หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลุกขึ้นไได้...ก็ชนะ

เนื้อหาโดย livetrue23

 

🌿 ซีรีส์: แค่ยังลุกขึ้นมาไหว…ก็ถือว่าชนะแล้ว

ตอนที่ 2

วันที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณ…เราถึงหันมาฟังมันจริง ๆ

เราควรหันมาฟังร่างกายของเรา ฟังเสียงในใจของเรา ฟังตัวเราเอง

อย่าสนใจกับสิ่งรอบข้าง สิ่งแวดล้อม จนลืมดูที่ตัวเรา ว่าต้องการอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

สังเกตุตัวเองให้เป็น อ่านตัวเองให้ออก และจงเชื่อในเสียงของตัวเอง เมื่อรู้สึกร้อนก็คือร้อน รู้สึกเย็นก็คือเย็น รู้สึกอร่อยก็คืออร่อย รู้สึกไม่สบายใจไม่ชอบใจ  รู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งล้วนแต่มาจากข้างในของจิตใจของเราที่มันสื่อสารออกมา

ร่างกายไม่เคยพูดเป็นคำ
แต่มัน “สื่อสาร” เก่งกว่าที่คิด
สัญญาณแรก ๆ มักจะมาแบบเบา ๆ
จนเราคิดว่าเดี๋ยวก็หาย

อย่างอาการเมื่อยหัวไหล่ที่คิดว่าเพราะนอนไม่ดี
เข่าลั่นตอนงอขาแล้วคิดว่าคงเหนื่อย
นอนหลับไม่ลึกแล้วโทษอากาศหรือที่นอน

เราผ่านทุกอย่างแบบ “ไม่ใส่ใจ”
เพราะชีวิตรีบเร่งเกินกว่าจะหยุดคิดว่ามันสำคัญ

แต่วันหนึ่ง…
ร่างกายจะเพิ่มเสียงขึ้น
จากปวดเมื่อย → ปวดจริง
จากนั่งลุกลำบาก → ไม่อยากลุก
จากเหนื่อยง่าย → ไม่มีแรงไปไหน

และนั่นคือวันที่ฉันเริ่มถามตัวเองว่า
หรือที่ผ่านมาฉันปล่อยร่างกายไว้ลำพังนานเกินไป

ฉันจำได้ว่ามีช่วงหนึ่ง
เข่าเริ่มเจ็บตอนขึ้นลงบันได
แค่สองขั้นก็ต้องจับราว
มันไม่มาก แต่ก็ไม่ปกติ
ตอนนั้นฉันไม่ได้โกรธร่างกาย
แต่ฉัน “ตกใจ” ว่าทำไมสัญญาณมันชัดขนาดนี้

บางคนอาจมองไหล่ล้า เข่าเจ็บ ว่าเป็นเรื่องเล็ก
แต่อาการเล็กเหล่านี้คือ ภาษาของร่างกาย
มันพูดว่า
“ฉันเหนื่อยแล้วนะ ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”

บางทีที่เราไม่อยากเริ่มออกกำลังกาย
ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ
แต่เพราะ “เรากลัวเจ็บกว่าเดิม”
กลัวว่าเริ่มแล้วจะทำไม่ได้
กลัวว่าความจริงของร่างกายมันจะทำให้ใจเสีย

แต่ความจริงคือ —
เราไม่ได้ต้องการร่างกายที่กลับไปเหมือนอายุ 20
เราแค่ต้องการร่างกายที่ยังพาเราไปใช้ชีวิต
ยังเดินตลาด
ยังขับรถ
ยังไปกินข้าวกับเพื่อน
ยังไปเที่ยวได้

 

สุขภาพในวัยนี้คือ คุณภาพชีวิต ไม่ใช่ภาพลักษณ์

เมื่อฉันเริ่มยืดเหยียดวันละไม่กี่นาที

เริ่มเดินวันละนิด
เริ่มปรับอาหารไม่ให้กระทบสุขภาพ
แม้มันจะไม่เปลี่ยนร่างกายทันที
แต่มันทำให้ร่างกาย “หายใจโล่งขึ้น”

และสิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้คือ—
เจ็บไม่ใช่ความผิดของเรา
แต่เมินมันซ้ำ ๆ…อาจเป็นเรื่องที่ทำร้ายตัวเอง

วันนี้ ถ้าใครกำลังเจอสัญญาณเล็ก ๆ
ปวดหลัง ลุกช้า หลับไม่สนิท
ลองฟังมันสักนิด
ไม่ต้องรีบ
ไม่ต้องหายเร็ว
แค่ “รับรู้” ก็ถือว่าเริ่มแล้ว

เพราะชีวิตหลังจากนี้
ไม่ต้องแข่งกับใคร
เราเพียงต้องการอยู่กับร่างกายแบบที่ดูแลกันได้

และในวันที่คุณเริ่มฟังร่างกาย
แม้ยังไม่ทำอะไรเพิ่ม
คุณก็ก้าวแรกในเส้นทางสุขภาพแล้ว 🌱✨

เนื้อหาโดย: livetrue23
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
livetrue23's profile


โพสท์โดย: livetrue23
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุดส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 694 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมายวิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทยประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลกจบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวรจังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
9อันดับ ประเทศที่มีค่าไฟแพงที่สุดในอาเซียนจังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทยจังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ผู้หญิงจะรอคนที่ถูกใจไปได้จนถึงเมื่อไหร่ ?ย้อนวันวานการเมืองกรุง! ลิโด มัลติเพล็กซ์ ปี 2547 กับป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7 “ลีน่า จัง”ภาพจำวันเลือกตั้งปี 2529 อาเจ็กเข็นรถสามล้อ ติดป้ายประชาธิปัตย์ เบอร์ 7 แล้วอาเจ็กขายอะไร?ตะเกียงวิเศษ กับ AI
ตั้งกระทู้ใหม่