หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมบางคนจึงมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ป่วย ทั้งที่กำลังมีอาการทางจิต?

เขียนโดย zed561

เคยสงสัยกันไหมครับ เวลาที่เราเจอคนซึ่งมีอาการทางจิต เช่น ได้ยินเสียงหรือเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่รับรู้ มีความเชื่อบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป แต่พอคนใกล้ชิดพยายามชวนไปพบแพทย์ กลับได้รับคำตอบว่า “ฉันไม่ได้ป่วย”

หลายคนอาจมองว่าเป็นความดื้อหรือการปฏิเสธความจริง แต่ในบางกรณี เรื่องนี้ซับซ้อนกว่านั้น เพราะผู้ที่มีอาการอาจมี ความสามารถในการตระหนักรู้ถึงความเจ็บป่วยของตนเองลดลง ซึ่งในวงการแพทย์มีคำที่เกี่ยวข้องว่า Anosognosia หรือภาวะไม่ตระหนักถึงความผิดปกติของตนเอง

Anosognosia ไม่ใช่แค่ “ไม่ยอมรับ”

คำว่า Anosognosia เดิมใช้ในทางประสาทวิทยาเพื่ออธิบายภาวะที่ผู้ป่วยไม่ตระหนักถึงความบกพร่องของตัวเอง ต่อมามีการนำแนวคิดนี้มาใช้อธิบายปัญหาเรื่อง insight หรือการตระหนักรู้ถึงความเจ็บป่วย ในโรคทางจิตเวชบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มโรคจิตเภท

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจิตเวชทุกคนจะมีภาวะนี้ และระดับของ insight ก็ไม่ได้มีเพียง “รู้” กับ “ไม่รู้” เท่านั้น แต่อาจเป็นระดับต่อเนื่อง บางคนรู้ว่าตัวเองมีปัญหาบางอย่าง แต่ไม่เชื่อว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโรค หรืออาจไม่เห็นว่าตนเองจำเป็นต้องได้รับการรักษา

กลไกของภาวะนี้ยังไม่ได้อธิบายได้ด้วยสมองส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงจุดเดียว งานวิจัยพบความเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองหลายบริเวณและกระบวนการด้านการประเมินตนเอง การตัดสินใจ และการประมวลผลข้อมูล จึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่าเกิดจาก “สมองส่วนหน้าผิดปกติ” เพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการ สิ่งที่รับรู้อาจรู้สึกว่า “จริง”

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การบอกว่า “สิ่งที่เห็นไม่มีจริง” ไม่ได้ผลเสมอไป คือในภาวะ psychosis หรือภาวะโรคจิต การรับรู้และความคิดอาจถูกรบกวนจนบุคคลแยกสิ่งที่เป็นจริงออกจากสิ่งที่เกิดจากอาการได้ยาก

อาการที่พบได้ เช่น

สำหรับคนที่กำลังประสบอาการเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจรู้สึกสมจริงมาก ดังนั้น หากคนรอบข้างตอบกลับทันทีว่า “ไม่มีจริงหรอก” หรือ “คิดไปเอง” จึงอาจไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเปลี่ยนความเชื่อ และบางครั้งอาจยิ่งทำให้รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจตนเอง

ที่สำคัญ ภาวะ psychosis ไม่ได้มีสาเหตุเดียว และไม่ได้เกิดจากสารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย และสามารถพบร่วมกับโรคจิตเภท โรคอารมณ์สองขั้ว ภาวะซึมเศร้ารุนแรง โรคทางระบบประสาท การใช้สารบางชนิด หรือสาเหตุทางการแพทย์อื่น ๆ ได้

Stigma ก็มีส่วนทำให้คนไม่อยากยอมรับว่าป่วย

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือคำว่า “บ้า” ซึ่งมักถูกใช้เป็นคำตีตราหรือดูถูก เมื่อความเจ็บป่วยทางจิตถูกเชื่อมโยงกับภาพว่าเป็นคนอันตราย ไร้ความสามารถ หรือควบคุมตัวเองไม่ได้ การยอมรับว่าตนเองกำลังมีปัญหาจึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับบางคน

องค์การอนามัยโลกชี้ว่า การตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคจิตเภทยังคงเป็นปัญหาสำคัญ

ขณะเดียวกัน ไม่ควรเหมารวมว่าผู้มีโรคจิตเภทหรือผู้มีอาการทางจิตเป็นคนอันตราย เพราะข้อมูลจาก NIMH ระบุว่า ผู้มีโรคจิตเภทส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมรุนแรง และโดยภาพรวมยังมีโอกาสตกเป็นผู้ถูกกระทำมากกว่าคนทั่วไปด้วย

แล้วคนใกล้ชิดควรรับมืออย่างไร?

หากคนใกล้ตัวกำลังมีอาการทางจิตและไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย การพยายามเถียงเพื่อเอาชนะว่าใคร “ถูก” หรือ “ผิด” อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

สิ่งที่ทำได้คือ รับฟังและยอมรับความรู้สึกของเขา โดยไม่จำเป็นต้องยืนยันว่าความเชื่อนั้นเป็นเรื่องจริง

เช่น หากเขาบอกว่ากำลังมีคนตามทำร้าย แทนที่จะตอบทันทีว่า “ไม่มีใครตามเธอหรอก” อาจเริ่มจากการบอกว่า “ฟังดูแล้วเธอคงกลัวมาก” ก่อนพยายามชวนให้ได้รับความช่วยเหลือ

NIMH แนะนำให้ครอบครัวช่วยสนับสนุนให้ผู้ที่มีอาการเข้ารับการรักษา พร้อมทั้งจดจำว่าความเชื่อหรือประสบการณ์จากอาการประสาทหลอนสามารถรู้สึกสมจริงมากสำหรับเจ้าตัว และควรสื่อสารด้วยความเคารพและให้การสนับสนุน

อาจเปลี่ยนจากการพูดว่า “ไปหาหมอรักษาโรคจิตเถอะ” เป็นการพูดถึงสิ่งที่เขากำลังทุกข์อยู่จริง เช่น นอนไม่หลับ เครียด กลัว หรือใช้ชีวิตประจำวันลำบาก แล้วเสนอให้ไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้น

หากเริ่มมีอาการ psychosis การได้รับการประเมินและรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญ เพราะสาเหตุของอาการมีได้หลายอย่างและจำเป็นต้องประเมินอย่างเหมาะสม

หากสถานการณ์มีความเสี่ยงทันทีต่อการทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่แทนการพยายามจัดการสถานการณ์เพียงลำพัง

สรุป

ดังนั้น การที่คนบางคนมีอาการทางจิตแต่ยังมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ป่วย ไม่ได้แปลว่าเขากำลังโกหก ดื้อ หรือพยายาม “แถ” เสมอไป

ในบางรายอาจเกี่ยวข้องกับการขาด insight หรือภาวะที่เรียกว่า Anosognosia ขณะที่บางรายอาจมีปัจจัยด้านจิตใจและการตีตราทางสังคมร่วมด้วย กลไกเหล่านี้ซับซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละคน

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเอาชนะว่า “ใครมองโลกถูกกว่าใคร” แต่คือการสื่อสารอย่างปลอดภัย ไม่ตีตรา และหาทางพาเจ้าตัวเข้าสู่การประเมินและดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็นครับ

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
zed561's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย zed561
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: zed561
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดฝุ่น PM2.5 ทำให้ความจำพร่าได้แค่ไหนทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย"Dolmen of Soto" สถาปัตยกรรมเมกะลิธ 5,000 ปีแห่งสเปน และปริศนาวัตถุประสงค์การสร้างGPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตาเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาพชุมชนที่นักท่องเที่ยวเห็น อาจไม่ใช่ชีวิตจริงที่คนในพื้นที่กำลังเผชิญไฟถนนสีส้มกับสีขาวต่างกันอย่างไร สีขาวปลอดภัยกว่าเสมอไหม?ขันลงหินบ้านบุสืบทอดกันหลายรุ่น แต่ทำไมคนที่ทำอาชีพนี้จึงเหลือน้อยลงเสื้อดำซีดไวเพราะแดดอย่างเดียวไหม? กลับด้านก่อนตากช่วยตรงไหน
ตั้งกระทู้ใหม่