ย้อนเหตุโคบอลต์-60 จากซาเล้งสู่โศกนาฏกรรมรังสี
ประวัติศาสตร์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของไทยเคยถูกจารึกไว้ด้วยน้ำตาและรอยโรคเรื้อรัง เมื่อกว่า 20 ปีก่อน เหตุการณ์ "โคบอลต์-60" รั่วไหลได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสังคมไทย ส่งผลให้มีผู้พิการและเสียชีวิตจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หายนะครั้งนั้นไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการจัดการวัตถุอันตรายที่ล้มเหลว แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่ย้อนกลับมาเตือนใจเราทุกครั้งเมื่อมีข่าวสารกัมมันตรังสีสูญหายในปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นจาก "ของเก่า" สู่ "รังสีมรณะ"
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2543 เมื่อส่วนหัวของเครื่องฉายรังสีทางการแพทย์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ถูกนำไปเก็บรักษาไว้อย่างหละหลวมในลานจอดรถร้างซอยอ่อนนุช จนกระทั่งกลุ่มคนเก็บของเก่ามาพบเข้าและเข้าใจว่าเป็นเพียงเศษเหล็กมูลค่าสูง จึงทำการแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า โดยหารู้ไม่ว่าภายในนั้นบรรจุแท่ง "โคบอลต์-60" ที่แผ่รังสีแกมมาอันตรายออกมาตลอดเวลา
เพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน ผู้ที่สัมผัสและอยู่ใกล้ชิดชิ้นส่วนเหล่านั้นเริ่มมีอาการป่วยประหลาด ผิวหนังไหม้พอง คลื่นไส้ อาเจียน และผมร่วง เมื่อแพทย์ทำการตรวจรักษาจึงพบว่าสาเหตุมาจากกัมมันตรังสีปริมาณสูง เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ป่วยหนักถึง 10 ราย และในจำนวนนี้ต้องเสียชีวิตลงอย่างทรมานถึง 3 รายภายในเวลาเพียง 2 เดือน
มหากาพย์การฟ้องร้องและร่องรอยที่ยังไม่จางหาย
บทสรุปในทางกฎหมายลากยาวนานนับสิบปี โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในปี 2550 ให้สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติจ่ายค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการละเลยต่อหน้าที่ และในปี 2559 ศาลฎีกายังพิพากษาให้บริษัทผู้นำเข้าต้องร่วมรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้กับผู้เสียหาย
ทว่าในแง่ของชีวิตจริง ความสูญเสียนั้นประเมินค่าไม่ได้ ผู้ได้รับผลกระทบหลายรายยังคงมีโครโมโซมที่ผิดปกติและต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่กลุ่มซาเล้งแม้จะไม่ถูกส่งฟ้องเนื่องจากขาดเจตนา แต่พวกเขาก็ต้องแบกรับตราบาปและสุขภาพที่ทรุดโทรมลงอย่างไม่มีวันกลับคืน
อดีตที่ต้องไม่ซ้ำรอย
หายนะโคบอลต์-60 คือกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นว่า "ข้อมูล" คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภัยพิบัติ การปิดบังหรือความล่าช้าในการตรวจสอบวัตถุอันตรายที่สูญหาย อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ขยายวงกว้างเกินกว่าจะควบคุมได้ บทเรียนจากซอยอ่อนนุชย้ำเตือนเราว่า ความเข้มงวดในการจัดเก็บและการให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องสัญลักษณ์อันตราย คือปราการด่านสุดท้ายที่จะช่วยปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ไม่ให้ต้องกลายเป็นเหยื่อของรังสีที่มองไม่เห็นอีกต่อไป
#โคบอลต์60 #บทเรียนราคาแพง #กัมมันตรังสี #สารอันตราย #ข่าวประวัติศาสตร์ #ความปลอดภัยนิวเคลียร์ #ซอยอ่อนนุช #ถอดบทเรียน #ภัยใกล้ตัว
อ้างอิงจาก:https://www.facebook.com/share/p/14VbUQWMpBG/
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ, “สรุปคําพิพากษาคดีโคบอลต์-60”, วารสารปรมาณูเพื่อสันติ, ปีที่ 33 ฉบับที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2563, หน้า 23-25.
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
รีวิวหนังดัง THE 355 ปฏิบัติการสวยลับ
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
เปิดที่มาคำว่า “นักศึกษา” กับ “นิสิต” ต่างกันอย่างไร?
พรรคการเมืองในไทยใช้เงินปีละเท่าไร?
ล็อตเตอรี่แต่ละงวด มีคนถูกรางวัลแต่ไม่แสดงตัวกี่คน?
ส่องเลขเด็ด “อาจารย์บอล วังปู่อนันตนาคราช” งวด 16 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่นสายวิ่ง พร้อมชุดคัดเล่น
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ประเดิมต้นงวด 16 ต.ค. ส่องคู่มือซื้อสลากฯ เหนือ 1-9 ใต้ 2-0 แต่เลข 4 กลับถูกเน้น
รีวิวหนังสือ The Red Book of MANIFEST วาจาประกาศิต
เทศบาลที่มีรายได้สูงที่สุดในไทย
แร็กนาร็อก: ถอดรหัสภาพสะท้อนมหาภัยพิบัติ ผ่านมุมมองปรัมปราวิทยาและคติชนชาวนอร์ส
ถอดรหัสวิศวกรรมโคลอสเซียม 2,000 ปีก่อน ระบายคน 50,000 คน ออกหมดใน 15 นาทีได้อย่างไร
7 โบราณวัตถุลึกลับที่ท้าทายประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาโบราณ
มหาสถาปัตยกรรมกลางทะเลทราย เปิดตำนานเมืองตึกระฟ้าชิบัม

