หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

น้ำเสียง มีพลังมากกว่าคำพูด สิ่งที่ทำให้คู่รักทะเลาะกันมากที่สุด


เขียนโดย sompeansomped

 

คำพูดมีส่วนในการสื่อสารประมาณ 7-10% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกเกือบ 90% มาจากการสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด โดยน้ำเสียงมีน้ำหนักถึง 38% และภาษากายอีก 55% นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงรู้สึกได้ว่า “มีอะไรแปลก ๆ” แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดว่า “ไม่มีอะไร” ก็ตาม

 



สมองตอบสนองกับน้ำเสียงมากกว่าคำพูด

 

 

เราจำ “น้ำเสียง” ได้ดีกว่า “คำพูด”

 

 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการทะเลาะถึงลุกลามได้เร็ว คนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงแรง อีกคนก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แรงขึ้น เพราะสมองของทั้งสองกำลัง “สะท้อน” อารมณ์ของกันและกัน

 

 

สัญญาณว่าน้ำเสียงกำลังทำร้ายความสัมพันธ์

[  ] พูดสั้นเกินไป จนฟังดูเหมือนรีบปัดไป 


[  ] ถอนหายใจแรง ๆ ก่อนหรือหลังที่คู่พูดอะไร 


[  ] พูดแบบเสียดสี หรือใช้ประโยคที่ฟังแล้วรู้ว่าไม่จริงใจ อย่างเช่น “ก็ดี ทำไปเลย” 


[  ] เน้นเสียงหนักในบางคำ เพื่อแสดงความไม่พอใจ อย่างเช่น “ฉันบอกแล้วนี่นา” 


[  ] กลอกตาหรือทำหน้าดูถูก ตอนพูด

 

เหตุการณ์เหล่านี้อาจจะกำลังเกิดขึ้นตอนที่รู้สึกเหนื่อย เครียด หรือไม่ตั้งใจ แต่ถ้าเกิดบ่อยครั้งเข้า พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ ทำลายความสัมพันธ์โดยที่เราไม่รู้ตัว

 

 

หลักการ I-Messages เอ่ยถ้อยคำจากก้นบึ้งหัวใจที่อยากเข้าใจกันมากกว่าการเอาชนะ

แนวคิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 โดยโธมัส กอร์ดอน (Thomas Gordon) นักจิตวิทยาผู้เสนอให้ผู้ใหญ่ โดยเฉพาะพ่อแม่ ลองเปลี่ยนจากการพูดว่า “ลูกเห็นแก่ตัว” มาเป็น “แม่รู้สึกเหนื่อยเวลาแม่ต้องทำทุกอย่างคนเดียว” การสื่อสารเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการเปลี่ยนวิธีพูด แต่จริง ๆ แล้วเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการตัดสิน ไปสู่การแบ่งปันความรู้สึกของตนเองด้วยความจริงใจ

 

 

วิธีใช้หลักการ I-Messages 

1.เริ่มจากการ ‘บอกความรู้สึกของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา’ อย่างเช่น “ฉันรู้สึกเหนื่อย” หรือ “ฉันรู้สึกกังวล” โดยไม่พ่วงการกล่าวโทษ อย่างเช่น “คุณทำให้ฉันโกรธ” เพราะถ้าอีกฝ่ายได้ยินสิ่งที่ฟังดูเหมือนเป็นการต่อว่า เขาอาจจะฟังต่อได้ยาก

 

2.ให้ ‘เราเชื่อมโยงความรู้สึกกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง’ อย่างเช่น “ฉันรู้สึกเศร้าเวลาที่ฉันต้องอยู่คนเดียวในขณะที่คุณออกไปสนุกกับเพื่อน ๆ” แม้จะพูดถึงการกระทำของอีกฝ่าย แต่หัวใจของประโยคยังอยู่ที่ความรู้สึกของเราเอง

 

3.ปิดท้ายด้วยการ ‘บอกสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นอย่างอ่อนโยน’ อย่างเช่น “ฉันอยากให้คุณชวนฉันไปด้วย ถึงแม้คุณจะไปกับเพื่อนก็ตาม” ซึ่งไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นความต้องการที่เราเอ่ยด้วยการเปิดใจ

 

 

งานวิจัยของจอห์น กอตแมน (John Gottman) และโจน เดอแคลร์ (Joan DeClaire) กล่าวไว้ว่า กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ของความขัดแย้งในชีวิตคู่จะไม่มีวันหายไป ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวจึงไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีปัญหาเลย แต่คือความสัมพันธ์ที่ยังมีพื้นที่ให้รับฟังกันอยู่เสมอ แม้ในวันที่เราเห็นต่างกัน

 

 

ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยทะเลาะ แต่คือความสัมพันธ์ที่เรียนรู้จะทะเลาะกันอย่างมีสติ น้ำเสียงที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่มันคือเครื่องมือที่ทรงพลังในการส่งผ่านความรัก ความเคารพ หรือในทางกลับกัน ความดูถูกและไม่สนใจ

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5,248 ครั้ง
เขียนโดย sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: momon, pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกาะที่ไม่มีรถยนต์5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไรไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
รัฐธรรมนูญ2560ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อนเผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ตั้งกระทู้ใหม่