ไรน์ฮาร์ด ไฮดริช ผู้บงการเบื้องหลังแผนสังหารล้างเผ่าพันธุ์ยิว
ไรน์ฮาร์ด ไฮดริช คือหนึ่งในสถาปนิกผู้โหดเหี้ยมที่สุดของระบอบนาซี เขาคือหัวหน้าหน่วยเกสตาโปและหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งไรช์ (RSHA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมตำรวจลับและหน่วยข่าวกรองของนาซี ไฮดริชเป็นคนโปรดของฮิตเลอร์ และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกวาดล้าง สังหาร และฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว คอมมิวนิสต์ และผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศัตรูของนาซี
ไฮดริชเกิดในปี 1904 มีภูมิหลังทางดนตรี แต่ปมด้อยเรื่องเชื้อสายยิวของมารดาทำให้เขายิ่งคลั่งไคล้และแสดงความเกลียดชังชาวยิวอย่างรุนแรง เขาเข้าร่วมกองทัพเยอรมันในปี 1922 และถูกปลดออกในปี 1931 ด้วยเรื่องอื้อฉาว จากนั้นจึงเข้าร่วมพรรคนาซีและไต่เต้าในหน่วย SS อย่างรวดเร็ว ไฮดริชมีรูปร่างหน้าตาที่ตรงตามอุดมคติของชาวอารยัน แต่ภายในกลับเป็นคนวิตกจริตและไร้ความน่าเชื่อถือ
ในฐานะหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง SD และหัวหน้าเกสตาโปแห่งปรัสเซีย ไฮดริชพิสูจน์ฝีมือในการจัดการและวางแผนการก่อวินาศกรรมต่างๆ รวมถึง "คืนแห่งมีดยาว" ที่ฮิตเลอร์ใช้กวาดล้างคู่แข่งทางการเมือง และการจัดฉาก "ปฏิบัติการธงปลอม" เพื่อเป็นข้ออ้างในการบุกโปแลนด์ เขากลายเป็นผู้ควบคุมอำนาจตำรวจความมั่นคงทั้งหมดภายใต้กระทรวงมหาดไทยเยอรมัน โดยไม่สนใจกฎหมายหรือหลักฐานใดๆ
บทบาทที่สำคัญที่สุดของไฮดริชคือการเป็นผู้บงการ "ทางออกสุดท้าย" (Final Solution) ซึ่งเป็นแผนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวอย่างเป็นระบบ เขาเป็นผู้เสนอแนวคิดให้ชาวยิวติดดาวสีเหลือง และเป็นผู้ประกาศนโยบายการสังหารชาวยิวจำนวนมากในการประชุมที่วันเซในปี 1942 ซึ่งนำไปสู่การแปลงค่ายกักกันให้เป็น ค่ายมรณะ โดยมีค่ายเอาชวิทซ์เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด "ปฏิบัติการไรน์ฮาร์ด" ได้สังหารชาวยิวไปกว่า 6 ล้านคน รวมถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ที่นาซีมองว่าเป็นภัย เช่น ชาวโรมานี ผู้พิการ หรือนักโทษสงคราม
ไฮดริชยังถูกส่งไปปกครองเชโกสโลวาเกียที่ถูกยึดครองในฐานะ "ผู้พิทักษ์โบฮีเมียและโมราเวีย" การปกครองของเขาโหดเหี้ยมถึงขั้นที่ได้รับฉายาว่า "เพชรฆาตแห่งปราก" เขาใช้มาตรการรุนแรงเพื่อปราบปรามขบวนการต่อต้านและทำให้เศรษฐกิจของเช็กเป็นประโยชน์ต่อเยอรมนี ความโหดเหี้ยมของเขาเป็นเหตุผลให้รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจร่วมมือกับนักสู้ต่อต้านชาวเช็กเพื่อลอบสังหารเขา
ในวันที่ 27 พฤษภาคม 1942 นักสู้ต่อต้านชาวเช็ก 2 คนคือ ยัน คูบิช และโยเซฟ กาบชิค ได้ดักโจมตีรถของไฮดริชในกรุงปราก แม้ปืนจะขัดลำกล้อง แต่ระเบิดที่ขว้างใส่รถได้ทำให้ไฮดริชบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในวันที่ 4 มิถุนายน 1942 การเสียชีวิตของเขาตามมาด้วยการแก้แค้นอันไร้ความปรานีจากนาซี โดยเฉพาะการทำลายหมู่บ้านลิดิเซ่จนราบเป็นหน้ากลอง และการสังหารหมู่ชาวบ้านจำนวนมาก หากไฮดริชไม่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาจะต้องถูกตัดสินประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เนือร์นแบร์กอย่างแน่นอน
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?
วงแหวนรอบดวงจันทร์เกิดจากอะไร และบอกได้ไหมว่าฝนกำลังจะมา?
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?
ตำนานเจ้าแม่เขาสามมุขเล่าเรื่องอะไร และเชื่อมกับชื่อเขาได้อย่างไร?
เปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรป
เลขเด็ดเต็งหนึ่ง งวด 1 พฤศจิกายน 69
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ประวัติศาสตร์อบเชย เรื่องราวของเครื่องเทศล้ำค่าที่เคยถูกเผาทิ้งเพื่อรักษาตลาด









