Lipstick Effect ถึงเศรษฐกิจจะแย่ แต่ของมันต้องมี ต่อให้จะขัดสน เพราะความสุขซื้อได้แม้เจอวิกฤต
Lipstick Effect คือ พฤติกรรมที่ผู้บริโภคยังคงใช้เงินไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยชิ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ราคาจับต้องได้ แม้อยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ หรือไม่มีเงิน อย่างเช่น ลิปสติกแบรนด์เนม
ในปี 2008 บทความใน New York Times กล่าวถึง Leonard Lauder ผู้บริหารบริษัท Estée Lauder เขาเล่าว่า หลังการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในเหตุการณ์ 9/11 ในปี 2001 เศรษฐกิจซบเซาลง แต่บริษัทขายลิปสติกได้ดีขึ้น เขาจึงสรุปว่า การซื้อลิปสติกนั้นเป็นทางออก ของฟุ่มเฟือยเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยกระตุ้นอารมณ์ผู้ซื้อให้สดชื่นได้จากการจับจ่าย แม้ว่าของจะชิ้นเล็กลงก็ตามที
บทความจาก South China Morning Post นำเสนอว่า สินค้าฟุ่มเฟือยเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไวน์นำเข้า เสื้อผ้ากีฬา ชุดชั้นใน ของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวันนั้น ยอดขายไม่ตก ยอดขายอึดทนทานในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง แม้ต้องประหยัด แต่ของมันต้องมี
ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับทฤษฎีนี้ คำกล่าวอ้างมาสนับสนุนแนวคิดนี้ มักมาในรูปแบบของคำบอกเล่า หรือเรื่องเล่าของบางแบรนด์เท่านั้น ไม่อาจเห็นภาพโดยรวมของตลาดว่าลิปสติกทั้งหมดขายดีขึ้นจริงหรือเปล่า หรือเป็นการช่วยเสริมความมั่นใจให้ธุรกิจความงาม แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำที่ยังทำกำไรในวันที่เศรษฐกิจซบเซา
เศรษฐกิจแย่ แต่ทำไมต้องซื้อของแบรนด์หรู?
การซื้อสินค้าแบรนด์เนมถือเป็นเครื่องบ่งชี้สถานะทางสังคม เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในชีวิต และช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองมากขึ้น ตามข้อมูลของ Statista ตลาดสินค้าลักชูในปี 2024 คาดว่าจะเติบโต 3.22% และสร้างรายได้เกือบ 370 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 13 ล้านล้านบาท
ในสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซา เงินในกระเป๋ามีลดน้อยลง ทำให้ต้องเปลี่ยนจากของลักชูราคาแพง ๆ อย่าง กระเป๋าแบรนด์เนมใบใหญ่ กลายเป็นลิปสติกแบรนด์เนมแท่งจิ๋วแทน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ Mintel หน่วยงานข้อมูลการตลาดระดับโลก ในปี 2023 พบว่า ถึงแม้ค่าครองชีพจะสูงขึ้น เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่ซื้อลิปสติกไม่ได้ลดลงตามที่ควรจะเป็น แต่กลับเพิ่มขึ้นถึง 12.3%
Juliet Schor ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์และสังคมวิทยา กล่าวว่า ผู้คนกำลังมองหาความหรูหราที่เอื้อมถึง การได้ซื้อของแพง ๆ ในห้างสรรพสินค้า จินตนาการถึงตัวเองในเวอร์ชันที่มีเสน่ห์ มีความมั่นใจยิ่งขึ้น และเป็นการซื้อ ‘ความหวังที่ดูฉาบฉวย’ แต่ก็ถือเป็นการหลีกหนีจากชีวิตประจำวันที่น่าเบื่อหน่ายจากวิกฤติเศรษฐกิจ
Lipstick Effect ถือเป็นทฤษฎีที่อธิบายการปรับตัวของมนุษย์ในการรักษาความสุขในชีวิตแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ การดื่มด่ำกับสิ่งของฟุ่มเฟือยที่สามารถเอื้อมถึง อาจเป็นสิ่งช่วยสร้างความสุข ความพึงพอใจทางอารมณ์ได้ชั่วคราว แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องสร้างสมดุลกับพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบ และควรหาทางรับมือกับความเครียดที่อาจส่งผลต่อสุขภาพภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจ อย่างเช่น งานอดิเรก การออกกำลังกาย และการเข้าสังคม เป็นต้น
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดา
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : อาร์ทิโชก "ราชาแห่งผักบำรุงตับ" พืชผักบำรุงสุขภาพชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง ในไทยเราก็มีเพาะจำหน่ายแล้วน๊า...
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
อาชีพที่น่าสนใจในปี 2026 ใครปรับตัวไว มีโอกาสก่อน
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
นกแก้วที่ไม่สามารถบินได้ ที่มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นบนโลก
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
เปิดทำเนียบประเทศที่มีคำว่า "United" ความเป็นปึกแผ่นผ่านชื่อเรียกขาน
ด่วน..ฮุนเซน "หักหลัง" เฉินจื้อ ถูกจับส่งให้รัฐบาลจีน










