ครัวเรือนไทยรายได้เฉลี่ย 28,151 บาท รายจ่ายก้อนใหญ่ยังหนีไม่พ้นเรื่องกิน
ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 ชี้ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 28,151 บาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,984 บาท และหมวดอาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ ยังเป็นรายจ่ายสูงสุด
ตัวเลข 28,151 บาทต่อเดือน ฟังเผิน ๆ เหมือนพอหายใจได้ แต่พอหันไปดูรายจ่ายเฉลี่ย 21,984 บาท ภาพชีวิตครัวเรือนไทยก็เริ่มชัดขึ้นทันที เงินเข้ามาเกือบสามหมื่น แต่ถูกใช้ไปแล้วประมาณ 78 บาทจากทุก 100 บาทที่หาได้
นี่คือข้อมูล 6 เดือนแรกของปี 2568 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ไม่ใช่การเดา ไม่ใช่ความรู้สึกจากราคาของในตลาด แต่เป็นภาพรวมจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนทั่วประเทศ
ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ถูกจุดก่อน คำว่า “รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน” ไม่ได้แปลว่าทุกบ้านมีเงินเข้าบ้านเดือนละ 28,151 บาทพอดี บ้านที่มีคนทำงานหลายคน บ้านที่มีรายได้สูงมาก และบ้านที่รายได้น้อยมาก ถูกนำมาคิดรวมกันในภาพเดียว เพราะฉะนั้นเอาไปเทียบกับเงินเดือนของคนคนเดียวตรง ๆ ก็จะเพี้ยนได้ง่าย
รายได้หลักยังมาจากการทำงานอยู่ดี อยู่ที่ 19,616 บาท หรือ 69.7% ของรายได้ทั้งหมด ในก้อนนี้ ค่าจ้างและเงินเดือนมากที่สุด 12,264 บาท ตามด้วยกำไรสุทธิจากการทำธุรกิจ 4,726 บาท และกำไรสุทธิจากการเกษตร 2,626 บาท
แค่ตรงนี้ก็เห็นแล้วว่า “รายได้ครัวเรือน” ไม่ได้เท่ากับ “เงินเดือน” อย่างเดียว
รายได้อีกส่วนหนึ่งเป็นรายได้ไม่เป็นตัวเงิน 3,826 บาท เช่น สวัสดิการ สินค้า หรือบริการที่ได้รับโดยไม่ต้องซื้อ รวมถึงการประเมินค่าเช่าบ้านหรือบ้านของตนเอง ยังมีรายได้จากแหล่งอื่นและเงินช่วยเหลือ 4,226 บาท และรายได้ไม่ประจำหรือจากทรัพย์สิน 484 บาท พอรวมทั้งหมดก็เลยออกมาเป็นตัวเลขรายได้เฉลี่ยทั้งสิ้น 28,151 บาท
ฝั่งรายจ่าย ภาพค่อนข้างตรงกับความรู้สึกของหลายบ้าน เงินก้อนใหญ่สุดหมดไปกับอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ เฉลี่ยเดือนละ 8,118 บาท คิดเป็น 36.9% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด รองลงมาคือค่าที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ภายในบ้าน 4,678 บาท แล้วค่อยเป็นค่ายานพาหนะหรือการเดินทาง 3,405 บาท
พูดง่าย ๆ คือ ยังไม่ทันคิดเรื่องซื้อบ้านใหม่ ลงทุน หรือเก็บเงินยาว ๆ ค่าใช้จ่ายประจำวันก็กินพื้นที่ไปมากแล้ว ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าของใช้ในบ้าน พอรวมกันทุกเดือนก็ทำให้เงินที่เหลือจริงบางกว่าตัวเลขรายได้บนกระดาษ
จุดที่ต้องระวังคือ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,984 บาทในรายงานนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการยังชีพเป็นหลัก ไม่รวมค่าใช้จ่ายประเภทสะสมทุน เช่น การซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน หรือเงินออม เพราะฉะนั้นบ้านที่กำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือมีภาระหนี้ก้อนใหญ่ อาจรู้สึกหนักกว่าตัวเลขเฉลี่ยนี้มาก
ขนาดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยยังคิดเป็น 78.1% ของรายได้แล้ว
ถ้ามองแบบชีวิตจริง บ้านหนึ่งอาจมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ถ้ามีลูกเล็ก ผู้สูงอายุ คนป่วย ค่าเดินทางไกล หรืออยู่ในพื้นที่ค่าครองชีพสูง เงินเหลือหลังหักภาระประจำก็อาจไม่มากนัก ตรงกันข้าม บ้านรายได้ไม่สูงมากแต่ไม่มีหนี้หนัก ค่าอยู่กินต่ำ และมีคนช่วยกันหารายได้หลายทาง ก็อาจจัดการเงินได้คล่องกว่า
ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน กู้เงิน ลงทุน หรือทำประกัน ควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
ตัวเลขเฉลี่ยจึงไม่ได้มีไว้ตัดสินว่าบ้านไหนรวยหรือจน แต่มันบอกให้ถามคำถามที่ตรงกว่าเดิม เดือนนี้บ้านเรามีเงินเข้าเท่าไร ต้องจ่ายของจำเป็นเท่าไร และหลังจากนั้น เหลือเงินจริงให้เก็บหรือใช้กับอนาคตแค่ไหน
อ้างอิง: https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20251001104758_86578.pdf
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
สถิติหวย 1 กรกฎาคม ย้อนหลัง 20 ปี เลข 2 ตัวไหนออกบ่อยที่สุด
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
พระต้องโกนคิ้วไหม ทำไมพระไทยจึงโกนคิ้วตอนบวช
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
พระดื่มสุราไม่ถึงปาราชิก แต่ผิดพระวินัยข้อไหน
"เงินดิจิทัล" และ สังคมไร้เงินสด ในไทย ทำไมพัฒนาเร็วกว่าบางประเทศในยุโรป
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
7 เหตุผล ที่ท่องเที่ยวต่างชาติ มาเที่ยวประเทศไทยซ้ำ สูงที่สุดในโลก
ชาไทยติดอันดับโลก แล้วร้านไหนคือเบอร์ 1 ของประเทศไทย?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ซดน้ำซุปบ่อยแค่ไหนถึงน่าห่วง ไตทำงานหนักจริงหรือไม่
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ




