หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

หยิบสายชาร์จ USB ขึ้นมาดูใกล้ๆ บางเส้นอาจมีตัวเลขและตัวอักษรเล็กจนแทบอ่านไม่ออก เช่น 28AWG, 3A, 5A, 60W, 100W หรือแม้แต่ 240W

ที่ผ่านมาเราอาจมองตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลทางเทคนิคที่ผู้ผลิตพิมพ์เอาไว้ แต่จริงๆ แล้ว มันช่วยบอกได้ว่าสายเส้นนั้นรองรับไฟและการรับส่งข้อมูลได้ประมาณไหน

ที่น่าสนใจคือ สายที่หน้าตาเหมือนกันอาจมีความสามารถไม่เท่ากันเลย

บางเส้นเหมาะกับการชาร์จมือถือทั่วไป ขณะที่บางเส้นถูกออกแบบมาให้รองรับโน้ตบุ๊กที่ต้องการกำลังไฟสูง และบางเส้นเน้นการส่งข้อมูลความเร็วสูงมากกว่าการชาร์จ

ลองมาดูทีละตัวว่า ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกอะไรเรา

3A กับ 5A ต่างกันตรงไหน?

ตัวเลขที่เจอบ่อยบนสาย USB-C คือ 3A และ 5A

ตัว A ย่อมาจาก Ampere หรือแอมแปร์ ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้บอกกระแสไฟฟ้า

พูดง่ายๆ คือ ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับ ความสามารถในการรองรับกระแสของสาย แต่ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์จะดึงกระแสเท่ากับตัวเลขนั้นตลอดเวลา เพราะการจ่ายไฟจริงยังขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ที่ชาร์จ และระบบ USB Power Delivery ด้วย

สำหรับ USB-C ตามมาตรฐาน USB-IF สายที่ได้รับการรับรองมีการระบุความสามารถด้านพลังงานอย่างชัดเจน โดยระบบ USB Power Delivery สามารถรองรับกำลังไฟได้สูงถึง 240W ในมาตรฐาน PD 3.1

ดังนั้นจึงไม่ควรดูแค่คำว่า “Fast Charge” บนกล่อง แต่ควรดู พิกัดของสายด้วย

แล้ว 60W, 100W และ 240W คืออะไร?

ตัวเลขที่เป็น W หมายถึง วัตต์ (Watt) ซึ่งใช้บอกกำลังไฟ

สำหรับสาย USB-C ที่ผ่านโครงการรับรองของ USB-IF ปัจจุบันมีการกำหนดโลโก้แสดงความสามารถด้านกำลังไฟ เช่น 60W และ 240W เพื่อให้ผู้บริโภคสังเกตได้ง่ายขึ้น

USB Power Delivery 3.1 เพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟผ่าน USB-C จากระดับเดิมสูงสุด 100W ไปเป็น สูงสุด 240W โดยใช้ Extended Power Range หรือ EPR

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ควรจำไว้ให้ดี

สาย 240W ไม่ได้ทำให้อุปกรณ์ทุกเครื่องชาร์จที่ 240W

ถ้าโทรศัพท์รองรับเพียงกำลังไฟระดับหนึ่ง ต่อให้ใช้สายที่รองรับ 240W โทรศัพท์ก็ไม่ได้รับไฟ 240W โดยอัตโนมัติ

กำลังไฟที่เกิดขึ้นจริงต้องพิจารณาทั้ง อุปกรณ์ + หัวชาร์จ + สาย + โปรโตคอลการชาร์จ ร่วมกัน

5A ไม่ได้แปลว่า 240W เสมอไป

นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด

ในทางทฤษฎี กำลังไฟคำนวณจาก

กำลังไฟ (W) = แรงดันไฟ (V) × กระแสไฟ (A)

ดังนั้น 20V × 5A = 100W

ส่วนระบบ USB PD 3.1 EPR สามารถใช้แรงดันที่สูงขึ้น และไปได้ถึง 48V × 5A = 240W ตามข้อกำหนดของระบบ

เพราะฉะนั้นการเห็นคำว่า 5A บนสาย ไม่ควรตีความทันทีว่าสายเส้นนั้นเป็นสาย 240W

ต้องดูพิกัดกำลังไฟและมาตรฐานที่ผู้ผลิตระบุประกอบกันด้วย

แล้ว 28AWG ที่พิมพ์บนสายคืออะไร?

ถ้าเจอคำว่า 28AWG หรือ 24AWG อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นมาตรฐานความเร็วในการชาร์จ

AWG คือ American Wire Gauge เป็นระบบที่ใช้ระบุขนาดของตัวนำไฟฟ้า

หลักจำง่ายๆ คือ เลข AWG ยิ่งน้อย ตัวนำก็ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น

ตัวอย่างเช่น 24AWG มีขนาดตัวนำใหญ่กว่า 28AWG

ข้อมูลลักษณะนี้จึงเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของสายไฟภายในมากกว่าการเป็นตัวเลข “ความเร็วชาร์จ” โดยตรง

ผู้ผลิตบางรายระบุ AWG แยกสำหรับเส้นลวดที่ทำหน้าที่ต่างกันภายในสาย เช่น สายหนึ่งอาจมีตัวนำสำหรับไฟและสายสัญญาณที่ใช้ขนาดต่างกัน

ดังนั้นการเห็น 22AWG + 28AWG จึงไม่ได้หมายความว่าสายมีความเร็วสองระดับ แต่สะท้อนโครงสร้างของตัวนำภายในสาย

แล้วตัวเลข 20Gbps, 40Gbps หรือ 80Gbps ล่ะ?

ถ้าเห็นตัวเลขอย่าง 20Gbps นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะมันเกี่ยวกับ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล

Gbps ย่อมาจาก Gigabits per second หรือกิกะบิตต่อวินาที

USB-IF มีการกำหนดเครื่องหมายสำหรับสายที่รองรับอัตราการส่งข้อมูลต่างๆ และในกรณีของสาย USB-C ที่ผ่านการรับรอง เครื่องหมายสามารถระบุทั้ง ความสามารถด้านข้อมูลและกำลังไฟ

ตัวอย่างเช่น USB-IF ยกตัวอย่างสายที่รองรับ 20Gbps / 60W

นั่นหมายความว่าเราไม่ควรเหมารวมว่า “สาย USB-C ทุกเส้นส่งข้อมูลเร็วเท่ากัน”

รูปร่างหัว USB-C เหมือนกันไม่ได้แปลว่าความสามารถภายในเหมือนกัน

สายชาร์จเส้นหนึ่งอาจเก่งเรื่องไฟ แต่ไม่เก่งเรื่องข้อมูล

นี่เป็นอีกเรื่องที่น่ารู้ก่อนซื้อสาย

บางคนซื้อสายที่ระบุว่ารองรับกำลังไฟสูง แล้วคาดหวังว่าจะใช้โอนไฟล์จาก SSD หรืออุปกรณ์ความเร็วสูงได้เต็มประสิทธิภาพด้วย

แต่ ความสามารถด้านการจ่ายไฟกับความสามารถด้านการรับส่งข้อมูลเป็นคนละเรื่องกัน

สาย USB-C บางประเภทอาจรองรับการชาร์จ แต่จำกัดความเร็วข้อมูลไว้ในระดับต่ำกว่า ขณะที่สายแบบ Full-Featured สามารถรองรับคุณสมบัติด้านข้อมูลที่สูงกว่า

เพราะฉะนั้น ถ้าจะซื้อสายสำหรับโน้ตบุ๊กหรือ SSD แบบพกพา อย่าดูแค่ 100W หรือ 240W

ให้ดูตัวเลขด้านข้อมูล เช่น 20Gbps, 40Gbps หรือความสามารถที่ผู้ผลิตระบุไว้ ด้วย

แล้วตัวเลขความยาว 1M, 1.5M, 2M มีผลไหม?

ตัวเลขอย่าง 1M, 1.5M หรือ 2M โดยทั่วไปหมายถึง ความยาวของสาย

เช่น 1M ก็คือประมาณ 1 เมตร

ความยาวไม่ได้บอกว่าสายดีหรือไม่ดี แต่ในการใช้งานจริง สายที่ยาวขึ้นสามารถมีผลต่อการออกแบบทางไฟฟ้าและคุณภาพสัญญาณ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับการส่งข้อมูลความเร็วสูง

ดังนั้นถ้าต้องการความเร็วสูงมากๆ การเลือกสายที่มีความยาวและคุณสมบัติตรงตามการใช้งานจึงสำคัญกว่าการเลือกจากความยาวอย่างเดียว

แล้วสายที่ไม่มีตัวเลขเลย ใช้ไม่ได้หรือเปล่า?

สายบางรุ่นอาจไม่ได้พิมพ์ข้อมูลทุกอย่างลงบนตัวสาย และผู้ผลิตอาจระบุรายละเอียดไว้บนบรรจุภัณฑ์หรือหน้าเว็บไซต์แทน

ในทางกลับกัน การมีตัวเลขพิมพ์อยู่บนสายก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขนั้นเป็นโลโก้รับรองจาก USB-IF เสมอไป

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาซื้อสาย USB-C สำหรับงานที่ต้องการกำลังไฟหรือความเร็วสูง ควรดู ข้อมูลจำเพาะของผู้ผลิตและเครื่องหมายรับรองที่ตรวจสอบได้ มากกว่าตัดสินจากตัวเลขเพียงตัวเดียว

USB-IF ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้โลโก้ USB-IF ที่ได้รับการรับรองต้องผ่านการทดสอบตามโครงการของ USB-IF และอยู่ในรายการที่เกี่ยวข้องขององค์กร

อ่านสายชาร์จเป็น ช่วยเลือกสายได้ตรงงานกว่าเดิม

ลองจำตัวเลขง่ายๆ 5 กลุ่มนี้ไว้

ตัวเลขที่เจอโดยทั่วไปบอกอะไร
3A / 5A ความสามารถในการรองรับกระแสของสาย
60W / 100W / 240W ความสามารถด้านกำลังไฟที่สายรองรับตามสเปก
20Gbps / 40Gbps / 80Gbps ความสามารถด้านการรับส่งข้อมูล
24AWG / 28AWG ขนาดตัวนำตามระบบ AWG
1M / 1.5M / 2M ความยาวสายโดยประมาณ

แต่ทั้งหมดนี้ต้องอ่าน ร่วมกับสเปกของสายแต่ละรุ่น เพราะตัวเลขเพียงตัวเดียวไม่ได้บอกความสามารถทั้งหมดของสาย

สำหรับคนที่ใช้มือถืออย่างเดียว สายที่รองรับกำลังไฟตามความต้องการของอุปกรณ์ก็อาจเพียงพอแล้ว

แต่ถ้าใช้กับโน้ตบุ๊ก จอภาพ Dock หรือ SSD ความเร็วสูง การดูทั้ง กำลังไฟและความเร็วข้อมูล จะช่วยลดโอกาสซื้อสายผิดประเภทได้มาก

ครั้งหน้าก่อนเก็บสายชาร์จเข้าลิ้นชัก ลองพลิกดูตรงปลอกสายสักนิด

ตัวเลขเล็กๆ ที่เราเคยมองข้าม อาจเป็นเหมือน “ป้ายสเปก” ที่บอกว่าสายเส้นนั้นทำอะไรได้บ้างอยู่ตรงหน้าเรานี่เอง

แหล่งอ้างอิง

USB Implementers Forum (USB-IF)
USB-IF — แนวทางการใช้โลโก้กำลังไฟ USB-C 60W/240W
USB-IF — ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายรับรอง USB-IF
Belden — ความหมายของ AWG และความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข AWG กับขนาดตัวนำ
Belkin — ตัวอย่างข้อมูลจำเพาะของสาย USB ที่ระบุค่า AWG และคุณสมบัติของสาย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเวลานึกอะไรไม่ออกสายตาถึงชอบเหลือบขึ้นเพดานหรือมุมบนของห้องจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาอย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนถูกรางวัล — จิตวิทยาที่ทำให้เล่นอย่างมีความสุข ก่อนงวด 16 ส.ค. 6910 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69พูดว่า “ไม่” ให้เป็น เมื่อเราไม่จำเป็นต้องตอบตกลงทุกครั้งแผ่นดินไหวขนาด 7.4 เขย่าโคลอมเบียจนต้องปิดสนามบินหลายแห่งและมีผู้เสียชีวิตเกินร้อย9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยญี่ปุ่นส่ง H3-9 ขึ้นฟ้า มีรายงาน “มิชิบิกิ-7” เข้าสู่วงโคจรตามแผนรายได้จากการชกมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมเวลานึกอะไรไม่ออกสายตาถึงชอบเหลือบขึ้นเพดานหรือมุมบนของห้องแผ่นดินไหวขนาด 7.4 เขย่าโคลอมเบียจนต้องปิดสนามบินหลายแห่งและมีผู้เสียชีวิตเกินร้อยอย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนถูกรางวัล — จิตวิทยาที่ทำให้เล่นอย่างมีความสุข ก่อนงวด 16 ส.ค. 69ญี่ปุ่นส่ง H3-9 ขึ้นฟ้า มีรายงาน “มิชิบิกิ-7” เข้าสู่วงโคจรตามแผน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมส้อมสมัยนี้ต้องมี 4 ง่าม ทั้งที่ยุคหนึ่งเคยมีแค่ 2 ง่ามทำไมเวลาเผลอเหยียบเท้าหมาหรือแมวถึงต้องรีบพูดขอโทษด้วยเสียงสองเตียงกว้างแค่ไหนทำไมร่างกายยังชอบขดตัวนอนติดขอบฝั่งเดิมทุกคืนทำไมห้องถึงเงียบจนเหมือนหูอื้อทันทีเมื่อพัดลมหรือแอร์หยุดทำงาน
ตั้งกระทู้ใหม่