ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เอาจริง ๆ นะ คำถามนี้ผมเคยโดนชาวต่างชาติถามมาหลายรอบว่า “Thailand was never colonized, so why do you drive on the left like the Brits?” ตอนแรกก็อึ้งเหมือนกัน เพราะคำตอบมันไม่ใช่แค่ “ไทยรับอิทธิพลอังกฤษ” แล้วจบได้ในประโยคเดียว
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การขับรถชิดซ้ายต้องเป็น มรดกอาณานิคมอังกฤษ เท่านั้น ทั้งที่จริงประเทศและดินแดนที่ใช้ระบบขับชิดซ้ายมีอยู่ราว 30% ของโลก และครอบคลุมประชากรประมาณ 35% ของโลก ไม่ได้มีแค่อังกฤษกับอดีตอาณานิคมเท่านั้น ญี่ปุ่นก็เป็นตัวอย่างชัด เพราะไม่เคยเป็นเมืองขึ้นอังกฤษ แต่ยังขับชิดซ้ายเหมือนกัน
ถ้าจะอธิบายเรื่องไทยให้ตรงกว่าเดิม ผมว่าต้องมองเป็น “จังหวะประวัติศาสตร์” มากกว่า “ใครมาบังคับ” เพราะไทยเลือกทางนี้จากหลายปัจจัยที่มาชนกันพอดี ทั้งรถที่นำเข้า เส้นทางการค้า เพื่อนบ้านรอบประเทศ และกฎหมายที่มาล็อกระบบทีหลัง
ต้นตอของการชิดซ้ายมักถูกโยงกลับไปถึงยุคม้า รถม้า และคนถนัดขวา คนยุโรปจำนวนมากนิยมเดินหรือขี่ม้าชิดซ้าย เพราะมือขวาจะว่างไว้ใช้ดาบหรือควบคุมสถานการณ์เวลาสวนกับคนอีกฝั่ง ธรรมเนียมนี้ค่อย ๆ กลายเป็นกฎทางถนนในอังกฤษ โดย General Highways Act ปี 1773 เป็นหนึ่งในกฎหมายสำคัญที่วางหลักให้ผู้ใช้ถนนอยู่ทางซ้าย
พออังกฤษขยายอิทธิพลทางการค้าและอาณานิคม ระบบชิดซ้ายก็ถูกส่งต่อไปหลายพื้นที่ เช่น อินเดีย พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เรื่องนี้จริง แต่จุดที่ต้องระวังคือ อย่าเอาเหตุผลเดียวไปอธิบายทั้งโลก เพราะแต่ละประเทศมีเส้นทางของตัวเอง
สำหรับสยาม จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 5 ราวปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงที่รถยนต์เริ่มเข้ามาในประเทศ เรื่อง “รถยนต์คันแรกของสยาม” มีหลายสายเล่า บางข้อมูลโยงกับเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีและรถที่รัชกาลที่ 5 ทรงสนพระทัยภายหลัง แต่ภาพใหญ่ที่ค่อนข้างชัดคือ รถยุคแรก ๆ จำนวนไม่น้อยเข้ามาผ่านเครือข่ายการค้าแบบอังกฤษและดินแดนใกล้เคียงที่ใช้พวงมาลัยขวา
ผมว่าเหตุผลนี้แหละคือจุดล็อกสำคัญ ถ้ารถที่เข้ามาช่วงแรกเป็นพวงมาลัยขวา คนขับไทยยุคแรกก็ต้องเรียนรู้กับรถแบบนั้น ถนนและพฤติกรรมการขับก็เริ่มวางตัวตามแบบนั้น พอใช้ไปหลายสิบปี ระบบมันไม่ได้เป็นแค่ “กติกา” แล้ว แต่มันกลายเป็นความเคยชินของทั้งเมือง
ภูมิศาสตร์รอบไทยก็ช่วยดันให้ระบบนี้แน่นขึ้นไปอีก ฝั่งตะวันตกคือพม่า ซึ่งอังกฤษผนวกเป็นอาณานิคมในปี 1886 ฝั่งใต้คือมลายูและสิงคโปร์ที่อยู่ในเครือข่ายอังกฤษ ส่วนปีนังกับสิงคโปร์ก็เป็นท่าเรือสำคัญของการค้าภูมิภาค การนำเข้ารถ อะไหล่ และเทคโนโลยีผ่านเส้นทางเหล่านี้จึงง่ายกว่าการเริ่มระบบใหม่จากฝรั่งเศสหรือยุโรปแผ่นดินใหญ่
จริง ๆ แล้วไทยไม่ได้ตื่นมาแล้วเลือกชิดซ้ายในวันเดียว แต่มันค่อย ๆ เกิดจากการใช้งานจริงก่อน แล้วกฎหมายค่อยตามมารับรองภายหลัง กฎหมายจราจรไทยยุคเก่าที่ระบุเรื่องนี้ชัดคือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2477 ซึ่งมาตรา 5 ระบุให้เดินรถทางด้านซ้ายของทาง เว้นแต่กรณีแซงหรือบางกรณีที่กฎหมายอนุญาต
ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า ไทยไม่ได้ขับชิดซ้ายเพราะเป็นอาณานิคม แต่เพราะระบบรถ ระบบถนน และพฤติกรรมการใช้ทางมันเดินมาทางนี้ก่อนแล้ว พอกฎหมายออกมา ก็เป็นการเขียนให้สิ่งที่ใช้อยู่จริงกลายเป็นกติกาทางการ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีแนวคิดในหลายประเทศเรื่องการเปลี่ยนทิศทางจราจร เพราะรถจากตลาดอเมริกาและยุโรปแผ่นดินใหญ่ได้รับความนิยมมากขึ้น ประเทศที่กล้าเปลี่ยนจริงและดังมากคือสวีเดน ซึ่งทำ “Dagen H” ในวันที่ 3 กันยายน 1967 เปลี่ยนจากขับชิดซ้ายเป็นชิดขวาทั้งประเทศ โดยมีการประเมินต้นทุนระดับหลายร้อยล้านโครนา
ฟังดูเหมือนเปลี่ยนได้ ถ้ารัฐตั้งใจพอ แต่เอาจริง ๆ นะ ต้นทุนมันไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้ายถนน ต้องเปลี่ยนสัญญาณไฟ ปรับแยก ฝึกผู้ขับขี่ใหม่ จัดการรถทั้งระบบ และรับความเสี่ยงช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ้าเทียบกับไทยที่ใช้ระบบชิดซ้ายมานานแล้ว การคงของเดิมจึงสมเหตุสมผลกว่าเยอะ
ญี่ปุ่นก็เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้ความเชื่อ “ชิดซ้ายเท่ากับอังกฤษปกครอง” ไม่แม่นเสมอไป ญี่ปุ่นมีรากเรื่องการเดินทางชิดซ้ายจากวัฒนธรรมดั้งเดิม และในยุคเมจิยังรับเทคโนโลยีรถไฟจากอังกฤษ โดยรถไฟสายแรกระหว่างชิมบาชิ–โยโกฮามาเปิดในปี 1872 พร้อมอิทธิพลจากวิศวกรอังกฤษ
อินโดนีเซียก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นไปอีก เพราะเคยเป็นอาณานิคมเนเธอร์แลนด์ ซึ่งโดยทั่วไปใช้ระบบชิดขวา แต่ปัจจุบันอินโดนีเซียกลับขับชิดซ้าย เหตุผลหนึ่งมาจากประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการรับระบบจราจรที่เปลี่ยนไปในเวลานั้น
เพราะฉะนั้น ไทยไม่ใช่เคสประหลาดของโลกเลย ถ้าจะพูดให้ตรง ไทยเป็นประเทศที่ระบบชิดซ้ายเกิดจากการรับรถและมาตรฐานการเดินทางในช่วงเวลาที่อิทธิพลอังกฤษอยู่รอบตัวมากพอดี แล้วประเทศก็เดินต่อบนเส้นทางนั้นจนกฎหมายมารองรับอย่างเป็นทางการ
ผมชอบเรื่องนี้ตรงที่มันสะท้อนอะไรบางอย่างของไทย เราไม่ได้ถูกบังคับให้เลือกซ้าย แต่เราเลือกจากของที่ใช้งานได้จริงในเวลานั้น พอเลือกแล้วก็อยู่กับมันยาวมาถึงวันนี้ แบบเดียวกับหลายเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้เกิดจากคำสั่งใหญ่โต แต่เกิดจากของที่คนใช้จริงทุกวัน
ครั้งหน้าถ้าขับรถจากไทยลงมาเลเซีย หรือข้ามไปฝั่งพม่า แล้วรู้สึกว่าระบบถนนมันต่อกันได้ลื่นกว่าที่คิด ลองนึกย้อนกลับไปดูดี ๆ ว่าเรื่องเล็ก ๆ อย่าง “ขับชิดซ้าย” จริง ๆ แล้วมันซ่อนทั้งการค้า การเมือง รถยนต์ยุคแรก และภูมิศาสตร์ของภูมิภาคไว้เยอะกว่าที่เห็นมากแค่ไหน
อ้างอิง: https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2477/A/722.PDF
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร
7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทย
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
โรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทย
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรม
ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคต
จังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่
5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)
"รังนก" หรือ "งานศิลปะ"? ส่อง 9 บ้านนกสุดทึ่งที่สถาปนิกยังต้องยอมแพ้
สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร
รวมธุรกิจสุดแปลกในต่างประเทศ เห็นไอเดียแล้วงง แต่บางเจ้าทำเงินได้จริง
10 ประเทศที่แพทย์มีรายได้สูงที่สุด
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ






