การให้ต่างชาติครองอสังหาฯ ผิดกฎหมาย คนไทยมีผิดหนักด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวว่ากรมที่ดินเปิดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ซึ่งมีอยู่แล้วในประมวลกฎหมายที่ดิน และประมวลกฎหมายอาญา แต่อยู่ที่ว่าทางราชการจะนำมาใช้หรือไม่ ข้าราชการจะ “ขายชาติ” หรือไม่
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวว่าในขณะนี้มีคนต่างด้าวจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลไทยขึ้นเพื่อถือครองที่ดินแทนเป็นจำนวนมากมาย ทั้งนี้อำนาจบริหารงานของนิติบุคคลอยู่ใต้การควบคุมของคนต่างด้าว ซึ่งเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงกฎหมายในเรื่องการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวในไทย
ในกรณีนี้ถ้าคนไทยใดให้ความร่วมมือจะมีความผิด แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการนำเสนอชัดเจน แต่ในกฎหมายไทยระบุชัดว่า “หากมีการตรวจสอบพบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว บุคคลหรือนิติบุคคลนั้น ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ฐานได้มาซึ่งที่ดินเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ตามมาตรา 112 ซึ่งมีโทษปรับ และคนไทยผู้ใดซึ่งถือหุ้นหรือได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นตัวแทนของคนต่างด้าว ย่อมมีความผิดตามมาตรา 113 ซึ่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก รวมทั้งอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 137 และฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ตามมาตรา 267 ซึ่งมีทั้งโทษปรับและโทษจำคุก” (https://lnkd.in/gZR3yNkC)
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน (https://lnkd.in/g7ke4pXy) ระบุชัดว่า
มาตรา ๑๑๐
มาตรา ๑๑๐ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามพันบาท หรือจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจํา
โดยใน
มาตรา ๘๙ เมื่อคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อกิจการใด ผู้รับอนุญาต้องใช้ที่ดินเพื่อกิจการนั้น จะใช้เพื่อกิจการอื่นไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อกิจการอื่นใหม่ตามจํานวนที่ไม่เกินกําหนดในมาตรา ๘๗ ถ้าจะไม่ใช้ที่ดินตามที่ได้รับอนุญาตนั้นต้องแจ้งให้ทราบตามแบบและวิธีการกำหนดในกฎกระทรวง* ภายในกําหนดสามสิบวันนับแต่วันไม่ใช้ที่ดินนั้น
คนต่างด้าวผู้ใดประสงค์จะใช้ที่ดินเพื่อกิจการอื่นใหม่ให้ขออนุญาตใหม่ต่อรัฐมนตรีตามแบบและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง**ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร ก็ให้มีอํานาจอนุญาต
มาตรา ๑๑๑
มาตรา ๑๑๑ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจําคุกไม่เกินสองปีหรือทั้งปรับทั้งจํา
โดยใน
มาตรา ๘๖ คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินก็โดยอาศัยบทสนธิสัญญาซึ่งบัญญัติให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ และอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ด้วย
ภายใต้บังคับมาตรา ๘๔ คนต่างด้าวดังกล่าวจะได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ประกอบกิจการในทางพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การสุสาน การกุศลสาธารณะ หรือการศาสนา ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและวิธีการซึ่งกําหนดโดยกฎกระทรวง* และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
มาตรา ๑๑๒
มาตรา ๑๑๒ นิติบุคคลใด
(๑) ได้มาซึ่งที่ดินเป็นการฝ่าฝืนบทแห่งประมวลกฎหมายนี้
(๒) ใช้ที่ดินนั้นเพื่อกิจการอื่นนอกจากที่ได้รับอนุญาต
(๓) ใช้ที่ดินผิดเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามความในมาตรา ๙๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๗ วรรคสอง
(๔) ไม่แจงการไม่ใช้ที่ดินตามความในมาตรา ๙๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๙
มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา ๑๑๓
มาตรา ๑๑๓ ผู้ใดได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นตัวแทนของคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลตามความในมาตรา ๙๗ หรือมาตรา ๙๘ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจําคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจํา
โดยใน
มาตรา ๙๗ นิติบุคคลดังต่อไปนี้ให้มีสิทธิในที่ดินได้เสมือนกับคนต่างด้าว
(๑) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดที่มีหุ้นอันเป็นทุนจดทะเบียน ถือโดยคนต่างด้าวเกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของทุนจดทะเบียน หรือผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจํานวนผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
เพื่อประโยชน์แห่งหมวดนี้บริษัทจํากัดใด้ออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือให้ถือว่า ใบหุ้นนั้นคนต่างด้าวเป็นผู้ถือ
(๒) ห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนแล้ว ที่มีคนต่างด้าวลงหุ้นมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของทุนทั้งหมด หรือผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นคนต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจํานวนของผู้เป็นหุ้นส่วน แล้วแต่กรณี
(๓) สมาคมรวมทั้งสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นคนต่างด้าวเกินกว่ากึ่งจํานวน หรือดําเนินกิจการเพื่อประโยชน์คนต่างด้าวโดยเฉพาะ หรือเป็นส่วนใหญ่
(๔) มูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อประโยชน์คนต่างด้าวโดยเฉพาะ หรือเป็นส่วนใหญ่
และใน
มาตรา ๙๘ ในกรณีที่นิติบุคคลที่ระบุไว้ในมาตรา ๙๗ เข้าถือหุ้นหรือลงหุ้น แล้วแต่กรณีในนิติบุคคลอื่นตามนัยที่กล่าวในมาตรา ๙๗ ให้ถือว่านิติบุคคลอื่นนั้นเป็นคนต่างด้าว
ตามประมวลกฎหมายอาญา (https://lnkd.in/gJATFFZF)
มาตรา ๑๓๗ ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทําให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๒๖๗ ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทําการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สําหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
โดยสรุปแล้ว กฎหมายไทยมีกำหนดบทลงโทษต่างๆ อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการใดๆ หรือไม่ หาไม่ประเทศไทยคงถูกต่างชาติครอบครองไปในที่สุด
จังหวัดที่มี พื้นที่ปลูกสับปะรด มากที่สุดในไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีเพียงอำเภอเดียวอยู่ติดชายฝั่งทะเล
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 เม.ย.69..รับรองแม่นยำสุดๆ!
รายได้ช่างไฟฟ้าแรงสูง เงินเดือนจริงสูงแค่ไหน
สูตรคำนวณงวด 1/4/69
อาม่าให้ลาภ ....เลขเด่นงวด 1/4/69
เปิด 1 บริษัทน้ำดื่ม ที่ใหญ่ที่สุด มีกำไรและปริมาณการผลิด มากที่สุดในไทย
บาหลีประกาศปิดเกาะ 24 ชม. ระงับสัญญามือถือ งดเที่ยวบินทั่วสนามบิน ชาวเกาะและนทท.ห้ามออกจากบ้าน
อำเภอใดมีชื่อยาวที่สุด ในประเทศไทย
ส่วนยอดของ "หอไอเฟล" กรุงปารีส แลนด์มาร์คฝรั่งเศสที่คนทั่วโลกรู้จัก
รูปวาดโดยฝีมือศิลปินชาวไทย ที่มีราคาขายแพงที่สุดตลอดกาล
เลขเด็ด ปฏิทินคำชะโนด (ฉบับพิเศษ)
ค่าตอบแทนคนงานไทยในประเทศเกาหลีใต้
รกแบบนี้ต้องระวัง"แมงป่อง"
บริษัทใหญ่ของไทย ที่คนไทยรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด
อุทาหรณ์สอนเมียขับรถ! หนุ่มวัย 30 ป่วย "สมองขาดเลือด" กะทันหัน เหตุผลเดียวที่คาดไม่ถึง
พบ 45 โลกใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงโลก บางดวงอยู่ห่างไปเพียง 40 ปีแสง



