One day trip หนีกรุงไปดูวัดเก่าแก่ในอดีตที่ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ
ในประเทศไทยมีเรื่องราวของวัดเก่าแก่มากมายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นซากปรักหักพังที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำ และแต่ละแห่งก็มีเหตุผลที่ทำให้ต้องจมน้ำแตกต่างกันไป แต่เหตุผลหลักส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่กับเรื่องของการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและผลิตกระแสไฟฟ้า ปรากฏให้เห็นเป็นครั้งคราวเมื่อระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำลดลง เผยให้เห็นความทรงจำเมื่อครั้งอดีต
1.ถ้าพูดถึงที่ที่คนรู้จักมากที่สุด ก็ต้องยกให้วัดใต้น้ำที่สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี หลายคนเรียกว่าวัดบาดาล หรือเมืองบาดาล เดิมชื่อวัดวังก์วิเวการาม เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ พระมอญผู้เป็นที่เคารพรักของชาวมอญทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ได้ร่วมกับชาวบ้านชาวมอญช่วยกันสร้างขึ้นมาเมื่อราว พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) ตอนนั้นหมู่บ้านวังก์กะยังเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำสามสาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ซึ่งไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อย วัดแห่งนี้ก็เป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นทั้งโรงเรียน เป็นที่จัดงานบุญ เป็นที่ที่ทุกคนมาพบปะกัน สถาปัตยกรรมของวัดก็เป็นแบบมอญเรียบง่าย มีหอระฆังสูง มีโบสถ์ที่ก่อด้วยอิฐ
ต่อมาเมื่อทางการมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำเขาแหลม ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นอ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และผลิตไฟฟ้า โครงการนี้เริ่มก่อสร้างราว พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) แล้วเสร็จและเริ่มเก็บน้ำใน พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) ระดับน้ำที่สูงขึ้นก็ค่อยๆ ท่วมหมู่บ้านเดิมของชาวมอญทั้งหมู่บ้าน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามหลังเก่าไปด้วย ชาวบ้านจึงต้องย้ายขึ้นมาอยู่บนเนินเขาที่สูงกว่า ส่วนหลวงพ่ออุตตมะก็นำชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดวังก์วิเวการามหลังใหม่ขึ้นบนที่สูง ปัจจุบันวัดเก่าจึงจมอยู่ใต้น้ำเกือบตลอดทั้งปี จะเห็นยอดโบสถ์โผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อถึงฤดูแล้งจัดๆ ราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ที่ระดับน้ำลดลงมากๆ หลายคนจึงพากันนั่งเรือไปชม กำแพงที่ยังคงเหลือลวดลายศิลปะแบบมอญให้ได้ชื่นชม ไปทำบุญกลางน้ำ บรรยากาศเงียบสงบและดูขลังมาก เพราะอิฐเก่า ตะไคร่น้ำ และร่องรอยของกาลเวลายังอยู่ครบ
2.อำเภอแม่ปิง จังหวัดลำพูน ก็มีเรื่องราวคล้ายกัน วัดเก่าแก่ที่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดบ้านเก่า" เป็นวัดประจำหมู่บ้านที่เคยมีวิถีชีวิตริมน้ำ แต่วันหนึ่งเมื่อมีการสร้างเขื่อนภูมิพลในปี พ.ศ. 2498 ระดับน้ำก็ปรับสูงขึ้นจนท่วมพื้นที่ดังกล่าว ชาวบ้านต้องย้ายถิ่นฐาน แต่สิ่งที่ถูกทิ้งไว้คือซากกำแพงอิฐแดงและพระพุทธรูป ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำลดจนเห็นต้นจามจุรีขนาดใหญ่ยืนต้นอยู่กลางน้ำเคียงคู่กับซากโบสถ์ สร้างเป็นภาพอันน่าพิศวงตามธรรมชาติ
3.วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา วัดนี้เก่าแก่กว่าที่สังขละบุรีมาก ประวัติว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา ราว พ.ศ. 2019 - 2029 (ค.ศ. 1476 - 1486) อายุกว่า 500 ปี เดิมวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเล็กๆ กลางชุมชนหนองเอี้ยง ซึ่งเคยเป็นชุมชนโบราณริมแม่น้ำอิง ต่อมาใน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) กรมประมงได้สร้างประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำอิงเอาไว้ เพื่อกักเก็บน้ำให้ชาวบ้านได้ใช้ทำการเกษตรและป้องกันน้ำท่วม ทำให้น้ำค่อยๆ เอ่อท่วมแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่จนกลายเป็นกว๊านพะเยาในปัจจุบัน
ชุมชนโบราณ วัดวาอารามหลายแห่งก็จมอยู่ใต้กว๊านแห่งนี้ วัดติโลกอารามก็เป็นหนึ่งในนั้น จมอยู่ใต้น้ำมานานหลายสิบปีจนคนรุ่นหลังเกือบจะลืมไปแล้ว จนกระทั่งราว พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) มีการสำรวจใต้น้ำและพบฐานวิหาร เจดีย์ และพระพุทธรูปหินทรายจำนวนมากยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ต่อมาก็มีการอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้บนเกาะกลางน้ำ และจัดให้มีพิธีเวียนเทียนกลางกว๊านพะเยาปีละ 3 ครั้ง คือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา โดยพระสงฆ์และชาวบ้านจะพายเรือเวียนรอบวัดที่จมอยู่ใต้น้ำ เป็นภาพที่งดงามและเต็มไปด้วยศรัทธา
4.ในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย ก็ยังมีพระธาตุกลางน้ำหรือพระธาตุกลางน้ำ เป็นโบราณสถานอายุราว 700 ปี ที่เดิมตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ แต่พังทลายลงและจมอยู่ในแม่น้ำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390 ทุกครั้งที่ฤดูแล้งน้ำลด องค์พระธาตุจะโผล่พ้นน้ำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา
5.วัดใต้น้ำที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ บริเวณนั้นเคยเป็นหมู่บ้านเก่าของชาวไทยยวนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำน่านมาหลายชั่วอายุคน มีวัดเก่าหลายวัดตั้งอยู่ริมตลิ่ง เมื่อมีการสร้างอ่างเก็บน้ำสิริกิติ์ซึ่งเริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) หมู่บ้านและวัดวาอารามเหล่านั้นก็ต้องจมอยู่ใต้น้ำไปทั้งหมด ชาวบ้านต้องย้ายไปอยู่ในเขตนิคมที่จัดสรรให้ใหม่
6.จังหวัดลพบุรี ก็มีวัดพระศรีมหาโพธิ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดหล่ง ที่จมอยู่ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มแม่น้ำป่าสักและเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง วัดที่เคยอยู่กลางทุ่งนา กลางชุมชน ก็ต้องกลายเป็นวัดใต้น้ำ เหลือเพียงยอดเจดีย์โผล่ขึ้นมาให้เห็นในช่วงน้ำลด
แม้วัดเหล่านี้จะจมอยู่ใต้น้ำ ไม่ได้ใช้งานตามปกติแล้ว แต่ชาวบ้านโดยรอบกลับยังให้ความเคารพอยู่เสมอ ไม่ได้มองว่าเป็นซากปรักหักพังที่ไร้ค่า ตรงกันข้าม กลับมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำ เป็นหลักฐานว่าตรงนี้เคยมีชุมชน เคยมีผู้คนอยู่อาศัย ทำมาหากิน มีงานบุญ มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนาน การที่ต้องย้ายวัด ย้ายบ้านขึ้นไปที่สูง เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจยากมาก เพราะต้องทิ้งบ้านเกิดที่บรรพบุรุษสร้างมา แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าเป็นการเสียสละเพื่อให้คนอีกจำนวนมากในพื้นที่ท้ายน้ำได้มีน้ำใช้ มีไฟฟ้าใช้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ปัจจุบันวัดใต้น้ำเหล่านี้จึงกลายเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวที่ให้บทเรียนหลายอย่างพร้อมกัน เวลานั่งเรือเข้าไปใกล้ๆ จะเห็นรอยอิฐที่ถูกน้ำกัดเซาะจนมน ตะไคร่สีเขียวเกาะเต็มผนัง ปลาตัวเล็กตัวน้อยว่ายวนอยู่รอบๆ โบสถ์ บางครั้งก็เห็นพระพุทธรูปที่ยังคงประดิษฐานอยู่ในตำแหน่งเดิมใต้น้ำลึกหลายเมตร ภาพเหล่านี้ทำให้รู้สึกได้ถึงกาลเวลาที่ผ่านไปอย่างเงียบๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
พฤติกรรมทั่วไปที่อาจทำให้ตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมเวลาเล่นเกมถึงชอบดองไอเทมหายากจนจบเกมทั้งที่ไม่เคยหยิบมาใช้
พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85
ทำไมเปิดเมนูร้านประจำทุกครั้งแต่สุดท้ายกลับสั่งจานเดิมที่คุ้นเคย
ทำไมส้อมสมัยนี้ต้องมี 4 ง่าม ทั้งที่ยุคหนึ่งเคยมีแค่ 2 ง่าม
ทำไมเห็นสุสานแล้วเผลอกลั้นหายใจ
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
รายได้จากการชกมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
สุกี้ - เมนูหม้อไฟ ความจริงที่เราอาจเข้าใจผิดมาตลอด
ทำไมเปิดเมนูร้านประจำทุกครั้งแต่สุดท้ายกลับสั่งจานเดิมที่คุ้นเคย
ทำไมเวลาเล่นเกมถึงชอบดองไอเทมหายากจนจบเกมทั้งที่ไม่เคยหยิบมาใช้
ทำไมเห็นสุสานแล้วเผลอกลั้นหายใจ
ทำไมเวลานึกอะไรไม่ออกสายตาถึงชอบเหลือบขึ้นเพดานหรือมุมบนของห้อง
ทำไมส้อมสมัยนี้ต้องมี 4 ง่าม ทั้งที่ยุคหนึ่งเคยมีแค่ 2 ง่าม




