เรื่องเล่าตำนานการเกณฑ์ทหาร : “ว่าด้วยลักษณะเกณฑ์ทหารอย่างโบราณ”
ช่วงต้นเดือนเมษาของทุกปี เป็นเหตุการณ์ของชายไทยทุกคนที่อายุ 20 ปี การตรวจคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร ที่ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดขึ้น ว่าแต่ การเกณฑ์ทหารคืออะไร
“เกณฑ์ทหาร” เป็นหน้าที่ของชายไทย ตามภาษาราชการเรียกว่า “การตรวจเลือกทหาร” ซึ่งก่อนคุณจะได้รับจดหมายไปที่บ้าน ควรทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดเลือก และการเกณฑ์ทหารเสียก่อน เพื่อที่จะสมัครคัดเลือก หรือรับการผ่อนผัน โดยตามกฎหมาย พ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 กำหนดให้ชายไทยต้องเข้ารับราชการทหารทุกคน โดยชายไทยทุกคนต้องเข้าใจหน้าที่การลงบัญชีทหารกองเกิน การรับหมายเรียก การตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ การเรียกพล การระดมพล และการปลดชายไทย
คำว่า “เกณฑ์ทหาร-ทหารเกณฑ์” คำ 2 คำนี้มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง เพราะมีการ “เกณฑ์ทหาร” จึงมี “ทหารเกณฑ์” แล้วประเทศเราเกณฑ์ทหารกันมาอย่างไร? จนถึงวันนี้การเกณฑ์ทหารมีวิวัฒนาการอย่างไร? คงต้องย้อนกลับไปดูว่าการเกณฑ์ทหารในอดีตทำกันเช่นไร เรื่องนี้ “ตำนานการเกณฑ์ทหาร” พระนิพนธ์ในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพอธิบายไว้ พระนิพนธ์ตอนที่คัดชื่อ “ว่าด้วยลักษณะเกณฑ์ทหารอย่างโบราณ” พิมพ์อยู่ในหนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ร.อ. เปรม รัชนิวัติ ณ ฌาปนกิจสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499 ดังนี้
1) ว่าด้วยบุคคลที่ต้องเป็นทหาร
การเกณฑ์ทหารแต่โบราณกำหนดบุคคลเป็น 4 พวก คือ ไทยพวก 1 นักบวชพวก 1 คนต่างชาติพวก 1 ทาสพวก 1
บรรดาชายไทย ไม่ว่ายศศักดิ์หรือสกุลอย่างใด ต้องเป็นทหารทั้งนั้น เชื้อสายคนชาติอื่นอันเกิดในประเทศนี้นับว่าเป็นไทย แต่คนชาติไทยที่ตกเป็นทาสไม่นับว่าเป็นไทยในวิธีเกณฑ์ทหาร
นักบวชนั้น ไม่ว่าจะบวชในพระพุทธศาสนาหรือไสยศาสตร์ จะยกเว้นไม่เกณฑ์ทหาร ความข้อนี้มีเรื่องกล่าวในหนังสือพระราชพงศาวดารว่า เมื่อครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ให้สึกพระภิกษุสามเณรออกมารับราชการ (ทหาร) แต่มีจดหมายเหตุฝรั่งแต่งไว้ในครั้งนั้นว่า มีคนหลีกเลี่ยงราชการทหารออกบวชเป็นพระภิกษุสามเณรมากนัก
สมเด็จพระนารายณ์โปรดให้หลวงสรศักดิ์เป็นแม่กองพิจารณาเลือกสึกเสียเป็นอันมากดังนี้ น่าจะจริงอย่างฝรั่งว่า เพราะวิชเยนทร์เป็นคริสตัง สมเด็จพระนารายณ์เห็นจะไม่โปรดให้มีอำนาจเหนือพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา
คนต่างประเทศแต่โบราณกำหนดเป็น 3 จำพวก คือ
(1) จำพวกที่ไปมาค้าขายชั่วคราว เป็นแต่เรียกใช้หรือเรียกเงินแทนแรงเป็นคราวไม่เกณฑ์เป็นทหาร
(2) จำพวกที่มาตั้งภูมิลำเนาอยู่ประจำในพระนคร ถ้าใครสมัครก็ยอมรับเป็นทหารอาสา
(3) จำพวกลูกหลานเชื้อสายของชาวต่างประเทศอันเกิดในเมืองไทย (เช่น พวกเชื้อสายโปรตุเกศที่อยู่กุฎีจีน) เกณฑ์เหมือนกับไทย
คนที่เป็นทาสเป็นเชลยนั้น จะเป็นไทยหรือคนชาติอื่นก็ตามถือว่าเป็นคนชั้นเลวคล้ายกับปศุสัตว์ สำหรับแต่จะเป็นบ่าวไพร่จึงเป็นแต่เกณฑ์ใช้แรง ไม่ให้มีศักดิ์เป็นทหาร
2) กำหนดเวลารับราชการ
การเกณฑ์ทหาร นับว่าคนอายุ 18 ปี ถึงกำหนดจะต้องเป็นทหาร ต้องรับราชการอยู่จนอายุ 60 ปีจึงปลดปล่อย แต่ถ้ามีลูกชายเข้ารับราชการ 3 คน ก่อนพ่ออายุ 60 ปีก็ปลดปล่อยดุจกัน กำหนดเช่นกล่าวนี้ อนุโลมถึงบุคคลจำพวกซึ่งมีหน้าที่รับราชการอย่างอื่น เช่นเสียเงินแทนแรงเป็นต้น อันมิต้องเป็นทหารด้วย
การที่เข้าทะเบียนเกณฑ์นั้น เมื่ออายุยังอยู่ในระหว่าง 18 ปีไปหา 20 ปี เรียกว่าไพร่สม ให้มูลนายฝึกหัดไปก่อนยังมีต้องรับราชการ เมื่ออายุพ้น 20 ปีแล้วจึงยกขึ้นเป็นตัวทหาร เรียกว่าไพรหลวง
ไพร่หลวง มีหน้าที่ต้องมาอยู่ประจำราชการ ปีละ 6 เดือน เป็นนิจ กำหนดนี้ภายหลังลดลงมาปีละ 4 เดือน (มาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ลดลงคง แต่ปีละ 3 เดือน)
เมื่อเกิดวิธียอมให้ไพร่เสียเงินจ้างคนรับราชการแทนตัวได้ ในเวลาปรกติไพรหลวงต้องเสียค่าจ้างเดือนละ 6 บาท ทาสเพียงปีละ 6 สลึง (คือ 1 บาท กับ 50 สตางค์) เงินค่าจ้างคนแทนเช่นนี้ ชั้นแรกเห็นจะให้มูลนายจัดจ้างคนแทนจริงๆ แต่ชั้นหลังมารัฐบาลยอมรับเงินนั้นในเวลาบ้านเมืองเป็นปรกติ จึงเลยเรียกว่าค่าราชการ มีเงินอีกประเภท 1 เรียกว่าส่วย เกิดแต่รัฐบาลยอมให้ไพร่พลอันอยู่ห่างไกลแต่อยู่ในที่เกิด ส่ง [ต้นฉบับใช้ สิ่ง] ของซึ่งต้องใช้ในราชการ ยกตัวอย่างเช่นดินประสิวอันต้องการใช้ทำดินปืนเป็นต้น จึงยอมให้ไพร่พลซึ่งตั้งภูมิลำเนาอยู่ตามหมู่เขาหาดินประสิวตามถ้ำมาส่งเป็นส่วยแทนตัวมารับราชการได้
3) การควบคุมรี้พล
ลักษณะการควบคุมทหารไทยแต่โบราณ กำหนดเอาครัวเรือนเป็นชั้นต่ำเบื้องต้นของการควบคุม เป็นประเพณีมาเก่าแต่ดั้งเดิมคู่กับข้อที่เกณฑ์ไทยทุกคนให้ต้องเป็นทหาร เพราฉะนั้นจึงถือเป็นหลักว่าบิดาสังกัดอยู่กรมไหนบุตรหลายต้องอยู่กรมนั้นตามกัน การควบคุมต่อขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่ากอง หรือหลายครัวเรือนรวมกัน หลายกองรวมกันกำหนดว่าเป็นกรม
บรรดากรมนั้นมีชื่อเรียกต่างๆ กันโดยพระราชบัญญัติ เช่นเรียกว่ากรมตำรวจ และกรมฝีพายเป็นต้น เพราะกรมเป็นหลักของการทำทะเบียนหมายหมู่ผู้คน กรมจึงต้องมีเฉพาะที่ลงชื่อไว้ในทำเนียบ ถ้าและมิได้มีพระราชบัญญัติจะรวบรวมคนตั้งกรมขึ้นใหม่ไม่ได้ ความข้อนี้ยังมีอุทาหรณ์เห็นได้ในการตั้งกรมเจ้านาย ที่แท้นั้นคือประกาศพระราชบัญญัติให้ตั้งกรมทหารขึ้นใหม่ เรียกนามว่า “กรมโยธาทิพ” หรือ “กรมเทพามาตย์” เป็นต้น และโปรดให้ขึ้นอยู่ในเจ้านายพระองค์นั้นๆ นามกรมเป็นแต่นามสำหรับเรียกกรมทหารอย่างเดียวกับเช่นเรียกว่ากรมทหารราบที่ 4 ที่ 5 ทุกวันนี้ มิใช่พระนามของเจ้านาย เพราะฉะนั้นแต่โบราณเมื่อขานนามเจ้านายต่างกรม จึงใช้คำว่า “เจ้า” นำหน้านามกรม เช่นว่า “เจ้ากรมหมื่นสุรินทรรักษ์” ดังนี้เป็นต้น หมายความว่าเป็นเจ้าของทหารกรมสุรินทรรักษ์นั้น
4) ลักษณะจัดประเภททหาร
ทหารไทยแต่โบราณมีแต่ทหารบก ทหารเรือหามีไม่ เรือรบที่สร้างขึ้นอย่างเรือพาย ก็ใช้ทหารบกเป็นทั้งพลพายและพลรบด้วยในตัว ถ้ายกกองทัพไปทางทะเลใหญ่ก็เอาทหารบกบรรทุกเรือไปรบพุ่ง พวกเดินเรือเป็นพลเรือนไม่นับในทหาร ประเพณีในยุโรป แม้ประเทศอังกฤษ แต่เดิมที่เดียวก็มีแต่ทหารบกทำนองเดียวกัน ทหารเรือเป็นของเกิดขึ้นต่อชั้นหลัง
ทหารบกตามตำราพราหมณ์ กำหนดเป็น 4 เหล่า คือพลช้างเหล่า 1 พลม้าเหล่า 1 พลรถเหล่า 1 พลราบเหล่า 1 เรียกรวมกัน ว่าจตุรงค์เสนา ทหารไทยแต่โบราณก็จัดประเภทต่างกันเป็น 4 เหล่า คือ ทหารช้างเหล่า 1 ทหารม้าเหล่า 1 ทหารราบเหล่า 1 ทหารช่างเหล่า 1 ไม่มีทหารรถ เห็นจะเป็นเพราะมิใคร่มีที่ใช้ในการรบ และทหารปืนใหญ่นั้นรวมอยู่ในทหารราบ หาได้แยกออกเป็นเหล่าหนึ่งต่างหากไม่
กรมทหารทั้งปวงแบ่งสังกัดเป็นฝ่ายทหารพวก 1 เป็นฝ่ายพลเรือนพวก 1 กรมพวกฝ่ายทหารขึ้นอยู่ในกลาโหม รับราชการทหารซึ่งมีประจำอยู่เป็นนิจ กรมพวกฝ่ายพลเรือนขึ้นอยู่ในมหาดไทย รับราชการต่างๆ อันเป็นการพลเรือน ซึ่งมีประจำอยู่เป็นนิจ ถ้าเวลามีการศึกสงครามก็สมทบกันทั้งกรมฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน
อนึ่งกรมทหารทั้งปวงนั้น จัดเป็นทหารสำหรับรักษาพระองค์ พวก 1 คือ กรมช้างต้น กรมม้าต้น กรมตำรวจ และกรมช่างทหารใน เป็นต้น อีกพวก 1 เป็นทหารสำหรับราชการสามัญ เช่น กรมคชบาล กรมอัศวราช กรมอาสหกเหล่า และกรมช่างสิบหมู่ เป็นต้น
พนักงานบัญชาการทหารทั้งปวง (ทำนองหน้าที่เสนาธิการในบัดนี้) นั้น สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินเป็นประธาน รองลงมาก็อัครมหาเสนาบดีที่สมุหนายก กับอัครมหาเสนาบดีที่สมุหกลาโหม ในกรมมหาดไทยและกลาโหม มีเจ้าพนักงานสำหรับการต่างๆ ในกระบวนทัพเป็นหลายแผนก คือ แผนกพล มีทั้ง 2 กรม แผนกช่าง แผนกม้า แผนกทาง 3 แผนกนี้อยู่ในมหาดไทย แผนกเรือ แผนกตำหนัก (ที่สำนัก) แผนกเครื่องสรรพยุทธ 3 แผนกนี้อยู่ในกลาโหม กรมพระสุรัสวดีเป็นพนักงานทำทะเบียนบาญชีพลทั้งในกรุงและหัวเมือง
ส่วนหัวเมืองนั้นเจ้าเมืองมักเป็นนายทหารทั้งนั้น แต่ทหารเมืองชั้นในรวมการปกครองอยู่ในกองทัพราชธานี ส่วนหัวเมืองเอก โท ตรี จัดกระบวนพลเป็นกองทัพเฉพาะเมืองนั้น เจ้าเมืองเป็นนายพลผู้บัญชาการกองทัพเมืองนั้นๆ ด้วย ระเบียบกระบวนทัพในราชธานีกำหนดเป็น 3 ทัพ คือพระมหาอุปราชเป็นทัพหน้า สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินเป็นทัพหลวง กรมพระราชวังหลังเป็นทัพหลัง
กองทัพหัวเมือง เอก โท ตรี เป็นกองอิสระ แล้วแต่ในราชธานีจะสั่งให้ยกไปแต่โดยลำพัง หรือให้มาสมทบกองทัพราชธานี ลักษณะการทหารแต่โบราณปรากฏเค้าเงื่อนว่าจัดโดยแบบแผนดังได้แสดงมา เรียบเรียงเรื่องตำนานการเกณฑ์ทหารไทยแต่โบราณยุติความเพียงเท่านี้
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
อันตรายจากฝุ่นพิษ PM2.5 ส่งผลให้ ‘สมองล้า’ ‘ไมเกรนกำเริบ’ และ ส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
ส่องกระแสคลิปไวรัล 27 ล้านวิว! "คนไม่ใช่หุ่นยนต์" ร้องไปเคาะไปสไตล์ซื่อๆ โดนใจชาวเน็ต
ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม
สาวโพสต์อาลัยพ่อก่อนขึ้นรถไฟขบวนมรณะ สุดท้ายกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ
อันตรายจากฝุ่นพิษ PM2.5 ส่งผลให้ ‘สมองล้า’ ‘ไมเกรนกำเริบ’ และ ส่งผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
ชาว โนนสูงคึกคักต้อนรับ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
ส่องกระแสคลิปไวรัล 27 ล้านวิว! "คนไม่ใช่หุ่นยนต์" ร้องไปเคาะไปสไตล์ซื่อๆ โดนใจชาวเน็ต
ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม



