อันตรายจากฝุ่นพิษ PM2.5 ส่งผลให้ ‘สมองล้า’ ‘ไมเกรนกำเริบ’ และ ส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก
เขียนโดย sompeansomped
การศึกษาขนาดใหญ่ในประเทศแถบยุโรปจำนวน 13 ประเทศ ติดตามประชากรจำนวนมากกว่า 3 แสนคนเป็นระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 14 ปี (ESCAPE Project) พบว่า ในกลุ่มคนที่ได้รับ PM 2.5 มากกว่า 15 μg/m³ จะมีอัตราการตายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ประมาณ 7% ต่อ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุก 5 μg/m³ (Beelen, 2013)
ในกลุ่มเด็ก ๆ มีหลายงานวิจัยที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ของระดับ PM 2.5 ต่อความผิดปกติทางด้านพัฒนาการทางสติปัญญา เช่น มีสติปัญญาด้อยลง (Global Intelligence Quotient; IQ), การพัฒนาการช้าลง (ทั้ง Cognitive และ Psychomotor Development) มีปัญหาการได้ยิน และ การพูด รวมทั้งยังมีผลทำให้เกิดภาวะสมาธิสั้น (Attention Deficit) และ ภาวะออทิซึม (Autism) เพิ่มมากขึ้นถึง 68% (Suades-González, 2015) (Fu, 2019)
ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 อาจไม่แสดงอาการรุนแรงในทันที แต่ในระยะสั้นอาจทำให้หลายคนเกิดอาการสมองล้า (Brain Fog) ชั่วคราว ทำให้รู้สึกหัวไม่โล่ง คิดช้าลง สมาธิลดลง หรือจู่ ๆ ก็ปวดหัว หรือ ไมเกรนกำเริบ
กลุ่มคนที่เป็นโรคปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งสมองจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนปกติ ฝุ่น PM2.5 รวมทั้งมลพิษในอากาศชนิดอื่น ๆ สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้นมาได้ โดยพบว่า ในช่วงเวลาที่มีฝุ่นขนาดเล็กอยู่ในระดับสูง เช่น ฤดูหนาว จะพบคนที่เป็นไมเกรนเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง จนต้องไปพบแพทย์เพื่อฉีดยาที่ห้องฉุกเฉินเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงปกติประมาณ 4 – 13% (Chen C.-C., 2015)
นพ.ภีมณพัชญ์ อธิบายว่า “หากปล่อยให้สมองรับฝุ่นอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวสมองจะเกิดการอักเสบเรื้อรัง จนโครงสร้างสมองเสื่อมลงเร็วกว่าปกติ และ เกิดภาวะสมองฝ่อก่อนวัย รวมถึงทำให้คนเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือ พาร์กินสันเร็วขึ้น จากที่พบในวัย 60–70 ปี อาจเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 40–50 ปี นอกจากนี้ในกลุ่มเด็กที่ได้รับมลพิษสะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือในวัยที่สมองกำลังพัฒนา อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และกลุ่มออทิสติก (ASD) สูงขึ้น”
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าค่า PM2.5 ไม่ควรเกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ในหลายพื้นที่ของไทยมักพบค่าสูงเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอยู่บ่อยครั้ง เป็นค่าที่ส่งผลกระทบต่อสมองอย่างชัดเจน ดังนั้น การป้องกันตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงดีที่สุด กินอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามิน C และ E รวมถึงปลาทะเลที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 ควบคู่กับการลดอาหารแปรรูป ของหวาน งดบุหรี่ และ งดดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30–40 นาที สัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง โดยแนะนำให้ออกกำลังกายในร่มในวันที่ฝุ่นหนา ที่สำคัญต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ เลี่ยงออกจากบ้านในวันที่ฝุ่นหนา หรือ สวมหน้ากากหากต้องออกไปข้างนอก หากใครพบความผิดปกติควรไปตรวจเช็กกับแพทย์ทันที
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
สรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
จังหวัดที่มี"ป่า"น้อยที่สุดในประเทศไทย
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”







