ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ 4 Day Work Week ให้ผลลัพธ์ดีกว่า ชีวิตดี มีรายได้เพิ่ม
เขียนโดย sompeansomped
รัฐบาลประเทศไอซ์แลนด์ประกาศทดลอง เริ่มลดวันทำงานให้กลายเป็น “ทำ 4 หยุด 3” ตั้งแต่ปี 2015 – 2019 ในตอนนั้นหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ “เป็นไปไม่ได้”
ผลปรากฏว่าในช่วงกลางปี 2021 รัฐบาลออกมาประกาศว่า ที่ผ่านมาเป็นการทดลองที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นเพราะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพกายและใจดี ลดโอกาสการเกิดภาวะ Burnout ได้ดีและทำให้ผลผลิตในการทำงานโดยรวมมีคุณภาพมากขึ้น
ภายหลังการประกาศผลการทดลองของไอซ์แลนด์ องค์กรใหญ่ ๆ เริ่มนำแนวคิด “ทำ 4 หยุด 3” มาพิจารณา อย่างเช่น Unilever ในประเทศนิวซีแลนด์ประกาศจะลองเปลี่ยนการทำงานเป็นแบบนี้ บริษัทใหญ่ ๆ ในสหรัฐอเมริกานำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในองค์กร อย่าง Service Direct, Wonderlic, Healthwise และ Bolt ที่เพิ่งประกาศใช้ระบบนี้แบบถาวรเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
จากการทดลองทำงานแบบ “ทำ 4 หยุด 3” พบว่า
- กว่า 94% ของพนักงานอยากให้ระบบนี้ดำเนินต่อไป
- 86% ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ทางบริษัทเชื่อมั่นในวัฒนธรรมองค์กร ที่ให้พนักงานทุกคนคิดเหมือนผู้ก่อตั้ง คือ จะทำอย่างไรกับวันหยุด 3 วันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตัวเอง การใช้เวลากับครอบครัว ฯลฯ
- การลดจำนวนวันทำงานช่วยเหลือโลกได้ เพราะ การวิเคราะห์จาก University of Massachusetts Amherst พบว่า การลดวันทำงาน ช่วยลดรอบเท้าคาร์บอนได้เกือบ 30% เพราะวันทำงานที่น้อยลง หมายถึง การเดินทางไปทำงานที่น้อยลง และการใช้พลังงานที่ลดลงด้วย
ผลดีของการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์
1.ประสิทธิภาพงานดีขึ้น ผลทดลองการลดชั่วโมงการทำงานของหลายบริษัทหลากธุรกิจทั่วโลกชี้ไปในทาง เดียวกันว่า การลดชั่วโมงการทำงานส่งผลให้งานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
2.คุณภาพชีวิตแรงงานดีขึ้น พนักงานมีเวลาดูแลจัดการตัวเอง มีเวลาว่างได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ส่งผลให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายดีตามไปด้วย สิ่งเหล่านี้ ช่วยลดภาวะเครียด หมดไฟ และภาวะซึมเศร้า ผลการทดลองยังกล่าวอีกว่า พนักงานที่ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ มีอัตราลาป่วยน้อยลง แสดงให้เห็นว่าเมื่อพนักงานมีสุขภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุข ผลลัพธ์เหล่านี้จะส่งผลดีต่อองค์กร เมื่อพนักงานมีความพึงพอใจในการทำงาน ก่อให้เกิดความรักต่อองค์กร และจะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3.ก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเวลาการทำงานลดลง อัตราการเดินทางที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะลดลงตามลำดับ และเมื่อแรงงานมีเวลามากขึ้น วิถีชีวิตมนุษย์ออฟฟิศจะเปลี่ยนไป อย่างเช่น อัตราการสั่งอาหารเดลิเวอร์รีลดลง เพราะมีเวลาทำอาหารกินเอง
4.ทำให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศ การลดเวลาทำงาน ส่งผลให้ผู้ชายมีเวลาว่างมากขึ้น อาจสามารถช่วยงานบ้านและช่วยเลี้ยงดูลูกได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนมาดูแลลูกอีกด้วย
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
บุคคลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
พลังแห่งอีโมจิ เมื่อสัญลักษณ์บนหน้าจอกลายเป็นเครื่องรางยุคใหม่
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก








