ภูเขาอกทะลุ สัญญลักษณ์ ของเมืองลุง
ถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสไปเที่ยวพัทลุง หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกขานว่า “เมืองลุง” สิ่งที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาด คือ การถ่ายรูปภูเขาที่มีชื่อว่า “ภูเขาอกทะลุ” ซึ่งมีความสวยงามแปลกตามาก
ภูเขาอกทะลุ ตั้งอยู่ในตัวเมืองพัทลุง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และสัญลักษณ์ของพัทลุง
ลักษณะเด่นสดุดตาของ ภูเขาอกทะลุ ก็คือ ตรงบริเวณใกล้ยอดเขามีช่องโหว่ขนาดใหญ่มากๆ เพื่อนๆ สามารถมองทะลุเห็นท้องฟ้าสีฟ้าสดใสซึ่งอยู่ด้านหลังภูเขาอกทะลุผ่านช่องโหว่นี้!
ภูเขาอกทะลุ นั้นมีถ้ำอยู่หลายแห่ง และมีการค้นพบพระพุทธรูปโบราณที่สร้างด้วยทรายจำนวนมากมายในถ้ำต่างๆ
ผู้โพสเคยไปชมถ้ำแห่งหนึ่งกับเพื่อน ๆ ในการทัศนศึกษาเมื่อตอนสมัยผู้โพสยังอยู่ชั้นประถม มันเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ ผู้โพสเห็นหินงอกหินย้อยมากมายในถ้ำ น่าทึ่งสุดๆ! (เสียดายที่ไม่ได้มีรูปให้เพื่อนๆ ได้ชม)
มีตำนานที่เล่าขานต่อๆ กันมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลานของชาวพัทลุง เกี่ยวกับภูเขาอกทะลุ! น่าสนใจทีเดียว เรื่องมีอยู่ว่า มีชายผู้หนึ่งมีภรรยาสองคน ปกติภรรยาทั้งสองของเขาจะทะเลาะกันตลอดๆ อยู่มาวันหนึ่งภรรยาทั้งสองเกิดทะเลาะกันใหญ่โต จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน ภรรยาหลวงใช้กระสวยทอผ้าฟาดหัวภรรยาน้อย ทำให้เกิดรอยแตกขนาดใหญ่บนหัว ภรรยาน้อยจึงรู้สึกโกรธเอามากๆ จึงใช้สากตำข้าวกระทุ้งหน้าอกของภรรยาหลวงอย่างแรงจนอกทะลุ ทำให้เกิดเป็นรูขนาดใหญ่ที่หน้าอก จนในที่สุด ภรรยาทั้งสองก็เสียชีวิตลง
ภรรยาน้อยที่มีรอยแตกขนาดใหญ่บนหัวของเธอกลายเป็นภูเขาที่เรียกว่า "เขาหัวแตก" ภรรยาหลวงที่มีรูขนาดใหญ่ที่หน้าอกกลายเป็นภูเขาที่เรียกว่า "เขาอกทะลุ"
หากเพื่อนๆ ชอบการผจญภัย ที่ภูเขาอกทะลุมีบันไดเป็นขั้นๆ ให้เพื่อนๆ ได้เดินขึ้นไปบนยอดเขา อาจจะมีช่วงที่ต้องปีนป่ายอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งเมื่อเพื่อนๆ ยืนอยู่บนยอดเขา เพื่อนๆ จะได้ชมวิวเมืองพัทลุงแบบพาโนรามาจากที่นั่น นอกจากนี้เพื่อนๆ ยังจะได้เห็นนาข้าวเขียวขจีสวยงามเบื้องล่าง หรือได้ชมภูเขาหัวแตก และภูเขาอื่นๆ ซึ่งอยู่ไกลๆ
การได้ปีนภูเขาอกทะลุ เพื่อนๆ ยังจะได้ออกกำลังกายท่ามกลางบรรยากาศดีๆ และอากาศบริสุทธิ์ๆ ตลอดทางขึ้นไปแน่นอน
น่าเสียดายที่ผู้โพสมีเวลาไม่พอที่จะปีนขึ้นไป…ได้แต่ถ่ายรูปจากเชิงเขา…..หวังว่าเพื่อนๆ คงจะจินตนาการได้น๊ะ! ;D
ในส่วนของด้านล่างที่เพื่อนๆ เห็นนั้น จะเป็นนาข้าวเขียวขจี เป็นวิวที่สวยมากๆ
ในสมัยก่อน มีหุ่นไล่กาหลายตัวอยู่ในนาข้าว น่าเสียดายที่ในปัจจุบัน ไม่ค่อยมีให้เห็นสักเท่าไหร่
รูปปั้นน้องควายตัวดำๆ สามารถเตือนใจเราได้ว่า น้อนเป็นสัตว์ที่สำคัญที่สุดที่สามารถช่วยเหลือชาวนาไทยในการไถนาในอดีต ซึ่งในปัจจุบันก็มีให้เห็นไม่มากแล้วเช่นกัน
ถ้าเพื่อนๆ ยืนอยู่กับผู้โพสในตอนนั้น เพื่อนๆ จะได้เห็นน้องนกสีขาวจำนวนมาก ในนาข้าวสีเขียว เพื่อนๆ อาจสังเกตเห็นน้องนกบ้างจากในรูป น้อนๆ น่ารักและสวยจริงๆ!
ผู้โพสชอบวิวเหล่านี้ที่มีทุ่งนาข้าวเขียวขจี ต้นไม้สีเขียวๆ บนภูเขา และท้องฟ้าสีฟ้าสดใส! ผู้โพสรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายมากเลย!
ป.ล. รูปเหล่านี้ เป็นรูปที่ผู้โพสถ่ายเมื่อ 6 ที่แล้ว ตอนนี้ น่าจะมีอะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปเยอะ เท่าที่ทราบ มีร้านกาแฟอยู่บริเวณทุ่งนานี้ด้วย….
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
ส่องกระแสคลิปไวรัล 27 ล้านวิว! "คนไม่ใช่หุ่นยนต์" ร้องไปเคาะไปสไตล์ซื่อๆ โดนใจชาวเน็ต
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
"ชิ้นสุดท้ายแฟนสวย/แฟนหล่อ"..ถอดรหัสลับอาหารคำสุดท้าย: เมื่อ "ชิ้นมารยาท" สะท้อนวัฒนธรรมจากทั่วมุมโลก
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
คนไทยเป็นชาวต่างชาติ ที่อาศัยอยู่ในกรีนแลนด์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก
ย้อนตำนานสะเทือนขวัญ “ปลากินคน” ปีศาจดำแห่งลุ่มน้ำแควน้อย เรื่องจริงที่เคยเขย่าขวัญชาวกาญจนบุรี ก่อนกลายเป็นสัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
"อ้ายเป็นเขยเชียงใหม่" :"เปอร์ สุวิกรม" จูงมือนางเอกสาว "ยิหวา ปรียากานต์" เข้าพิธีมงคลแบบล้านนาอย่างเรียบง่าย ณ จังหวัดเชียงใหม่
สงครามสมรส ละครสะท้อนความไร้คุณธรรมของสามีที่นอกใจภรรยา
"ชิ้นสุดท้ายแฟนสวย/แฟนหล่อ"..ถอดรหัสลับอาหารคำสุดท้าย: เมื่อ "ชิ้นมารยาท" สะท้อนวัฒนธรรมจากทั่วมุมโลก




















