10 สถานที่ในไทยที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นของเอกชน
สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน เวลาเราเห็นสถานที่ขนาดใหญ่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ อาคารท่องเที่ยว สนามบิน หรือพื้นที่ริมทะเล หลายแห่งดูเหมือนจะเป็นธุรกิจของบริษัทเอกชน
เพราะมีร้านค้า อาคารสวย ๆ หรือมีการเก็บค่าบริการ จนบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจว่า สถานที่นี้บริษัทเอกชนเป็นเจ้าของแน่ ๆ
แต่ความจริงเรื่องกรรมสิทธิ์ในประเทศไทยค่อนข้างซับซ้อน เพราะ เจ้าของที่ดิน ผู้ดูแลพื้นที่ ผู้เช่าพื้นที่ และผู้ประกอบกิจการภายในสถานที่เดียวกัน อาจเป็นคนละหน่วยงานกันเลย
ตัวอย่างที่น่าสนใจมีดังนี้
1. สวนเบญจกิติ
สวนเบญจกิติเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัดมาก เพราะคนทั่วไปอาจมองว่าเป็นสวนที่กรุงเทพมหานครสร้างและเป็นเจ้าของทั้งหมด แต่พื้นที่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับ ที่ราชพัสดุและกรมธนารักษ์ โดยพื้นที่เดิมเป็นบริเวณโรงงานยาสูบ
ข้อมูลของกรุงเทพมหานครระบุว่า การใช้พื้นที่สวนเบญจกิติต้องเกี่ยวข้องกับทั้งสำนักสิ่งแวดล้อมและกรมธนารักษ์ โดยกรมธนารักษ์เป็นหน่วยงานที่พิจารณาอนุญาตในขั้นตอนสุดท้ายด้วย
ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องว่า กทม. เป็นเจ้าของสวน แบบง่าย ๆ แต่มีโครงสร้างการถือครองและการดูแลพื้นที่ของภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
2. หมู่เกาะสิมิลัน
เกาะสวย ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปดำน้ำจำนวนมาก อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ
แต่หมู่เกาะสิมิลันเป็น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
ปัจจุบันอุทยานฯ ครอบคลุมเกาะต่าง ๆ รวมถึงเกาะตาชัยและเกาะบอนด้วย และบางพื้นที่ยังมีมาตรการปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
ธุรกิจท่องเที่ยวที่พานักท่องเที่ยวเข้าไปไม่ได้หมายความว่าบริษัทเหล่านั้นเป็นเจ้าของเกาะ
3. เกาะจำนวนมากของประเทศไทย
เรื่อง เกาะเป็นของใคร จริง ๆ ซับซ้อนกว่าที่คิดมาก
ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุว่า ประเทศไทยมีเกาะจำนวนมาก และ 491 เกาะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล ขณะที่เกาะอื่น ๆ อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือบางส่วนอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ
เพราะฉะนั้นการที่เราเห็นรีสอร์ตหรือบริษัททัวร์ทำธุรกิจบนเกาะ ไม่ได้แปลว่าบริษัทเหล่านั้นเป็นเจ้าของเกาะทั้งเกาะ
4. สวนสาธารณะของกรุงเทพฯ หลายแห่ง
สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ หลายแห่งมี กทม. เป็นผู้ดูแลและให้ประชาชนเข้าใช้บริการ แต่เรื่องกรรมสิทธิ์ของที่ดินอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
กรณีสวนเบญจกิติเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า หน่วยงานที่ดูแลสวนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ที่ดินอาจไม่ใช่หน่วยงานเดียวกัน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า ใครเป็นเจ้าของ กับ ใครเป็นคนดูแล จึงไม่ควรถูกใช้แทนกันแบบตรง ๆ
5. พื้นที่อุทยานแห่งชาติที่มีร้านค้าและธุรกิจท่องเที่ยว
บางอุทยานแห่งชาติมีร้านอาหาร ร้านขายของ จุดกางเต็นท์ บ้านพัก หรือบริการนำเที่ยว ทำให้บรรยากาศดูคล้ายสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
แต่การมีร้านค้าหรือผู้ประกอบการเข้าไปทำธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการ
พื้นที่อุทยานแห่งชาติมีระบบการอนุญาตและการควบคุมการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตามกฎหมายของรัฐ
6. ชายหาดในเขตอุทยาน
ชายหาดบางแห่งมีโรงแรมหรือรีสอร์ตอยู่ใกล้ ๆ จนคนอาจเข้าใจว่าชายหาดเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมไปด้วย
แต่ในความเป็นจริงต้องดูเป็นกรณี ๆ ไปว่า ที่ดินส่วนไหนเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน ส่วนไหนเป็นพื้นที่สาธารณะ และส่วนไหนอยู่ในเขตอุทยานหรือพื้นที่ของรัฐ
ดังนั้นโรงแรมที่อยู่ติดทะเลไม่ได้หมายความว่าโรงแรมเป็นเจ้าของชายหาดทั้งหมดที่อยู่ด้านหน้า
7. เกาะที่มีรีสอร์ตชื่อดัง
อันนี้เป็นอีกจุดที่คนเข้าใจผิดได้ง่ายมาก เวลาเห็นรีสอร์ตขนาดใหญ่กินพื้นที่หลายไร่บนเกาะ บางคนอาจคิดว่า เจ้าของรีสอร์ตเป็นเจ้าของเกาะ
แต่โดยหลักแล้วต้องแยกระหว่าง กรรมสิทธิ์ในที่ดินของรีสอร์ต กับ กรรมสิทธิ์หรือสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ส่วนอื่น ๆ บนเกาะ
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเองก็ระบุว่าเกาะของไทยมีหลายรูปแบบ ทั้งอยู่ในเขตอุทยาน อยู่ภายใต้ท้องถิ่น และอยู่ภายใต้หน่วยงานรัฐอื่น ๆ
8. พื้นที่ราชพัสดุที่เอกชนเข้าไปใช้ประโยชน์
สถานที่บางแห่งอาจมีบริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินกิจการ แต่พื้นที่ที่ตั้งของกิจการอาจเป็น ที่ราชพัสดุ
กรณีแบบนี้เอกชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ผ่านระบบเช่า การอนุญาต หรือสัญญาตามเงื่อนไขของรัฐได้
ดังนั้น บริษัทเป็นคนทำธุรกิจ กับ บริษัทเป็นเจ้าของที่ดิน จึงเป็นคนละเรื่องกัน
กรมสรรพากรเองก็แยกคำว่าอสังหาริมทรัพย์ที่เอกชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่เอกชนมีเพียงสิทธิครอบครองหรือใช้ประโยชน์ไว้ชัดเจน
9. สถานที่ท่องเที่ยวที่รัฐให้เอกชนบริหาร
สถานที่บางแห่งอาจมีร้านค้า ระบบบริการ หรือกิจกรรมที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชน ทำให้ภาพที่คนเห็นดูเหมือนเป็น ธุรกิจเอกชน
แต่รูปแบบการบริหารสถานที่สามารถมีได้หลายแบบ เช่น รัฐเป็นเจ้าของพื้นที่แล้วให้เอกชนเช่าพื้นที่ หรือให้เอกชนเข้ามาดำเนินกิจกรรมบางส่วน
ดังนั้นถ้าจะบอกว่า สถานที่นี้เป็นของเอกชน ต้องตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์และสัญญาที่เกี่ยวข้องก่อน ไม่สามารถดูจากหน้าร้านหรือชื่อบริษัทแล้วสรุปได้ทันที
10. พื้นที่บนเกาะที่มีธุรกิจท่องเที่ยวหนาแน่น
สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลบางแห่งมีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ และกิจกรรมทางน้ำอยู่เต็มพื้นที่ จนบรรยากาศเหมือนเมืองท่องเที่ยวเอกชน
แต่ข้อมูลภาครัฐชี้ให้เห็นว่าการจัดการเกาะในประเทศไทยมีหลายสถานะ ไม่ได้มีรูปแบบเดียวทั้งหมด
บางแห่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ บางแห่งอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบางพื้นที่อยู่ภายใต้หน่วยงานรัฐอื่น ดังนั้นจึงต้องดูเป็นรายพื้นที่
แล้วทำไมคนถึงเข้าใจว่าเป็นของเอกชน?
สาเหตุหลัก ๆ คือ เราเห็นคนทำธุรกิจ แต่ไม่เห็นโครงสร้างการถือครองที่ดิน
โรงแรมอาจเป็นของบริษัท แต่ที่ดินอาจเช่าจากรัฐ ร้านอาหารอาจเป็นของเอกชน แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่รัฐเป็นเจ้าของ หรือสวนอาจมีหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้ดูแล ขณะที่กรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่กับอีกหน่วยงานหนึ่ง
แหล่งที่มา
- กรมธนารักษ์ — ข้อมูลที่ราชพัสดุ
กรุงเทพมหานคร — ข้อมูลสวนเบญจกิติ - กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง — ข้อมูลเกาะประเทศไทย
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ข้อมูลพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
เขียนโดย rollwithus
10 สถานที่ในไทยที่ผูกกับตำนานผีและเรื่องเล่าลี้ลับ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
คู่มือทำแกงกะหรี่แบบง่าย ทำกินเองได้ ต่อยอดทำขายก็ดี
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ทำไมปากถึงร้องโอ๊ยก่อนจะรู้สึกเจ็บ
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ต้นไม้รู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกแมลงกัด
ทำไมฝาหม้อแก้วหลายใบต้องมี “รูเล็ก ๆ” อยู่บนฝา? ถ้าปิดสนิทกว่าเดิมจะไม่ดีกว่าหรือ?
รายได้จากการชกมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”
ตัวเลขใต้ขวดพลาสติก คืออะไร? รู้ไว้จะได้เข้าใจว่าขวดทำจากพลาสติกชนิดไหน
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569
เปิดประวัติศาสตร์ฉบับย่อยง่าย: ทำไมทีมฟุตบอลแถบสแกนดิเนเวีย ถึงถูกเรียกว่า "ทัพไวกิ้ง"?
10 อาชีพที่คนไทยมองว่าดูดี และมีเสน่ห์
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน

