ไคเซ็น (Kaizen) ปรัชญาแบบญี่ปุ่น ศิลปะแห่งการทำงานให้ดีขึ้นทุกวัน และ วิธีพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ตามหลักปรัชญา Kaizen
เขียนโดย sompeansomped
Masaaki Imai ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารคุณภาพและผู้ก่อตั้ง Kaizen Institute เป็นผู้ผลักดันแนวคิดไคเซ็นสู่ระดับโลกผ่านผลงานอันโด่งดัง อธิบายว่า ไคเซ็นเป็นการรวมคำในภาษาญี่ปุ่นสองคำ คือ
- Kai ‘ไค’ หมายถึง การเปลี่ยนแปลง
- zen ‘เซ็น’ หมายถึง ดีขึ้น
Kaizen ไคเซ็น จึงหมายถึง ‘การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น’
ไคเซ็น เป็นปรัชญาที่มุ่งเน้นการพัฒนาทีละเล็กทีละน้อยแต่ทำอย่างต่อเนื่อง Masaaki Imai ชี้ให้เห็นว่า แนวคิดนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
8 วิธีพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ตามหลักปรัชญา Kaizen
1.อย่ายึดติดกับสูตรสำเร็จ ไม่ควรยึดติดอยู่กับวิธีเดิม ๆ หากลองหาวิธีใหม่ ๆ สิ่งที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสวยงามก็อาจสวยงามมากยิ่งขึ้นอีก เช่นเดียวกับวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ควรสนับสนุนให้พนักงานทำในแบบที่ทำ ๆ กันมา แต่ควรให้อิสระพนักงานพัฒนาวิธีทำงานใหม่ ๆ อยู่เสมอ และไม่ควรยึดติดกับความคิดที่ว่า “ทำตามที่หัวหน้าบอกนั่นแหละ ปลอดภัยที่สุด!”
2.มองปัญหาให้เป็นโอกาส คือ โอกาสในการลับสมองฝึกความคิดเพื่อแก้ปัญหา โอกาสในการพัฒนาสมรรถภาพการทำงาน โอกาสในการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และโอกาสในการแสดงความสามารถให้องค์กรได้เห็นว่าแม้จะเป็นปัญหาที่ยากเย็นเพียงใด ก็สามารถเอาชนะมันได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเติบโตทางตำแหน่งหน้าที่ในที่สุด
3.เผชิญหน้าความยากลำบากเพื่อเสริมสร้างปัญญา วิธีที่จะพัฒนาปัญญาให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ คือ การเผชิญหน้ากับปัญหาและความยากลำบากอย่างไม่ท้อถอย หากเจอเรื่องยาก ๆ ในชีวิต ให้คิดเสียว่านี่คือโอกาสในการลับปัญญาของตัวเอง
4.หยุดคิดหาข้อแก้ตัว แต่คิดหาทางทำให้ ‘เป็นไปได้’ คนที่ยึดถือปรัชญาไคเซ็น จะไม่หาข้อแก้ตัว แต่จะพยายามคิดหาทางทำให้สิ่งที่ดูไม่น่าเป็นไปได้ ‘เป็นไปได้’ ขึ้นมา
5.อย่าใช้เงินแก้ปัญหา / อย่าหลงทางกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรหรือรายบุคคล ไคเซ็นแนะนำให้ลงทุนกับการหาความรู้และฝึกความคิดลับสมองอยู่เสมอ มากกว่าจะไปลงเงินกับเทคโนโลยี เพราะถึงแม้เครื่องไม้เครื่องมือจะครบครันแค่ไหน แต่ถ้าสมองไม่แล่น ก็จบกัน
6.ลงมือทำ ลงมือทำ และลงมือทำ เมื่อลงมือทำ จะได้เรียนรู้ ทดลอง และสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น จากนั้น ก็นำเอาฟีดแบ็กที่ได้รับมาปรับปรุงวิธีการทำงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก อย่ามัวเสียเวลากับการนั่งวางแผนนานเกินไป ลงมือทำแล้วค่อยปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปตามการเรียนรู้จะได้ผลดีกว่า
7.ทำผิด ต้องรีบแก้ไข เมื่อพบเจอความผิดพลาดหรือล้มเหลว อย่าเสียเวลาโอดครวญ สิ้นหวัง ท้อแท้ หรือแม้แต่โพสต์เฟซบุ๊กขอความเห็นใจ ควรรีบแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นทันที และนำบทเรียนจากข้อผิดพลาดมาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสู่ความสำเร็จ การเดินไปถึงเส้นชัยแห่งความสำเร็จ ต้องรู้จักล้มแล้วลุกขึ้นเสียก่อน
8.‘สนุก’ กับการพัฒนาตัวเอง ต้องมองการพัฒนาตนเองให้เป็นเรื่องสนุก ท้าทาย และเป็นเป้าหมายที่กระตือรือร้นที่จะทำ ไม่ใช่ภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องทำ เพราะเมื่อไรก็ตามที่หมดสนุกกับการพัฒนาตนเอง เมื่อนั้นทุกอย่างก็จะยากเย็นและกลายเป็นเรื่องทุกข์ทรมานทันที
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
นิสัยจากวันเกิด
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้ว
รีวิวหนังดัง Tomorrow Never Dies 007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย
4 ไอเทมลับ ปรับฮวงจุ้ยบ้าน ดึงดูดโชคลาภและความมั่งคั่ง
5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ใต้ทะเลลึก









