หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นายพลวังเปา จากเด็กม้งบนภูเขา สู่ผู้นำสงครามลับที่ CIA ต้องพึ่งพา


เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา

หน้าประวัติศาสตร์อินโดจีนในช่วงสงครามเย็น มีหลายชื่อที่ถูกพูดถึงพร้อมเสียงชื่นชมและเสียงถกเถียง แต่ถ้าพูดถึงชาวม้งในลาว ชื่อของ นายพลวังเปา หรือ Vang Pao แทบจะเลี่ยงไม่ได้ เขาคือชายม้งจากภูเขาทางเหนือของลาวที่ก้าวขึ้นมาเป็นนายพลในกองทัพหลวงลาว และกลายเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของ “สงครามลับ” ที่สหรัฐอเมริกาไม่เคยอยากให้ถูกพูดถึงมากนักในเวลานั้น

วังเปาเกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1929 ในเขตหนองเห็ด แขวงเชียงขวาง ตอนนั้นยังเป็นลาวในยุคอินโดจีนของฝรั่งเศส ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่ได้เริ่มจากบ้านใหญ่หรือฐานะพร้อมสรรพ แต่เติบโตมากับชุมชนม้งบนพื้นที่สูง ซึ่งต้องอยู่กับข้อจำกัดทั้งเรื่องโอกาส การศึกษา และอำนาจรัฐที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านบนดอยมาก

     

ผมว่าเส้นทางของวังเปาน่าจับตาตรงนี้แหละ จากเด็กภูเขาคนหนึ่ง เขาไม่ได้เดินเข้าสู่ประวัติศาสตร์เพราะมีตำแหน่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เพราะช่วงเวลานั้นลาวกลายเป็นพื้นที่ปะทะของอำนาจใหญ่ ทั้งฝรั่งเศส สหรัฐฯ ขบวนการคอมมิวนิสต์ ปะเทดลาว และเวียดนามเหนือ คนที่อ่านประวัติศาสตร์แบบผิวเผินอาจเห็นแค่ว่าเขาเป็น “นายพลม้ง” แต่จริง ๆ แล้วชีวิตของเขาถูกดึงเข้าไปอยู่กลางเกมการเมืองระดับโลกตั้งแต่อายุยังไม่มาก

ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่า วังเปาเริ่มทำงานกับฝรั่งเศสราวปี ค.ศ. 1945 ขณะอายุประมาณ 16 ปี ในฐานะคนส่งสารและผู้ช่วยงานภาคสนาม ก่อนจะค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่เส้นทางทหาร เขาเป็นคนมีความทะเยอทะยาน กล้าตัดสินใจ และรู้จักภูมิประเทศทางเหนือของลาวดีมาก จุดนี้ทำให้เขาเป็นคนที่กองกำลังต่างชาติให้ความสนใจ เพราะสงครามบนภูเขาไม่ได้ชนะด้วยแผนที่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยคนที่รู้ทาง รู้คน และรู้ว่าหมู่บ้านไหนอยู่ตรงไหนจริง ๆ

 

ชื่อของ โทบี้ ลายฟอง หรือ Touby Lyfoung ผู้นำม้งคนสำคัญในยุคฝรั่งเศส มักถูกพูดถึงในบริบทเดียวกับการเปิดทางให้ชาวม้งบางส่วนเข้าสู่โครงสร้างอำนาจของรัฐลาวยุคอาณานิคม วังเปาเองก็เติบโตขึ้นในระบบที่ชาวม้งเริ่มมีบทบาททางการเมืองและการทหารมากขึ้น แม้จะยังถูกมองจากศูนย์กลางอำนาจด้วยสายตาที่ไม่เท่าเทียมก็ตาม

ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ วังเปาไม่ได้เป็นเพียง “หัวหน้ากองกำลังชาวเขา” แบบภาพจำง่าย ๆ เท่านั้น เขาเป็นนายทหารของกองทัพหลวงลาว และต่อมามีบทบาทใหญ่ในเขตทหารภาค 2 ทางเหนือของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ ทุ่งไหหิน หรือ Plain of Jars ในแขวงเชียงขวาง ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิเดือดระหว่างฝ่ายรัฐบาลลาวที่สหรัฐฯ หนุนหลัง กับฝ่ายปะเทดลาวและเวียดนามเหนือ

เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาทแทนฝรั่งเศสมากขึ้น วังเปาก็กลายเป็นบุคคลที่ Central Intelligence Agency หรือ CIA พึ่งพาอย่างหนักในลาว ช่วงทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 CIA สนับสนุนกองกำลังท้องถิ่นในลาวเพื่อสกัดการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ และเพื่อกดดันเส้นทางลำเลียงของเวียดนามเหนือที่เกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนาม นี่คือที่มาของคำว่า “สงครามลับ” เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้ประกาศสงครามในลาวอย่างเปิดเผยเหมือนในเวียดนาม

เอาจริง ๆ นะ ถ้าจะเล่าเรื่องวังเปาให้ตรง ต้องไม่เล่าเขาเป็นฮีโร่ขาวสะอาดด้านเดียว และก็ไม่ควรตัดสินเขาเป็นแค่เครื่องมือของมหาอำนาจแบบง่ายเกินไป เขาเป็นทั้งผู้นำที่ชาวม้งจำนวนมากเคารพ เป็นนายพลที่ช่วยให้ชาวม้งมีพื้นที่ต่อรองในยุคสงคราม และเป็นคนที่พาชุมชนของตัวเองเข้าไปอยู่ในสงครามที่มีราคาสูงมาก ทั้งชีวิตผู้คน หมู่บ้านที่ถูกทำลาย และการอพยพครั้งใหญ่หลังปี 1975

ประเด็นเรื่องฝิ่นก็ต้องพูดด้วยความระวัง ภูเขาทางเหนือของลาวในเวลานั้นเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจฝิ่นจริง และสงครามในอินโดจีนก็มีเงามืดของการค้าและอำนาจท้องถิ่นปะปนอยู่ไม่น้อย แต่การบอกแบบฟันธงว่าเงินจาก “ภาษีฝิ่น” เป็นฐานหลักของกองกำลังวังเปา อาจแรงเกินไปถ้าไม่มีเอกสารเฉพาะมารองรับ สิ่งที่พูดได้ปลอดภัยกว่าคือ สงครามลับในลาวเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เศรษฐกิจฝิ่น อำนาจรัฐ และเครือข่ายทหารซ้อนทับกันอย่างยุ่งเหยิง

ทุ่งไหหินไม่ได้เป็นแค่แหล่งโบราณคดีที่มีไหหินอายุนับพันปีเท่านั้น สำหรับคนลาวและชาวม้งจำนวนมาก พื้นที่นี้ยังเป็นความทรงจำของระเบิด การอพยพ และการสูญเสีย ลาวถูกทิ้งระเบิดหนักมากในช่วงสงครามอินโดจีน โดยเฉพาะช่วงปี ค.ศ. 1964–1973 และผลของสงครามยังทิ้งร่องรอยไว้บนแผ่นดินลาวมาจนถึงรุ่นหลัง

 

ปี ค.ศ. 1975 เป็นจุดหักเหสำคัญ เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะในลาว และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวถือกำเนิดขึ้น วังเปาต้องลี้ภัยออกจากลาวไปยังประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกา ชาวม้งจำนวนมากที่เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับเขาก็ต้องหนีออกจากบ้านเกิดเช่นกัน บางส่วนไปอยู่ค่ายผู้ลี้ภัยในไทย บางส่วนได้เริ่มชีวิตใหม่ในสหรัฐฯ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ

วังเปาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2011 ที่เมืองโคลวิส รัฐแคลิฟอร์เนีย อายุ 81 ปี การจากไปของเขาทำให้ชุมชนม้งในสหรัฐฯ และหลายประเทศไว้อาลัยอย่างมาก เพราะสำหรับคนจำนวนหนึ่ง เขาคือผู้นำที่พาพวกเขารอดจากความตายและการไล่ล่าหลังสงคราม แต่สำหรับอีกหลายมุมมอง เขาคือภาพแทนของสงครามตัวแทนที่มหาอำนาจเข้ามาใช้พื้นที่เล็ก ๆ อย่างลาวเป็นสนามประลอง

ผมว่าเรื่องของวังเปายิ่งอ่านยิ่งทำให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่มีตัวละครที่เรียบง่าย เขาอาจเป็นวีรบุรุษของชาวม้งจำนวนมาก เป็นพันธมิตรของ CIA เป็นนายพลของกองทัพหลวงลาว และเป็นคนที่ชื่อของเขาผูกติดกับสงครามที่สร้างบาดแผลให้ผู้คนมหาศาล ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชีวิตคนคนเดียว ซึ่งหนักกว่าคำว่า “ตำนาน” มาก

ถ้าจะมองวังเปาให้ยุติธรรมที่สุด อาจต้องมองเขาผ่านเงื่อนไขของยุคสงครามเย็น ไม่ใช่ตัดสินด้วยสายตาคนที่อยู่ห่างจากเสียงปืนมาหลายสิบปี คำถามที่ชวนคิดคือ ถ้าคนคนหนึ่งเกิดมาในหมู่บ้านบนภูเขา แล้วถูกประวัติศาสตร์ผลักให้ต้องเลือกระหว่างการสู้ การอยู่รอด และการพาคนของตัวเองหนีภัย เราจะเรียกเขาว่าอะไรดี ระหว่างวีรบุรุษ ผู้นำสงคราม หรือมนุษย์คนหนึ่งที่ติดอยู่กลางเกมใหญ่เกินกว่าจะควบคุมได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 143 ครั้ง
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
นักเขียนออนไลน์อิสระ และนักพยากรณ์ดวงชะตา เน้นเนื้อหาตามเหตุการณ์ปัจุบัน ความเชื่อจิตวิญญาณ ประวัติศาสตร์ เเค๊ปซูลกาลเวลา รวมถึงสถิติชาวบ้าน สรุปเเบบเข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: Freya Rune, goldfish13, projor007, famai, davin, kyogisa, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569รายได้ข้าราชการทหารของไทยจังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยเสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทยวิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลกมารู้จัก "ฟิก" ผลไม้โบราณ ที่กลายมาเป็น "ผลไม้หรู"7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมเพลงบางเพลงถึงติดอยู่ในหัว?เด็กจบใหม่อาจเหนื่อยกว่าเดิม หลัง AI เริ่มกินงานระดับเริ่มต้นไปเรื่อยๆเปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”ฟักทองดีต่อสุขภาพ แต่กินคู่กับบางอย่างอาจไม่ดีอย่างที่คิดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรน (Testosterone)
ความเชื่อในพิธีกรรม "ตะไคร้ไล่ฝน"ถอดรหัสไซเบอร์บูลลี่ ผ่านอัลตราซาวด์ของเปรต: เมื่อวิทยาศาสตร์และคติชนวิทยามาบรรจบกันวิทยาศาสตร์ของความกลัว: ทำไมเราถึงยังกลัวผีไทยในยุคดิจิทัล"พวงหรีด" : จากมงกุฎใบไม้ประกาศชัยชนะของเหล่าวีรบุรุษกรีกโบราณ สู่สัญลักษณ์แห่งความอาลัยที่วางเรียงรายในศาลาวัด
ตั้งกระทู้ใหม่