เชื่อหรือไม่...ครั้งหนึ่ง โลกเคยมีการทดสองคืนชีพศพ แบบแฟรงเกนสไตน์
ใช่ครับ เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง และเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ทั้งน่าทึ่ง น่าหวาดหวั่น และส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมมนุษย์มากที่สุดเรื่องหนึ่ง—ถึงขั้นกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของนิยายสยองขวัญอมตะที่โลกไม่มีวันลืม อย่าง Frankenstein ของแมรี่ เชลลีย์
ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เป็นช่วงเวลาที่โลกเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ชีวิต” มากกว่าที่เคย ลุยจิ กัลวานี นักฟิสิกส์และแพทย์ชาวอิตาลีผู้หลงใหลในความลับของร่างกายสัตว์ ได้ทดลองแตะขากบด้วยคีมที่ต่อเข้ากับกระแสไฟฟ้า และสิ่งที่เขาพบทำให้ศาสตร์การแพทย์สั่นสะเทือน ขากบที่ตายแล้วกลับกระตุกเหมือนยังมีชีวิตอยู่ กัลวานีสรุปว่าในตัวสัตว์มี “ไฟฟ้าชีวภาพ (Animal Electricity)” ไหลเวียนอยู่ และการกระตุกนั้นคือผลของ “กัลวานิซึม (Galvanism)” แม้เขาจะอยากทดลองเรื่องนี้กับสัตว์ใหญ่และมนุษย์ แต่เขาก็เสียชีวิตในปี 1798 ก่อนจะได้ทำความฝันให้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ความอยากรู้อยากเห็นนี้ไม่ได้สิ้นสุดตามตัวเขาไป เพราะผู้ที่ถูกผลักดันให้เดินหน้าต่อคือหลานชายของเขา โจวานนี อัลดินี นักวิทยาศาสตร์ผู้กล้าหาญยิ่งกว่า และมีจินตนาการไกลกว่าคนทั่วไปในยุคนั้นมาก อัลดินีเชื่อว่าถ้าหากไฟฟ้าสามารถทำให้ขากบกระตุกได้ มันอาจคืนชีพให้มนุษย์ได้เช่นกัน ความคิดนี้ไม่ใช่เพียงความใฝ่ฝัน แต่กลายเป็นความมุ่งมั่นของเขาที่ต้องการพิสูจน์ให้เห็นด้วยสายตาของสาธารณชน
แล้วเวลาของเขาก็มาถึงในปี 1803 เมื่อศพของ “จอร์จ ฟอร์สเตอร์” นักโทษประหารถูกส่งมอบให้เขา เอกสารในวันนั้นบันทึกชัดว่า ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาดูการทดลองราวกับกำลังจะได้เห็นปาฏิหาริย์ ฟอร์สเตอร์ถูกนำมาวางต่อหน้าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อัลดินีสร้างขึ้นเอง ก่อนที่เขาจะเริ่มปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างของชายที่ไร้ชีวิตแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งห้องนิ่งงันจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจของใครเลย—กรามของฟอร์สเตอร์เริ่มสั่น ดวงตาข้างหนึ่งลืมขึ้น แขนขวายกขึ้นราวกับกำลังจะคว้าบางอย่าง และขาของเขาขยับเหมือนกำลังจะลุกขึ้นยืน ไม่มีใครรู้ว่ามันคือความบังเอิญ ปฏิกิริยาทางชีวภาพ หรืออะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทุกคนเชื่อว่าฟอร์สเตอร์กำลังจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริง ๆ
แต่เทคโนโลยียุคนั้นยังไม่พร้อม แบตเตอรี่ของอัลดินีทนแรงดันไม่ไหว กระแสไฟดับลง และร่างของฟอร์สเตอร์กลับไปแน่นิ่งเหมือนเดิม การทดลองจบลงพร้อมความเงียบงันที่ปกคลุมห้องทดลอง แต่เรื่องราวของมันกลับดังไปไกลกว่านั้นชนิดที่แทบไม่มีใครไม่พูดถึง มันกลายเป็นหัวข้อถกเถียงและกลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ในยุโรปช่วงนั้นทันที
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในเวลาที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เด็กหญิงอายุเพียง 5 ขวบคนหนึ่งได้รับรู้เรื่องราวการคืนชีพด้วยไฟฟ้านี้จากผู้ใหญ่รอบตัว เสียงเล่าเรื่องนั้นคงซึมซับอยู่ในความทรงจำของเธอโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเวลาผ่านไป 15 ปี เด็กหญิงคนนั้นเติบโตขึ้นเป็น “แมรี่ เชลลีย์” ผู้เขียนนิยายสยองขวัญระดับโลกที่ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักเขียนหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์
เธอหยิบแรงบันดาลใจจากการทดลองของอัลดินี มาหลอมรวมกับความกลัว ความสงสัย และคำถามทางปรัชญาว่า “มนุษย์ควรไปไกลแค่ไหนในการท้าทายกฎของธรรมชาติ” แล้วสร้างเป็นเรื่องราวของวิคเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ นักวิทยาศาสตร์ที่กล้าคิดและกล้าทำยิ่งกว่าใครในยุคของเขา—กล้าพอที่จะ ‘สร้างชีวิต’ ขึ้นมาเอง
ความจริงทางวิทยาศาสตร์จึงกลายเป็น fiction ที่ทรงพลังอย่างที่สุด และยังคงส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรม การแพทย์ และจินตนาการของผู้คนไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
6 มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างยุคโบราณ ที่ราคาขายต่อพุ่ง แรงจนน่าประหลาดใจ
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้าง
6 นิตยสารเก่าที่คนเคยเอาไปเช็ดกระจก แต่วันนี้กลายเป็นของสะสมราคาแรง
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
เหตุใดเมืองตากจึงร้อนจัดจนแตะ 44.6 องศา
อาชีพช่างฝีมือโบราณในไทยที่กำลังหายไป — ทำไมวันนี้แทบไร้คนสืบทอด
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!
5 จังหวัดที่มีสัดส่วนเตียงผู้ป่วยต่อประชากรน้อยที่สุด
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69
เปิดผลสำรวจ ! 5 วิชาที่นักเรียนไทยอยากให้ยกเลิกมากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง 61%





