หน้าเด็ก หน้าเด็กกว่าอายุ บางคนอายุเยอะแต่ยังหน้าเด็ก วิธีทำให้หน้าเด็กกว่าอายุแบบธรรมชาติ
เขียนโดย sompeansomped
บางคนแม้อายุเพิ่มขึ้นแต่ยังดูหน้าเด็กกว่าอายุจริง มักเกิดจากปัจจัยผสมผสานหลายด้าน โดยเฉพาะพันธุกรรมที่ดี ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างผิว ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวตามธรรมชาติ คนที่มีผิวละเอียด รูขุมขนเล็ก ผิวชุ่มชื้นโดยธรรมชาติ และโครงหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปมากเมื่ออายุมากขึ้น มักดูอ่อนเยาว์กว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันโดยไม่ต้องพยายามมากนัก
วิธีทำให้หน้าเด็กกว่าอายุแบบธรรมชาติ
- ควรนอนอย่างน้อยวันละ 7–8 ชั่วโมง ช่วงเวลา 00–02.00 คือช่วงเวลาทองที่ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ทำให้ความจำดีขึ้น ช่วยสร้างโกร์ทฮอร์โมนหลั่งออกมา เพื่อเสริมสร้างโปรตีนในร่างกายรวมถึงคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
- กินอาหารที่ดีต่อผิว เน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น ผักใบเขียว เบอร์รี่ ถั่ว และปลา หลีกเลี่ยงการกินแป้งและน้ำตาล หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอดของมัน เพราะมีน้ำมันสูงส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบได้ง่ายและพัฒนาต่อเป็นอาการของเจ็บป่วยและเกิดโรคต่าง ๆ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 6–8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นจากภายใน ช่วยให้เลือดไหลเวียนเป็นปกติ ช่วยชำระล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ใช้กันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป แม้อยู่ในร่ม รังสี UV เป็นตัวการทำลายคอลลาเจนและเร่งความแก่
- บำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิว ใช้สกินแคร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น วิตามิน C, E, กรดไฮยาลูโรนิก มาส์กหน้าสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ช่วยฟื้นฟูผิวลึก
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว งดสูบบุหรี่ เพราะพิษของควันบุหรี่จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบไหลเวียนของเลือด ซึ่งทำหน้าที่นำสารต่าง ๆ เข้าสู่ผิว ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดแอลกอฮอล์ เพราะ ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย อีกทั้งทำเกิดไขมันสะสมส่งผลเสียต่อรูปร่าง ทำให้ตับทำงานผิดปกติลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทำให้ต่อมไทรอยด์เสื่อมเร็วกว่าปกติ
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและนอนคว่ำหน้า เพราะทำให้เกิดริ้วรอย
- ลดความเครียดและฝึกสมาธิ ความเครียดทำให้ฮอร์โมน cortisol สูง ซึ่งเร่งความแก่ของผิว ความเครียดสร้างอนุมูลอิสระ ส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของร่างกายและทำเกิดความเสื่อมของร่างกาย การทำโยคะ นั่งสมาธิ หรือฟังเพลงเบา ๆ ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและช่วยทำให้จิตใจสงบขึ้นด้วย
- ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดี ผิวจึงเปล่งปลั่ง สดใส ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3–5 ครั้ง/สัปดาห์ ใช้เวลาประมาณ 30 - 45 นาทีต่อวัน ไม่ควรออกกำลังกายให้หนักจนเกินไป เพราะการที่ออกกำลังกายหักโหมจนเกินไปทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญสูงเกินไป ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น เกิดความเสื่อมในร่างกายทำให้แก่ก่อนวัยอันควร
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
11 VOTES (3.7/5 จาก 3 คน)
VOTED: momon, pakpranang, paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
นิสัยจากวันเกิด
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้ว
F-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?








