5 วิชาในโรงเรียนที่เด็กมักตั้งคำถาม อยากให้ปรับมากกว่ายกเลิก
เขียนโดย bowvy89
“ถ้าเลือกได้ ขอไม่เรียนวิชานี้ได้ไหม”
ประโยคนี้น่าจะเคยหลุดออกจากปากเด็กนักเรียนหลายรุ่น โดยเฉพาะวันที่ต้องแต่งชุดลูกเสือครบเครื่อง แบกอุปกรณ์ไปโรงเรียน หรือวันที่ต้องออกไปวิ่งกลางแดดในคาบพละ ทั้งที่ใจอยากนั่งอ่านหนังสือสอบมากกว่า
แต่ต้องพูดกันให้ชัดก่อนว่า รายชื่อนี้ไม่ใช่ผลสำรวจทางการของกระทรวงศึกษาธิการ และไม่ใช่คำตอบแทนเด็กทุกคน เป็นเพียงการรวบรวม “วิชาที่มักถูกพูดถึง” เวลานักเรียนตั้งคำถามกับตารางเรียน ว่าอะไรจำเป็น อะไรควรปรับ และอะไรควรสอนให้ใกล้ชีวิตจริงกว่านี้
เพราะในหลักสูตรจริง โรงเรียนไม่ได้มีแค่วิชาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น สพฐ. ยังระบุไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ว่ามีกลุ่มสาระการเรียนรู้หลายด้าน รวมถึงสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้วย
พูดง่าย ๆ คือ หลายวิชาไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “สอบ” อย่างเดียว
แต่เด็กจำนวนไม่น้อยก็ยังรู้สึกว่า บางวิชาเรียนแล้วเหนื่อย ใช้เงิน ใช้เวลา หรือยังไม่เห็นว่ามันเกี่ยวกับชีวิตตรงไหน นี่คือ 5 วิชาที่มักถูกหยิบมาพูดถึงบ่อยที่สุด
- ลูกเสือ-เนตรนารี
ถ้าถามเด็กไทยหลายคนว่า วิชาไหนอยากให้ปรับก่อนเพื่อน ชื่อลูกเสือ-เนตรนารีมักมาเร็วมาก
เหตุผลหลักไม่ใช่แค่ไม่อยากเรียน แต่เป็นเรื่องค่าใช้จ่ายและภาระจุกจิก ชุด เครื่องหมาย เข็มขัด หมวก ถุงเท้า รองเท้า อุปกรณ์เข้าค่าย บางบ้านมีลูกมากกว่าหนึ่งคน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
อีกเรื่องคือ เด็กบางคนไม่เข้าใจว่ากิจกรรมที่ทำในคาบเรียนเชื่อมกับชีวิตจริงอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อการเรียนกลายเป็นการท่องระเบียบ ฝึกแถว หรือทำกิจกรรมซ้ำ ๆ มากกว่าการเรียนทักษะเอาตัวรอด การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการทำงานเป็นทีม
แต่ในเอกสารหลักสูตร ลูกเสือ-เนตรนารีอยู่ในหมวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ไม่ใช่วิชาสอบแบบคณิตศาสตร์หรือภาษาไทย จุดประสงค์เดิมคือฝึกระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ การอยู่ร่วมกับคนอื่น และจิตสาธารณะ
ปัญหาเลยอาจไม่ใช่ว่า “มีลูกเสือทำไม” แต่อาจเป็น “สอนลูกเสือแบบไหน เด็กถึงจะรู้สึกว่าคุ้มกับเวลาที่เสียไป”
- พระพุทธศาสนา
วิชาพระพุทธศาสนาเป็นอีกวิชาที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในห้องเรียนยุคนี้ โดยเฉพาะในโรงเรียนที่มีเด็กต่างศาสนา หรือเด็กที่ตั้งคำถามกับการเรียนศาสนาแบบจำเนื้อหา
บางคนไม่ได้ปฏิเสธเรื่องศีลธรรม แต่ไม่อยากให้การเรียนผูกอยู่กับศาสนาเดียวมากเกินไป อยากให้เปิดพื้นที่ไปถึงจริยธรรม การอยู่ร่วมกัน ความเข้าใจความเชื่อที่แตกต่าง หรือการวิเคราะห์ปัญหาชีวิตจริง เช่น การบูลลี่ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบบนโลกออนไลน์
เด็กบางคนอาจจำวันสำคัญทางศาสนาได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับเพื่อนที่คิดต่างอย่างไร
ตรงนี้แหละที่หลายเสียงอยากให้ปรับ จากการเรียนเพื่อจำ มาเป็นการเรียนเพื่อใช้ชีวิตกับคนอื่นให้ดีขึ้น
- พลศึกษา
พละเป็นวิชาที่บางคนรักมาก และบางคนกลัวมาก
เด็กที่ชอบกีฬาอาจรอคาบนี้ทั้งสัปดาห์ แต่เด็กที่ไม่ถนัดกีฬา มีปัญหาสุขภาพ น้ำหนักตัวมาก ตัวเล็กกว่าเพื่อน หรือไม่มั่นใจในร่างกายของตัวเอง อาจรู้สึกกดดันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียน
ปัญหาอยู่ที่การประเมินแบบเดียวกันหมดมากกว่า บางโรงเรียนยังให้คะแนนจากความเร็ว ความแข็งแรง หรือทักษะกีฬาเป็นหลัก ทั้งที่เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เท่ากันเลย
ถ้าวิชาพละถูกปรับให้เน้นสุขภาพ การเคลื่อนไหวที่เหมาะกับแต่ละคน ความรู้เรื่องร่างกาย การนอน อาหาร และการดูแลตัวเอง เด็กที่เคยไม่ชอบพละอาจมองวิชานี้ใหม่
เพราะสุดท้าย สุขภาพไม่ใช่เรื่องของเด็กที่เล่นกีฬาเก่งเท่านั้น
- กระบี่กระบอง
กระบี่กระบองมักถูกมองว่าไกลตัว โดยเฉพาะในสายตาเด็กที่ถามตรง ๆ ว่า “โตไปจะได้ใช้ตอนไหน”
ถ้ามองในฐานะทักษะใช้งานประจำวัน เด็กก็มีเหตุผลของเขา เพราะชีวิตจริงแทบไม่มีใครต้องใช้กระบี่กระบองไปแก้ปัญหา แต่ถ้ามองในฐานะศิลปะการต่อสู้ไทย การเคลื่อนไหวร่างกาย และวัฒนธรรม วิชานี้ยังมีคุณค่าของมันอยู่
โจทย์คือจะสอนอย่างไรไม่ให้เด็กจำแค่ว่าต้องถือไม้แล้วทำท่าตามครู
บางโรงเรียนอาจปรับเป็นการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ผสมประวัติ ความปลอดภัย และการเคลื่อนไหวพื้นฐาน แทนการบังคับให้ทุกคนต้องถนัดเหมือนกันทั้งหมด แบบนั้นน่าจะลดแรงต้านได้มากกว่า
- ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่ไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้าม มันช่วยให้เข้าใจประเทศ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และความขัดแย้งหลายเรื่องที่ยังส่งผลถึงวันนี้
แต่เด็กจำนวนไม่น้อยเบื่อ เพราะวิชานี้ถูกทำให้กลายเป็นการจำปี พ.ศ. จำชื่อบุคคล จำเหตุการณ์ แล้วเอาไปตอบข้อสอบ
แค่นั้นจริง ๆ
ถ้าประวัติศาสตร์ถูกเล่าเหมือนเรื่องของคน มีเหตุ มีผล มีความขัดแย้ง มีคำถามให้ถกกัน เด็กอาจสนใจมากขึ้น เช่น ทำไมเหตุการณ์หนึ่งถึงเกิดขึ้น ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ แล้วเรื่องนั้นเกี่ยวกับชีวิตคนรุ่นนี้อย่างไร
กระทรวงศึกษาธิการเองก็มีแนวนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองอยู่แล้ว ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ควรถอดวิชานี้ออกหรือไม่ แต่อยู่ที่วิธีสอนจะพาเด็กออกจากการท่องจำได้แค่ไหน
สิ่งที่เด็กอยากได้ อาจไม่ใช่การลบวิชาออกจากตาราง
หลายครั้งคำว่า “อยากให้ยกเลิก” อาจแปลตรงตัวเกินไป เด็กบางคนไม่ได้เกลียดความรู้ในวิชานั้น แต่เบื่อวิธีเรียน เบื่อค่าใช้จ่าย เบื่อการประเมินที่ไม่เข้าใจความต่างของแต่ละคน หรือรู้สึกว่าวิชาไม่ตอบคำถามชีวิตจริง
ลูกเสืออาจมีประโยชน์ ถ้าสอนให้เด็กช่วยเหลือตัวเองและคนอื่นได้จริง
พละอาจสนุกขึ้น ถ้าไม่ทำให้เด็กบางคนรู้สึกแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ประวัติศาสตร์อาจน่าติดตามกว่าที่คิด ถ้าเลิกสอนเหมือนให้จำเพื่อสอบอย่างเดียว
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “วิชาไหนควรหายไป” แต่อาจเป็น “วิชาไหนควรถูกออกแบบใหม่เสียที”
เรียบเรียงโดย: bowvy89 นักเขียนสายชิลและคอนเทนต์จัดอันดับ ถ่ายทอดเรื่องใกล้ตัวให้อ่านง่าย พร้อมมุมมองที่โยงกับชีวิตจริง
อ้างอิง: https://academic.obec.go.th/web/news/view/75 , https://www.scoutthailand.org/ , https://opec.go.th/news/detail/2703
เขียนโดย bowvy89
ทำไมศรีราชาถึงมีคนญี่ปุ่นเยอะ จนถูกเรียกว่า Little Osaka
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
5 เงินเดือนผู้นำประเทศ ตัวเลขจริงที่ต่างกันมากกว่าที่คิด
เมืองชายแดนที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
หญิงสหรัฐฯ เสียชีวิตหลังร่มสนามปลิวกระแทกคอ ระหว่างกินข้าวริมทะเลสาบ
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
😉 ชวนลองเข้ามาดูช่วงจังหวะเหมาะ ๆ พอดีที่ผู้คนตั้งใจจะถ่ายรูปธรรมดา ๆ แต่กลับได้ภาพสุดประทับใจ 😆
สาวอดอาหาร 1 เดือน ลด 10 กิโล แพทย์เตือนไขมันพอกตับไม่ใช่เรื่องของคนอ้วนเท่านั้น
ญี่ปุ่นอัดงบ 5.1 แสนล้านเยน ลดค่าไฟ-ก๊าซหน้าร้อน 3 เดือน
ประเทศที่ต้องการแรงงานไทยมากที่สุด มีคนไทยไปทำงานมากที่สุด
ญี่ปุ่นอัดงบ 5.1 แสนล้านเยน ลดค่าไฟ-ก๊าซหน้าร้อน 3 เดือน
ชาวฮิมบาแห่งนามิเบีย ทำไมผู้หญิงหลายคนไม่อาบน้ำ แต่ยังดูแลตัวเองได้




