้ายลงนรกไปมากกว่า 600 ศพ ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี โดยที่ตำรวจจับมือใครดมไม่ได้เลย
เรื่องมาแดงขึ้นในวันหนึ่ง เมื่อลูกค้ารายหนึ่งเกิดใจอ่อน จังหวะที่เธอหยดยาพิษลงในซุปเนื้อให้สามีกิน พอสามีกำลังจะตักเข้าปาก เธอกลัวความผิดจึงร้องห้ามและปัดถ้วยซุปทิ้ง สามีเกิดความสงสัยจึงซ้อมคั้นความจริงจนเธอยอมรับสารภาพและลากคอเธอไปส่งตำรวจ บางทฤษฎีบอกว่า มีลูกค้ารายหนึ่งสารภาพบาปกับบาทหลวงว่าเธอวางแผนจะฆ่าสามีและได้รับข้อเสนอคุ้มครองไม่ให้ต้องรับโทษเพื่อแลกกับการให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนทฤษฎีอื่นคาดว่าตำรวจอาจจับกุมคนส่งสารที่ทำหน้าที่แจกจ่ายยาพิษ และอาศัยเบาะแสจากบุคคลนั้นจนสามารถเข้าถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ ในขบวนการนี้ได้
ในที่สุด เครือข่ายแม่มดแห่งโรมก็ถูกทลาย จูเลีย โทฟานา และพรรคพวกถูกจับกุม เธอถูกทรมานจนยอมรับสารภาพว่าช่วยผู้หญิงฆ่าสามีไปมากกว่า 600 คน พวกเธอถูกลงทัณฑ์ด้วยการประหารชีวิต ถูกแขวนคอในที่สาธารณะ ณ กรุงโรม ในปี ค.ศ. 1659 ขณะที่ลูกค้าของพวกเธออีก 40 คนถูกจำคุกตลอดชีวิต เป็นอันปิดฉากตำนานคดีน้ำยามรณะที่สั่นประสาทผู้ชายทั้งยุโรปไปตลอดกาล
แต่ช้าก่อนทุกคน! ความพีคขั้นสุดของคดีนี้ในหน้าประวัติศาสตร์ยังไม่จบ เพราะยังมีหลักฐานอีกด้านจากนักวิชาการระบุว่า ตัวแม่ทีมอย่าง จูเลีย โทฟานา อาจจะไม่ได้ถูกประหารชีวิตจริง! แต่เธออาจจะไหวตัวทันและหนีไปใช้ชีวิตบวชเงียบๆ จนสิ้นใจตายตามธรรมชาติในปี 1651 ทิ้งให้ลูกทีม และลูกสาว (จิโรลามา สปารา) รับช่วงต่อจนโดนรวบในปี 1659 สรุปแล้วเธอหรือรอดเงื้อมมือตำรวจไปได้ ก็ยังคงเป็นปริศนาที่โลกยังหาข้อสรุปไม่ได้จนถึงทุกวันนี้
https://en.wikipedia.org/wiki/Atropa_bella-donna
https://en.wikipedia.org/wiki/Fernando_Afán_de_Ribera,_3rd_Duke_of_Alcal%C3%A1_de_los_Gazules
ทำไมการอยู่กับบางคนถึงเหมือนเดินบนเปลือกไข่ตลอดเวลา เมื่อความรักต้องอยู่กับอารมณ์ที่แปรปรวนสุดขั้ว
5 กลไกจิตวิทยาที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แรงกดดันของกลุ่มถึงของที่ “เหลือน้อย”
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
เมื่อพ่อแม่มองเห็นแต่ตัวเอง ลูกควรรับมืออย่างไรกับผู้ให้กำเนิดที่ไม่เคยรับฟังความรู้สึกของใคร
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
ของจริงไม่จกตา! สื่อต่างประเทศเทคะแนนให้ Toy Story 5 เต็มร้อย บอกเลยภาคนี้ขึ้นหิ้งระดับมาสเตอร์พีซ
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
ทำไมบางคนรักแล้วมั่นคง แต่บางคนกลัวการถูกทิ้ง คำตอบอาจอยู่ในวัยเด็กที่เราจำไม่ได้
หยางเหมยคืออะไร ทำไมผลไม้แดงจากจีนถึงหากินยากและเริ่มถูกพูดถึงในไทย
ทำไมการอยู่กับบางคนถึงเหมือนเดินบนเปลือกไข่ตลอดเวลา เมื่อความรักต้องอยู่กับอารมณ์ที่แปรปรวนสุดขั้ว
ของจริงไม่จกตา! สื่อต่างประเทศเทคะแนนให้ Toy Story 5 เต็มร้อย บอกเลยภาคนี้ขึ้นหิ้งระดับมาสเตอร์พีซ
ทำความรู้จัก"ลำไยคริสตัล"ผลไม้เนื้อใสราวแก้ว หวานกรอบจนกลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการลำไย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
5 กลไกจิตวิทยาที่เจอบ่อยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แรงกดดันของกลุ่มถึงของที่ “เหลือน้อย”








