7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ค่าไฟสูงขึ้นบางครั้งไม่ได้มาจากการเปิดแอร์นานอย่างเดียว แต่อาจมาจากวิธีใช้แอร์ที่เราทำซ้ำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
หลายบ้านตั้งแอร์เหมือนเดิมทุกคืน เปิดเหมือนเดิมทุกบ่าย แต่พอบิลค่าไฟมา กลับรู้สึกว่าตัวเลขสูงกว่าที่ควร ทั้งที่ไม่ได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ไม่ได้อยู่บ้านมากขึ้นชัดเจน และไม่ได้เปิดแอร์ทั้งวัน
ปัญหาคือแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสูงอยู่แล้ว ยิ่งเจอพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำให้เครื่องต้องทำงานหนัก ค่าไฟก็ขยับขึ้นได้แบบเงียบ ๆ
ข้อแรกคือ ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป หลายคนชอบกดแอร์ลงไป 20–22 องศา เพราะอยากให้ห้องเย็นเร็ว แต่ความจริงคือยิ่งตั้งต่ำ เครื่องก็ยิ่งต้องเร่งทำงานนานขึ้น โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัด หน่วยงานด้านพลังงานของไทยมักแนะนำให้ตั้งแอร์ราว 26 องศา และใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ จะช่วยให้รู้สึกเย็นสบายโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิมากเกินไป
ข้อที่ 2 คือ เปิดแอร์ทันทีทั้งที่ห้องยังอมความร้อน บ้านหรือห้องที่โดนแดดมาทั้งวัน ผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์จะสะสมความร้อนไว้ ถ้าเปิดแอร์ทันทีโดยไม่ระบายอากาศ เครื่องจะต้องสู้กับความร้อนที่ค้างอยู่ในห้อง วิธีที่ดีกว่าคือเปิดประตูหรือหน้าต่างระบายความร้อนก่อนสักพัก แล้วค่อยเปิดแอร์เมื่ออากาศในห้องไม่อบเกินไป
ข้อที่ 3 คือ ไม่ปิดม่านในจุดที่แดดส่องตรง ๆ แสงแดดที่เข้าห้องช่วงบ่ายทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะห้องนอนหรือห้องทำงานที่มีกระจกบานใหญ่ ถ้าปล่อยให้แดดส่องเข้ามาตลอด แอร์จะทำงานหนักกว่าปกติ แม้อุณหภูมิที่ตั้งไว้จะเท่าเดิม การปิดม่าน บังแดด หรือใช้ฟิล์มกันความร้อนจึงช่วยลดภาระแอร์ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ข้อที่ 4 คือ เปิดปิดแอร์ถี่เกินไป บางคนคิดว่าปิดแอร์ทุกครั้งที่ลุกออกจากห้องไม่กี่นาทีจะประหยัดกว่าเสมอ แต่ถ้าออกไปไม่นานแล้วกลับมาเปิดใหม่ เครื่องอาจต้องเริ่มทำความเย็นซ้ำอีกครั้ง ถ้าแค่ออกจากห้องไม่นาน อาจปรับอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อยหรือใช้โหมดประหยัดพลังงานแทน แต่ถ้าออกนานจริง การปิดเครื่องก็ยังเหมาะกว่า
ข้อที่ 5 คือ ไม่ล้างแอร์เป็นเวลานาน แอร์ที่มีฝุ่นสะสมในแผ่นกรอง คอยล์เย็น หรือส่วนระบายความร้อน จะทำลมได้น้อยลงและทำความเย็นได้ช้ากว่าเดิม ผลคือผู้ใช้มักกดอุณหภูมิให้ต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ต้นเหตุอาจอยู่ที่ความสกปรกของเครื่อง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานแนะนำให้ล้างเครื่องปรับอากาศปีละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
ข้อที่ 6 คือ ใช้แอร์ผิดขนาดกับห้อง ถ้าแอร์เล็กเกินไป เครื่องจะทำงานหนักและนานกว่าจะทำให้ห้องเย็น แต่ถ้าใหญ่เกินไปก็อาจไม่คุ้มกับการใช้งานจริง ขนาดแอร์ควรเหมาะกับพื้นที่ห้อง ทิศทางแดด จำนวนคน และลักษณะการใช้งาน ห้องที่โดนแดดจัดหรือมีคนอยู่หลายคนมักต้องใช้กำลังทำความเย็นมากกว่าห้องที่ร่มและปิดสนิท
ข้อสุดท้ายคือ ปล่อยช่องลมรั่วโดยไม่สนใจ ประตูที่ปิดไม่สนิท ขอบหน้าต่างรั่ว ช่องใต้ประตู หรือผ้าม่านที่กั้นอากาศไม่ดี ทำให้ความเย็นไหลออกและความร้อนเข้ามาแทน แอร์จึงต้องทำงานต่อเนื่องนานขึ้น ทั้งที่ผู้ใช้รู้สึกเหมือนเปิดแอร์ปกติทุกอย่าง
ถ้าอยากลดค่าไฟจากแอร์ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเลิกใช้แอร์ทันที แค่ปรับวิธีใช้ให้ฉลาดขึ้น ตั้งอุณหภูมิไม่ต่ำเกินไป ใช้พัดลมช่วย ระบายความร้อนก่อนเปิดแอร์ ปิดม่าน ล้างแอร์สม่ำเสมอ และตรวจช่องรั่วในห้อง สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่รวมกันแล้วมีผลกับค่าไฟมากกว่าที่หลายคนคิด
บางบ้านอาจไม่ได้มีปัญหาที่ “เปิดแอร์เยอะ” แต่อาจกำลังเสียเงินให้กับวิธีใช้แอร์ที่ทำให้เครื่องเหนื่อยเกินจำเป็น
อ้างอิง: https://www.mea.or.th/electricity/energy-saving-tips/meaenergysaving20230322
เขียนโดย ธันวา กิตติภพ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ส่องเลขเด่นงวดใหม่ แนวทางม้าสีหมอก วันที่ 16 มิถุนายน 2569
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
ตลาดสดยามเช้า เบื้องหลังของสดที่เริ่มตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
ถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย



