เด็กไทยในแต่ละยุค ต้องเจออะไรบ้าง กับค่านิยมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
มีค่านิยมสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กไทยเกิดจากความเชื่อว่าปริญญาตรีคือ "ใบเบิกทาง" สู่ความมั่นคง การมีงานทำที่ดี และสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น มีการแข่งขันสูงจากคุณภาพการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม เพื่อคัดเลือกผู้เรียนที่มีศักยภาพเข้าศึกษาในคณะที่รับจำนวนจำกัด ความกดดันจากครอบครัวที่ต้องการให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ และโครงสร้างระบบงานที่ยังใช้ใบปริญญาเป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือก
แน่นอนเป็นการสร้างโอกาสด้านอาชีพ ได้วุฒิปริญญาสำหรับทำงานและเรียนต่อระดับสูง เพิ่มทักษะการเรียนรู้ ความรับผิดชอบ และสร้างเครือข่ายสังคม รวมถึงเป็นก้าวสำคัญสู่การประสบความสำเร็จตามความต้องการของแต่ละบุคคล
การสอบแข่งขัน เพื่อช่วงชิงการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา มีการจัดการอย่างเข้มข้น และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ตรงตามยุคและสมัยมากยิ่งขึ้น
การตัดสินว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยยุคไหน "ทรมานที่สุด" นั้นขึ้นอยู่กับว่าเรามองผ่านความลำบากในมิติไหน เพราะแต่ละ Generation ต่างก็มี "วิบากกรรม" ที่แตกต่างกันไปตามยุคสมัย
เปิดความกดดันและวิบากกรรมของแต่ละยุคของเด็กไทย ที่มีค่านิยมสอบเข้ามหาวิทยาลัย...
1. ยุค Entrance ดั้งเดิม (2511 - 2541) เป็นการสอบครั้งเดียว ข้อสอบชุดเดียว เลือกได้ 4-6 อันดับก่อนสอบ ไม่ใช้เกรดจากโรงเรียนเลย
วิบากกรรมที่ต้องเจอคือ "ความกดดันมหาศาลและการตัดสินชีวิตในครั้งเดียว" ความเครียดสะสมสูงมาก เพราะถ้าพลาดคือต้องรอปีหน้าอย่างเดียว ยุคนั้นใบปริญญาคือใบเบิกทางเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัว การประกาศผลต้องลุ้นผ่านจดหมาย หนังสือพิมพ์ หรือไปส่องบอร์ดที่มหาวิทยาลัยตอนกลางคืน
2. ยุค Entrance ระบบ 2 รอบ (2542 - 2548) เริ่มนำเกรดเฉลี่ย (GPAX) มาใช้ 10% และเปิดให้สอบได้ 2 ครั้งต่อ
วิบากกรรม "การเรียนที่เร่งรีบจนเสียระบบ" โรงเรียนต้องเร่งสอนให้จบภายใน 2 ปีครึ่งเพื่อให้เด็กไปสอบรอบแรก ทำให้เด็กต้องเรียนกวดวิชาหนักขึ้นเพื่อให้ทันเนื้อหาที่โรงเรียนเร่งสอน
3. ยุค Admission 1 (O-NET / A-NET) (2549 - 2552) ช้เกรดเฉลี่ยสูงถึง 30% และมีข้อสอบพื้นฐาน (O-NET) กับข้อสอบขั้นสูง (A-NET)
วิบากกรรมที่เจอคือ "คะแนนที่ติดตัวไปตลอดชีวิตและความเหลื่อมล้ำ" O-NET สอบได้ครั้งเดียวในชีวิต พลาดแล้วพลาดเลย และเริ่มมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบหลายวิชา ทำให้เด็กที่มีฐานะได้เปรียบกว่าในการตระเวนสอบรับตรงเพื่อหนีระบบกลาง
4. ยุค Admission 2 (GAT / PAT) (2553 - 2560) ยกเลิก A-NET เปลี่ยนเป็น GAT (เชื่อมโยง/อังกฤษ) และ PAT (ความถนัดวิชาชีพ)
วิบากกรรมคือ "ข้อสอบในตำนานและความสับสนของระบบ" เจอข้อสอบที่ถูกวิจารณ์ว่า "อิหยังวะ" เช่น ข้อสอบผ้าปูโต๊ะหรือเตะบอล ระบบเปลี่ยนกฎเกณฑ์บ่อยแทบทุกปี มีการสอบหลายรอบทำให้เด็กทิ้งห้องเรียนไปโฟกัสแต่การสอบข้างนอก
5. ยุค TCAS (2561 - ปัจจุบัน) มีหลายรอบ (Portfolio, Quota, Admission) และเปลี่ยนชื่อข้อสอบเป็น TGAT, TPAT, A-Level
วิบากกรรมที่เจอคือ "ความซับซ้อนของระบบและสงครามพอร์ตโฟลิโอ" ระบบมีความยืดหยุ่นสูงจนกลายเป็นความซับซ้อน เด็กต้องศึกษาเกณฑ์ของแต่ละคณะเองซึ่งไม่เหมือนกันเลยนอกจากนี้รอบ Portfolio ยังสร้างความเหลื่อมล้ำ เพราะเด็กที่ครอบครัวมีฐานะสามารถสะสมผลงานหรือไปค่ายต่าง ๆ ได้มากกว่า
สรุปคือ ถ้าวัดที่ "ความกดดันทางใจ" ยุค Entrance ดั้งเดิม อาจจะหนักที่สุดเพราะมีโอกาสเดียว และถ้าวัดที่ "ความสับสนและเหนื่อยล้า" ยุค TCAS และ Admission 2 จะทรมานจากการที่ต้องตามระบบที่เปลี่ยนไปมาและสอบหลายสนาม
เขียนโดย ลูกสาวอบต
รีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
ลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
เปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569
"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพ
มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
จ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนก
เปิดประวัติศาสตร์ วอลนัท ถั่วโบราณ 9,000 ปี จากยาวิเศษยุคโบราณ สู่ความจริงทางการแพทย์ที่พิสูจน์แล้ว
ฮาโลวีนนี้พาเที่ยวแพะเมืองผี ! เปิดตำนานหลุมเงินทอง รอยเท้าปริศนา กับเสาดินมหัศจรรย์แห่งเมืองแพร่
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ความสัมพันธ์แบบ FWB ทำไมบางคนจึงเจ็บปวด
ภาษากายบอกได้ไหมว่ามีกิ๊กในที่ทำงาน
ทำไมบางคนมองว่าคนมีคู่ดูมีเสน่ห์ขึ้น
รีวิวหนังสือ THE SELF AWARE LEADER





