ถ้าโลกเราไม่มีแบคทีเรีย มนุษย์จะดำรงชีวิตอยู่ได้หรือไม่

เมื่อพูดถึงแบคทีเรีย หลายคนอาจนึกถึงเชื้อโรค อาหารบูด หรือสิ่งสกปรกก่อนเป็นอันดับแรก
แต่ความจริงคือ แบคทีเรียไม่ได้มีแต่ตัวร้าย
รอบตัวเรามีแบคทีเรียอยู่แทบทุกที่ ทั้งในดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม และในร่างกายของมนุษย์เอง ที่สำคัญคือระบบนิเวศของโลกพึ่งพากระบวนการที่แบคทีเรียมีส่วนร่วมมากกว่าที่หลายคนคิด
ลองสมมติว่า วันหนึ่งแบคทีเรียทุกชนิดบนโลกหายไปพร้อมกัน
ไม่ใช่แค่แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค แต่รวมถึงแบคทีเรียในดิน ในทะเล และแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกายของเราด้วย ตามโจทย์สมมติของต้นฉบับ
คำถามคือ มนุษย์จะยังอยู่ได้หรือไม่?
คำตอบที่ระมัดระวังที่สุดคือ มนุษย์ไม่น่าจะตายทันทีเพียงเพราะแบคทีเรียหายไป แต่ผลกระทบต่อร่างกาย เกษตรกรรม และระบบนิเวศจะรุนแรงมาก จนโลกที่เราคุ้นเคยอาจทำงานต่อไปในรูปแบบเดิมได้ยาก
แบคทีเรียบางส่วนอยู่ในร่างกายของเรา
ในระบบทางเดินอาหารมีชุมชนจุลินทรีย์จำนวนมากอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ โดยแบคทีเรียเป็นสมาชิกสำคัญของไมโครไบโอมในลำไส้
จุลินทรีย์เหล่านี้มีส่วนช่วยย่อยหรือเปลี่ยนแปลงสารอาหารบางชนิดที่ร่างกายจัดการเองได้ไม่ทั้งหมด รวมถึงสร้างสารเมแทบอไลต์หลายชนิดที่มีปฏิสัมพันธ์กับเซลล์ของร่างกาย
ถ้าแบคทีเรียหายไปทั้งหมด ระบบนิเวศขนาดเล็กในร่างกายของเราจึงจะเปลี่ยนไปทันที
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่า ไม่มีแบคทีเรียแล้วมนุษย์จะตายทันที เพราะมนุษย์ยังมีระบบย่อยอาหารของตัวเอง และในร่างกายยังมีจุลินทรีย์กลุ่มอื่นอยู่
แต่การสูญเสียแบคทีเรียทั้งหมดจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสมดุลทางชีวภาพที่เราอาศัยอยู่ร่วมกับมันมาตลอด
ปัญหาใหญ่กว่านั้นอยู่ใต้พื้นดิน
ลองมองพื้นดินธรรมดา ๆ ที่เราเดินผ่านทุกวัน
ใต้พื้นดินมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมหาศาลทำงานอยู่ แบคทีเรียในดินมีส่วนในกระบวนการสำคัญหลายอย่าง ตั้งแต่การย่อยสลายอินทรียวัตถุ ไปจนถึงการหมุนเวียนคาร์บอน ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส
หนึ่งในกระบวนการสำคัญที่สุดคือ วัฏจักรไนโตรเจน
แม้บรรยากาศโลกจะมีไนโตรเจนจำนวนมาก แต่ไนโตรเจนโมเลกุลในอากาศไม่ได้อยู่ในรูปที่พืชทั่วไปนำไปใช้ได้โดยตรง จุลินทรีย์หลายกลุ่มจึงมีบทบาทในการเปลี่ยนไนโตรเจนไปมาระหว่างรูปต่าง ๆ ผ่านกระบวนการอย่างการตรึงไนโตรเจน แอมโมนิฟิเคชัน ไนตริฟิเคชัน และดีไนตริฟิเคชัน
แบคทีเรียไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเพียงกลุ่มเดียวที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรนี้ แต่เป็นผู้เล่นสำคัญอย่างมาก
ดังนั้น หากแบคทีเรียทั้งหมดหายไป กระบวนการหมุนเวียนธาตุอาหารจะไม่ได้หยุดลงทุกอย่างในทันที แต่จะถูกรบกวนอย่างหนัก พืชจำนวนมากอาจเข้าถึงธาตุอาหารได้ยากขึ้น และผลกระทบก็สามารถส่งต่อไปถึงสัตว์กินพืช สัตว์กินเนื้อ และห่วงโซ่อาหารโดยรวมได้
จากสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ปัญหาจึงสามารถลามไปถึงทั้งระบบนิเวศได้ ตามแก่นที่ต้นฉบับวางไว้
แล้วซากพืชซากสัตว์จะเป็นอย่างไร?
ทุกวันมีใบไม้ร่วง กิ่งไม้หัก สัตว์ตาย และสิ่งมีชีวิตปล่อยของเสียออกมา ธรรมชาติจึงต้องมีระบบจัดการอินทรียวัตถุเหล่านี้
แบคทีเรียเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของกระบวนการย่อยสลาย เมื่ออินทรียวัตถุถูกย่อย ธาตุอาหารต่าง ๆ จะถูกหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบนิเวศอีกครั้ง
ถ้าแบคทีเรียหายไป การย่อยสลายไม่ได้หยุดทันที เพราะยังมีเชื้อราและสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นที่ทำหน้าที่นี้ได้
แต่ระบบจะเสียผู้เล่นรายใหญ่ไปทั้งกลุ่ม และเมื่อกระบวนการย่อยสลายกับการหมุนเวียนธาตุอาหารเปลี่ยนไป ผลกระทบก็ย่อมไม่หยุดอยู่แค่กองใบไม้บนพื้น
แล้วออกซิเจนจะหายไปด้วยหรือเปล่า?
ถ้าแบคทีเรียทั้งหมดหายไป โลกไม่ได้หมดออกซิเจนทันที
พืช สาหร่าย และแพลงก์ตอนสังเคราะห์แสงหลายกลุ่มยังคงผลิตออกซิเจนได้ โดยมหาสมุทรมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการผลิตออกซิเจนของโลก
อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียบางกลุ่มก็สังเคราะห์แสงและผลิตออกซิเจนได้เช่นกัน โดยเฉพาะไซยาโนแบคทีเรีย เช่น Prochlorococcus ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตออกซิเจนที่สำคัญในมหาสมุทร
ดังนั้น การหายไปของแบคทีเรียไม่ได้ทำให้ออกซิเจนหายวับไปพร้อมกัน แต่จะกระทบทั้งการผลิตขั้นปฐมภูมิ วัฏจักรสารอาหาร และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศทางทะเล
โรคจากแบคทีเรียหายไป แต่ไม่ได้แปลว่าโลกจะดีขึ้น
ถ้าไม่มีแบคทีเรียก่อโรค โรคติดเชื้อที่มีแบคทีเรียเป็นสาเหตุก็ย่อมไม่สามารถดำเนินต่อในรูปเดิมได้
ฟังดูเหมือนเป็นข่าวดี แต่ปัญหาคือเราไม่ได้อาศัยอยู่ในโลกที่มีแต่แบคทีเรียก่อโรค
แบคทีเรียจำนวนมากไม่ก่ออันตรายต่อมนุษย์ และบางชนิดมีประโยชน์ต่อการย่อยอาหาร การสร้างวิตามิน หรือช่วยป้องกันการตั้งถิ่นของเชื้อก่อโรค ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ E. coli หลายสายพันธุ์ที่เป็นสมาชิกตามปกติของลำไส้และไม่ก่อโรค
การกำจัดแบคทีเรียทั้งหมดจึงคล้ายกับการพยายามกำจัดปัญหาบางส่วน โดยรื้อระบบที่มีประโยชน์ทิ้งไปพร้อมกัน
แล้วมนุษย์จะอยู่รอดไหม?
ถ้าถามว่า มนุษย์จะตายทันทีหรือไม่ คำตอบยังไม่ควรฟันธงว่าใช่
แต่ถ้าถามว่า มนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันต่อไปได้หรือไม่ ภาพรวมชี้ว่าจะยากมาก
การเกษตรจะได้รับผลกระทบ วัฏจักรสารอาหารจะเปลี่ยนไป ระบบนิเวศจะเสียสมดุล ไมโครไบโอมในร่างกายจะถูกรื้อครั้งใหญ่ และห่วงโซ่อาหารจำนวนมากจะได้รับผลกระทบตามมา แนวคิดเหล่านี้เป็นแกนสำคัญของต้นฉบับเดิม
ผลบางอย่างอาจเกิดเร็ว ขณะที่บางอย่างอาจค่อย ๆ ปรากฏเมื่อเวลาผ่านไป และเพราะไม่มีการทดลองใดที่สามารถทำให้แบคทีเรียทุกชนิดบนโลกหายไปพร้อมกัน ผลระยะยาวจึงเป็นการคาดการณ์จากบทบาทที่เรารู้ว่าแบคทีเรียมีอยู่ในระบบต่าง ๆ ไม่ใช่ผลการทดลองโดยตรง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการมองแบคทีเรียว่าเป็นเพียง “เชื้อโรค” จึงไม่ครบภาพ
สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วเหล่านี้กำลังทำงานที่เราแทบไม่เคยเห็น ตั้งแต่ช่วยจัดการสารอาหารในลำไส้ หมุนเวียนธาตุอาหารใต้ดิน ไปจนถึงมีส่วนในระบบนิเวศของมหาสมุทร
ถ้าโลกไม่มีแบคทีเรียจริง ๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่แค่สิ่งที่หายไปจากสายตาเรา
แต่อาจเป็น ระบบเบื้องหลังของโลกที่ไม่สามารถทำงานเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
เพราะบางครั้ง สิ่งที่ช่วยให้โลกเดินต่อไปได้ อาจเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วที่กำลังทำงานอยู่ใต้เท้าของเราตลอดเวลา
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
ก่อนยุคโทรศัพท์มือถือ คนไทยส่งข่าวสำคัญถึงกันอย่างไร
เปิดโลกมื้อแรกแห่งวัน! ส่องเมนูอาหารเช้าสุดตระการตาจากทั่วทุกมุมโลก
One day trip หนีกรุงไปดูวัดเก่าแก่ในอดีตที่ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
เปิดโลกมื้อแรกแห่งวัน! ส่องเมนูอาหารเช้าสุดตระการตาจากทั่วทุกมุมโลก



