"คนป่วยแห่งเอเชีย" เศรษฐกิจของไทยเราไม่เคยโต และย่ำแย่มาตลอด
เราต้องยอมรับกันได้แล้วว่าเศรษฐกิจของไทยเราไม่เคยโต และย่ำแย่มาตลอด มามองที่สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยรู้สึกว่า "ย่ำแย่มาตลอด" ไม่ใช่แค่เรื่องชั่วคราว แต่เหล่านักเศรษฐศาสตร์มองว่าเป็น ปัญหาเชิงโครงสร้างเรื้อรัง ที่ทับถมมานานกว่า 10 ปี จนไทยถูกขนานนามว่าเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" (Sick Man of Asia) โดยมีเหตุผลสำคัญคือ
1. โจทย์ใหญ่ของนโยบายรัฐ นโยบายการเงินและการคลัง ปัจจุบันทั้ง 2 ส่วนยังทำงานไม่ประสานกันเท่าที่ควร มีคำถามเรื่องการลดดอกเบี้ยว่าควรทำได้มากกว่านี้หรือไม่ รวมถึงประสิทธิภาพของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว และยังมีความเสี่ยงจากภายนอก จากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลใหม่ อาจกระทบการส่งออกไทยโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
2. วิกฤตหนี้ครัวเรือนกัดกินกำลังซื้อ ที่หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงเกือบ 90% ของ GDP ส่งผลให้คนไทยเข้าสู่โหมด "จำศีลทางการเงิน" คือไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยหรือลงทุนเพิ่ม เพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้เป็นหลัก
3.สังคมสูงวัยและแรงงานขาดทักษะ มันมาแล้วไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วมาก ทำให้ขาดแคลนแรงงานวัยรุ่นที่จะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกทั้งระบบการศึกษายังผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่
4. การลงทุนต่ำต่อเนื่อง ตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 อัตราการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยอยู่ในระดับต่ำมาตลอดเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามหรือมาเลเซีย ทำให้ไม่มีการสร้างฐานผลิตใหม่ ๆ
5. ปัญหาคอร์รัปชันและความไม่แน่นอน ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ การคอร์รัปชันที่รุนแรง และกฎระเบียบที่ล้าสมัย (กว่า 100,000 ฉบับ) กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น
6. กับดักสินค้าตกยุค ที่อุตสาหกรรมหลักของไทยยังติดอยู่กับเทคโนโลยีเก่าที่โลกกำลังลดความต้องการลง เช่น รถยนต์สันดาปและฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มขยับไปผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV), เซมิคอนดักเตอร์ และชิป AI ทำให้เราสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้ GDP ของไทยโตเฉลี่ยเพียง 1.5–2% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และเสี่ยงที่จะกลายเป็น "ภาวะปกติใหม่" (New Normal) หากไม่มีการปฏิรูปครั้งใหญ่
7.ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ "ฟื้นเองไม่ได้" คุณลัทธกิตติ์เน้นว่าปัญหาปัจจุบันไม่ใช่เรื่องชั่วคราว แต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่รุนแรง
-มีการทะลักของสินค้าจีน: สินค้าจากจีนเข้ามาตีตลาดไทยโดยตรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ (ซึ่งมีสัดส่วนถึง 10% ของ GDP) ทำให้ยอดขายค่ายรถเดิมหายไปเกือบครึ่ง
-โครงสร้างประชากร: จำนวนแรงงานไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน
-การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนเดิม: แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะดูดีขึ้น แต่การพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเพียงอย่างเดียวเริ่มใช้ไม่ได้ผล เพราะพฤติกรรมและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนเปลี่ยนไป
เศรษฐกิจไทยช่วงนี้ กำลังเข้าสู่ภาวะ "วิกฤตเงียบ" ที่เกิดจากปัญหาโครงสร้างสะสม หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายแบบเดิมๆ โดยไม่ผ่าตัดโครงสร้างการผลิตและเพิ่มศักยภาพแรงงาน เศรษฐกิจไทยอาจถดถอยยาวนานจนสายเกินแก้
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ราชภัฏอีสานที่มีนักศึกษาเยอะ3อันดับ
ถนน 4 อำเภอเข้ายากที่สุดในไทย
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
สินค้าที่ประเทศไทย ส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก
เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก” อยู่ที่ประเทศไทย
ความลับของ “รูเล็ก” บนสตรอว์เบอร์รี ที่จริงไม่ใช่เมล็ด
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
"ประหารเจ็ดชั่วโคตร" บทลงโทษที่มุ่งถอนรากถอนโคนในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
5 เครื่องดื่มช่วยบรรเทาอาการปวด "ประจำเดือน" ที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด
เงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)
เลขเด็ดทักษามหาโชค งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว
ทำไม "นมตราหมี"แบบกระป๋อง ต้องมีกระดาษห่อ?
ทีมฟุตบอลดังระดับโลกแห่งเกาะอังกฤษ ที่ปัจจุบันมีเจ้าของเป็นคนไทย



