หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รายได้ครัวเรือนไทย 2568 เทียบหนี้ ทำไมเงินดูพอแต่ไม่เหลือ


เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี

คำตอบสั้น ๆ คือ รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนไทยอาจดูเหมือน “พอใช้” เมื่อมองเป็นตัวเลขรายเดือน แต่ในชีวิตจริงเงินจำนวนนี้ถูกกินไปกับค่าใช้จ่ายจำเป็น หนี้เดิม และรายจ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำทุกวัน พอรวมกันแล้วจึงเหลือเงินออมน้อยกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บัตรเครดิต หรือหนี้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 28,151 บาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 21,984 บาท และมีหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือน 144,871 บาท โดยค่าใช้จ่ายคิดเป็น 78.1% ของรายได้

ตัวเลขนี้ทำให้หลายคนอาจรู้สึกว่า “ก็ยังเหลือเงินอยู่” เพราะถ้าหักรายจ่ายเฉลี่ยออกจากรายได้เฉลี่ย จะดูเหมือนยังมีส่วนต่างหลายพันบาทต่อเดือน แต่เรื่องมันอยู่ตรงนี้ — ตัวเลขเฉลี่ยไม่ใช่ชีวิตจริงของทุกบ้าน

รายได้เฉลี่ยไม่ได้แปลว่าทุกบ้านมีเงินเท่ากัน

คำว่า “รายได้เฉลี่ยครัวเรือน” หมายถึงการนำรายได้ของครัวเรือนจำนวนมากมาคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยเดียว ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมของประเทศ แต่ไม่ได้บอกว่าครอบครัวหนึ่งมีเงินเหลือจริงเท่าไร

บ้านที่มีคนทำงานหลายคน รายได้รวมอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก ขณะที่บางบ้านมีคนหารายได้เพียงคนเดียว แต่ต้องดูแลทั้งครอบครัว ตัวเลขเดียวกันจึงให้ความรู้สึกต่างกันมาก ถ้าบ้านหนึ่งมีรายได้ 28,000 บาทและมีสมาชิก 2 คน อาจพอหมุนได้ แต่ถ้ามีสมาชิก 4 คน มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนป่วย ตัวเลขเท่ากันอาจตึงทันที

ที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือ รายได้ครัวเรือนไม่ได้เท่ากับ “เงินเดือนที่โอนเข้าบัญชีแล้วใช้ได้ทั้งหมด” เพราะบางส่วนอาจเป็นรายได้ไม่ประจำ รายได้จากทรัพย์สิน รายได้ไม่เป็นตัวเงิน หรือเงินช่วยเหลือจากคนอื่น ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติยังแยกให้เห็นว่า รายได้จากการทำงานเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ครัวเรือนในปี 2568 โดยอยู่ที่ 19,616 บาทต่อเดือน หรือ 69.7% ของรายได้ทั้งหมด

ค่าใช้จ่ายจำเป็นกินเงินเร็วกว่าที่คิด

สาเหตุที่เงินดูเหมือนพอแต่สิ้นเดือนไม่เหลือ มักไม่ได้มาจากรายจ่ายก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มาจากรายจ่ายจำเป็นที่เกิดซ้ำทุกวัน

สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 21,984 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค 19,058 บาท หมวดที่สูงที่สุดคืออาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ 8,118 บาท รองลงมาคือค่าที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ในบ้าน 4,678 บาท และยานพาหนะหรือการเดินทาง 3,405 บาท

ลองคิดดูดี ๆ ค่าอาหาร ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าของใช้ในบ้าน และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเล็ก ๆ ไม่ได้ดูน่ากลัวเมื่อมองทีละรายการ แต่พอรวมกันทั้งเดือน กลายเป็นเงินก้อนใหญ่แบบเงียบ ๆ

นี่แหละเหตุผลที่หลายบ้านรู้สึกว่าไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือย แต่เงินก็ยังหายไปเร็ว

หนี้ไม่ได้วัดแค่ยอด แต่ต้องดูเงินผ่อนต่อเดือน

หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 144,871 บาท อาจดูไม่สูงเท่าหนี้บ้านหรือหนี้รถของบางคน แต่สิ่งที่กระทบชีวิตประจำวันจริง ๆ คือ “ยอดผ่อนต่อเดือน” มากกว่ายอดหนี้รวม

ถ้าหนี้ 100,000 บาทมีดอกเบี้ยสูงและต้องผ่อนหนักทุกเดือน ภาระอาจมากกว่าหนี้ก้อนใหญ่ที่ผ่อนระยะยาวและดอกเบี้ยต่ำกว่า พูดง่าย ๆ ก็คือ หนี้ที่ทำให้เงินตึง คือหนี้ที่กินกระแสเงินสดทุกเดือน

ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติยังระบุว่า ครัวเรือนที่มีหนี้สินมีสัดส่วน 40.7% และหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ใช้ในครัวเรือน 109,628 บาท หรือ 75.7% ของหนี้เฉลี่ยทั้งหมด ภาพนี้บอกอะไรค่อนข้างชัดว่า หนี้จำนวนมากไม่ได้เกิดจากการลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้เสมอไป แต่อาจเป็นหนี้ที่ใช้เพื่อพยุงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยอธิบายปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยว่า แม้ภาพรวมสุขภาพทางการเงินบางส่วนดีขึ้น แต่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP สูงกว่า 80% มาตั้งแต่ปี 2558 และยังเป็นระดับที่ต้องระวังเมื่อเทียบกับกรอบความยั่งยืนของ BIS

เงินเดือนพอหรือไม่ ต้องดูหลังหักภาระประจำ

วิธีอ่านตัวเลขรายได้ให้ใกล้ชีวิตจริงมากขึ้น คืออย่าดูแค่รายได้รวม แต่ให้ดูเงินที่เหลือหลังหักรายจ่าย 4 กลุ่มนี้

ค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย เดินทาง สื่อสาร
ภาระหนี้ เช่น บ้าน รถ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล
รายจ่ายครอบครัว เช่น ค่าเรียน ค่ายา ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่
เงินสำรอง เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษา ของใช้เสียฉุกเฉิน

ถ้ารายได้ดูพอ แต่ไม่มีเงินเหลือเก็บเลย แปลว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่รายได้อย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างรายจ่ายและหนี้ที่ล็อกเงินไว้ตั้งแต่ต้นเดือน

ในชีวิตจริง หลายคนได้เงินเดือนเข้ามาไม่กี่วันก็ต้องจ่ายบิลเดิม ๆ ทันที เหลือเงินสดใช้จริงน้อยกว่าตัวเลขรายได้มาก พอเจอเหตุฉุกเฉิน เช่น รถเสีย ป่วย ต้องเดินทางไกล หรือรายได้เสริมลดลง ก็ต้องพึ่งบัตรเครดิตหรือเงินกู้เพิ่ม วงจรนี้ทำให้หนี้ไม่ลดง่าย

อย่าอ่านค่าเฉลี่ยเหมือนเป็นคำตอบของทุกบ้าน

สิ่งที่ควรจำคือ ค่าเฉลี่ยช่วยให้เห็นภาพใหญ่ แต่ไม่ได้บอกความตึงของแต่ละครอบครัวทั้งหมด บ้านที่รายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาจอยู่ได้ถ้าหนี้น้อยและรายจ่ายคุมได้ ขณะที่บ้านที่รายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยก็อาจไม่เหลือเงิน หากมีภาระผ่อนจำนวนมาก

ฟังดูเล็กน้อย แต่สำคัญมาก เพราะคำถามที่ควรถามไม่ใช่แค่ “รายได้เท่าไร” แต่ควรถามว่า เหลือเงินสดหลังหักภาระเท่าไร

สำหรับคนอ่านทั่วไป วิธีใช้ข้อมูลนี้ให้เป็นประโยชน์คือ ลองแยกรายรับรายจ่ายของบ้านตัวเองเป็นรายเดือน แล้วดู 3 จุดก่อน ได้แก่ เงินเหลือหลังจ่ายของจำเป็น ภาระหนี้ต่อเดือน และเงินสำรองฉุกเฉิน ถ้าสามจุดนี้อ่อน แม้รายได้จะดูพอ ก็ยังเสี่ยงสิ้นเดือนไม่เหลืออยู่ดี

การตัดสินใจทางการเงิน กู้เงิน ลงทุน หรือทำประกัน ควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าจำให้สั้นที่สุด เรื่องรายได้กับหนี้ครัวเรือนไม่ควรดูแค่ตัวเลขเฉลี่ย แต่ควรดูว่าเงินที่เข้ามาในบ้านถูกผูกไว้กับค่าใช้จ่ายและหนี้มากแค่ไหน เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เงินเดือนน้อยเกินไป” อย่างเดียว แต่อยู่ที่เงินเกือบทั้งหมดถูกใช้ไปก่อนถึงสิ้นเดือนแล้ว

แหล่งที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ / ธนาคารแห่งประเทศไทย
อ้างอิง: https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20251001104758_58836.pdf
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี
สาระความรู้ ประโยชน์สิ่งต่างๆในสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว และสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 ต้นผลไม้ที่สามารถปลูกหน้าบ้านได้ ให้ร่มเงา กินได้ และยังเป็นมงคลจังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทยลูกใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ กระทบบัตรสวัสดิการรัฐไหมสรุปการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569ภาพยนตร์ไทยที่ขาดทุนมากที่สุดประเทศไทยควรมีเมืองหลวงแห่งที่2หรือไม่?ทำไมอาหารทอดถึงอร่อย ทั้งเสียงกรอบ กลิ่นหอม และสีทองถึงทำให้สมองยอมแพ้ทำไมวาฬบางตัวมีรูหายใจเดียว แต่บางตัวมี 2 รูอินทผาลัมยิ่งแห้งทำไมยิ่งหวาน คำตอบอยู่ที่น้ำในผลถ้ามีเงินเดือน 50,000 บาท แต่ต้องอยู่กรุงเทพฯ กับเงินเดือน 30,000 บาท ในต่างจังหวัด คุณจะเลือกอะไร?กระบี่ไม่ได้ดังแค่ทะเล ทำไม NASA ถึงหยิบภาพชายฝั่งไปอธิบาย3 ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกเสริมโชคเรื่องเงินในบ้าน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ลูกใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ กระทบบัตรสวัสดิการรัฐไหมถ้ามีเงินเดือน 50,000 บาท แต่ต้องอยู่กรุงเทพฯ กับเงินเดือน 30,000 บาท ในต่างจังหวัด คุณจะเลือกอะไร?จีนยังเป็นตลาดใหญ่สุดของทุเรียนไทย ทำไมผลไม้ชนิดนี้ถึงสำคัญขนาดนั้นทำไมอาหารทอดถึงอร่อย ทั้งเสียงกรอบ กลิ่นหอม และสีทองถึงทำให้สมองยอมแพ้ประโยชน์ของอัลมอนด์ กินอย่างไรให้ได้คุณค่าต่อสุขภาพทำไมวาฬบางตัวมีรูหายใจเดียว แต่บางตัวมี 2 รู
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
ลูกใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่ กระทบบัตรสวัสดิการรัฐไหม7 อาชีพไม่ค่อยอยู่ในกระแส แต่มีโอกาสทำเงินดีถ้าทักษะแน่นรายได้ไม่เพิ่มแต่หนี้ยังอยู่ เช็กสัญญาณเสี่ยงก่อนการเงินตึงเกินรับไหวยื่นภาษีลดหย่อนพ่อแม่ เกี่ยวกับบัตรสวัสดิการรัฐ 2569 อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่