ทำไมน้ำผึ้งเดือนห้า จึงหวานกว่าฤดูกาลอื่น
เขียนโดย sompeansomped
น้ำผึ้ง (Honey) เป็นผลิตผลน้ำหวานจากดอกไม้ และ แหล่งน้ำหวานอื่น ๆ จากธรรมชาติที่ผึ้งงานนำมาเก็บสะสมไว้ในรัง จากนั้นผึ้งจะกินน้ำหวานที่ได้มาเข้าไป น้ำหวานที่ผ่านการย่อย ผ่านเอนไซม์ในท้องผึ้งจะกลายมาเป็นน้ำผึ้งอยู่ในรัง
น้ำผึ้งที่ได้มาจากแต่ละแห่งจะมีรสชาติ ความหอมหวาน สีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ หรือ ชนิดของเกสรดอกไม้ที่ผึ้งกินเข้าไป รวมถึงแหล่งของพืช และ พื้นดินบริเวณที่ผึ้งอาศัยอยู่ น้ำผึ้งที่ได้จากรังผึ้งในป่าใหญ่จะประกอบด้วยน้ำหวานจากดอกไม้นานาพันธุ์ ส่วนน้ำผึ้งจากผึ้งเลี้ยงอาจมีน้ำหวานจากดอกไม้ชนิดเดียว หรือ เพียงไม่กี่พันธุ์
น้ำผึ้งเดือนห้า คือ น้ำผึ้งที่มีการกล่าวถึงมากที่สุด อยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึง เดือนเมษายน เป็นการนับเดือนของไทยตามปฏิทินจันทรคติ ตรงกับฤดูร้อน เพราะ มีสรรพคุณดี เนื่องจากในฤดูกาลนั้น อากาศแห้งแล้งที่สุดทำให้ความชื้นต่ำ ความชื้นในชั้นบรรยากาศที่มีน้อย จะทำให้น้ำผึ้งในเดือนห้า ไม่มีน้ำมาเจือปน น้ำผึ้งเดือนห้าจึงข้น หอม มีความหวานกว่าน้ำผึ้งทุกเดือน น้ำผึ้งจะมีความเข้มข้นสูง เก็บไว้ใช้ได้นาน จัดเป็นน้ำผึ้งคุณภาพชั้นหนึ่ง
สรรพคุณของน้ำผึ้ง
1.ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หนึ่งในนั้น คือ สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการอักเสบทั้งแบบปกติ และ แบบเรื้อรัง การดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นจะช่วยกำจัด สารโพรสตาแกลนดินส์ (Prostaglandins) ที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อการบาดเจ็บหรือติดเชื้อ
2.ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะมีกรดที่สำคัญอย่างกรดเดซิโนอิค (Decenoic acid) คุณสมบัติช่วยคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดี ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ โดยกินก่อนนอนหนึ่งช้อนชา หรือผสมน้ำอุ่นดื่ม
3.ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้งช่วยเพิ่มความกระจ่างใสบริเวณใบหน้า สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดสิวได้
4.ช่วยในการขับถ่าย เอนไซม์ในน้ำผึ้งมีประโยชน์ในการช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูกในเด็กและคนชราได้
5.ช่วยบรรเทาอาการไอแห้ง แบบไม่มีเสมหะ และ อาการไอแบบเรื้อรัง
6.กำจัดแบคทีเรีย เนื่องจากมีสารที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียชนิดไม่ดีที่สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายได้ อีกทั้งมีกรดตามธรรมชาติที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคที่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยขึ้น
7.กระตุ้นภูมิคุ้มกัน น้ำผึ้งมีกลูโคสตามธรรมชาติที่มีส่วนช่วยให้เซลล์ในภูมิคุ้มกันร่างกายกำจัด หรือ ทำลายสิ่งแปลกปลอม ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ดียิ่งขึ้น
8.น้ำผึ้งช่วยบำรุงกระเพาะอาหารให้ทำงานได้อย่างปกติ และ ช่วยให้ปอดแข็งแรง ชุ่มชื้น
ข้อควรระวังในการใช้น้ำผึ้ง
1.ห้ามกินน้ำผึ้งต่อวันมากเกินกว่า 50 กรัม ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากกินมากเกินพอดีจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น
2.คนที่มักมีอาการอาหารไม่ย่อย และอาเจียนบ่อย ๆ
3.เด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบไม่ควรกิน เพราะในน้ำผึ้งอาจมีสปอร์ของเชื้อคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) ซึ่งจะเจริญเติบโตได้ดีในระบบทางเดินอาหารของเด็กเล็ก ทำให้เกิดสารพิษที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่เกิดขึ้นไม่บ่อย
4.บางครั้งน้ำผึ้งอาจได้มาจากน้ำหวานของเกสรดอกไม้ที่เป็นพิษ เช่น น้ำหวานจากดอกต้นตาตุ่มทะเล ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะทำให้ท้องเดิน ควรสอบถามถึงแหล่งที่มาให้ละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยที่อาจเกิดขึ้นได้
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”









