5 สัญญาณโรคไตเรื้อรังที่ดูเหมือนแค่เหนื่อยธรรมดา
ตื่นเช้ามาแล้วหน้ายังบวม ขึ้นบันไดนิดเดียวก็เหนื่อย หรือเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยขึ้น หลายคนอาจโทษงานหนัก นอนน้อย หรืออายุที่เพิ่มขึ้น แต่บางอาการแบบนี้อาจเกี่ยวกับ โรคไตเรื้อรัง มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเล็ก ๆ ก่อนจะกลายเป็นปัญหาใหญ่
โรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการชัดในระยะแรก หลายคนรู้ตัวอีกทีตอนตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือมีอาการสะสมจนใช้ชีวิตลำบากแล้ว ข้อมูลจาก National Kidney Foundation ระบุว่า ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการจนโรคเข้าสู่ระยะมากขึ้น และอาการที่พบได้มีตั้งแต่เหนื่อยง่าย ปัสสาวะเปลี่ยน บวม คันผิว ไปจนถึงเบื่ออาหาร
สัญญาณแรกที่คนมองข้ามบ่อยคือ “เหนื่อยง่ายผิดปกติ” ไม่ใช่เหนื่อยหลังออกกำลังกายหนัก แต่เป็นความเพลียที่พักแล้วก็ยังไม่ค่อยฟื้น เดินในบ้าน ทำงานโต๊ะ หรือขึ้นบันไดชั้นเดียวก็รู้สึกหมดแรงง่ายกว่าเดิม สาเหตุหนึ่งอาจเกี่ยวกับภาวะเลือดจางจากการทำงานของไตลดลง ซึ่ง CDC ระบุว่าไตทำงานต่ำอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เหนื่อย และอ่อนแรงได้
สัญญาณที่สองคือ “บวม” โดยเฉพาะรอบตาตอนเช้า เท้า ข้อเท้า หรือหน้าแข้ง บางคนกดแล้วเป็นรอยบุ๋ม พอตอนเย็นรองเท้าคับกว่าปกติ อาการนี้ไม่ควรรีบตีความว่าแค่กินเค็มหรือยืนนานเสมอไป เพราะเมื่อไตขับน้ำและเกลือส่วนเกินได้ลดลง ร่างกายอาจเริ่มกักน้ำมากขึ้น กรมอนามัย อธิบายว่าไตที่กำจัดน้ำส่วนเกินไม่ได้อาจทำให้เกิดอาการบวม และถ้าเป็นมากอาจลามไปถึงหายใจลำบากจากน้ำเกินในร่างกาย
สัญญาณที่สามคือ “ปัสสาวะเปลี่ยน” เช่น ปัสสาวะเป็นฟองมากขึ้น ปัสสาวะกลางคืนบ่อยผิดเดิม ปัสสาวะน้อยลง หรือสีเข้มผิดปกติ ถามตัวเองง่าย ๆ ว่า ในช่วง 1-2 เดือนหลัง ร่างกายเข้าห้องน้ำเปลี่ยนไปชัดไหม ถ้าเปลี่ยนแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่คืนเดียวหลังดื่มน้ำเยอะ นี่เป็นจุดที่ควรตรวจปัสสาวะ ไม่ใช่เดาเอง
สัญญาณที่สี่คือ “ความดันโลหิตคุมยาก” คนที่มีเครื่องวัดความดันที่บ้านอาจเห็นตัวเลขสูงซ้ำ ๆ แม้พักผ่อนแล้ว หรือบางคนเพิ่งรู้ตอนตรวจสุขภาพประจำปี ไตกับความดันเกี่ยวกันใกล้มาก ไตช่วยควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และความดันเลือด เมื่อระบบนี้รวน ความดันอาจสูงขึ้น หรือในอีกทางหนึ่ง ความดันสูงเรื้อรังก็ทำร้ายไตได้เช่นกัน
สัญญาณที่ห้าคือ “คันผิว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือหลับไม่ดี” ฟังดูเหมือนคนละเรื่องกับไต แต่เมื่อของเสียสะสมในร่างกาย อาการเหล่านี้อาจค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาได้ บางคนเริ่มกินได้น้อย น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือผิวแห้งคันทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนสบู่หรือครีมทาผิว Mayo Clinic ระบุว่าอาการของโรคไตเรื้อรังอาจรวมถึงคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เหนื่อย อ่อนแรง นอนไม่หลับ และความดันสูงที่ควบคุมยาก
จุดที่ควรจำคือ อาการเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตทันที คนที่นอนน้อย เครียด กินเค็ม หรือทำงานหนักก็เหนื่อยและบวมได้เหมือนกัน แต่ถ้ามีหลายอาการพร้อมกัน หรือเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะคนที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ประวัติครอบครัวเป็นโรคไต หรือใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs บ่อย ควรตรวจเลือดดูค่า creatinine/eGFR และตรวจปัสสาวะหาโปรตีน
หากมีอาการบ่อย ต่อเนื่อง รุนแรง หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหรือปรับยาเอง
ก่อนจะบอกตัวเองว่า “คงแค่เหนื่อย” ลองดูร่างกายย้อนหลังสัก 2-4 สัปดาห์ ถ้าเหนื่อยง่ายขึ้น บวมบ่อยขึ้น ปัสสาวะเปลี่ยน และความดันเริ่มไม่นิ่ง การตรวจไตหนึ่งครั้งอาจให้คำตอบได้มากกว่าการเดาไปอีกหลายเดือน
อ้างอิง: https://www.kidney.org/kidney-topics/chronic-kidney-disease-ckd
เขียนโดย นที ศิริวัฒน์
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
เปิดจังหวัด “คนดวงเฮง” ถูกหวยรางวัลใหญ่บ่อย
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
โรงเรียนรัฐบาลในไทยที่สอบเข้ายากที่สุด มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุด
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
เปิด 5 อันดับข้าราชการท้องถิ่น เงินเดือนสูงที่สุด ใครแตะ 80,450 บาท?
5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
พี่ชายฮลุน ตัดสินใจลาออก หลังถูกจี้กลับไปทำงานทั้งที่กำลังจัดงานศพน้อง ลั่น “มึงเป็น ตม.เหรอ” สะท้อนวุฒิภาวะผู้นำ
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง



