หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความเห็นต่อการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร


เขียนโดย doctorsopon

           ในระหว่างวันที่ 20-21 กรกฎาคม ศกนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในนามของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้รับเชิญจากสำนักผังเมือง กทม. ไปร่วมประชุม สัมมนาระดมความคิดเห็นเพื่อการวางผังและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครปรับปรุงครั้งที่ 4 ณ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ ดร.โสภณ จึงทำหนังสือนี้เสนอความเห็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ดังนี้:

21 กรกฎาคม 2560

เรื่อง     ความเห็นต่อการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร

เรียน    ท่านผู้อำนวยการสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร

สิ่งที่ส่งมาด้วย    หนังสือการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (หนังสือประกอบการเรียนในระดับปริญญาโท ฝากทางเจ้าหน้าที่สำนักไว้แล้ว)

                       ตามที่สำนักผังเมืองให้ความเมตตาเชิญกระผมเข้าร่วมการประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นเพื่อการวางผังและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครปรับปรุงครั้งที่ 4 ในระหว่างวันที่ 20 - 21 กรกฎาคม ณ โรงแรม เดอะกรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

                       กระผมใคร่ขออนุญาตนำเสนอความเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อทางราชการในการจัดทำร่างผังเมืองรวม ดังนี้:

  1. ผังเมืองรวมควรเป็นเสมือนแผนแม่บทในการพัฒนาสาธารณูปโภคและการใช้ที่ดินของทุกหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ แต่ปรากฏว่ากลับไม่ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการอื่นเท่าที่ควร สิ่งที่กำหนดไว้ในผังเมืองจึงยังไม่ค่อยได้มีการดำเนินการกันอย่างจริงจัง เช่น ถนนตามผังเมืองรวมก็มักไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามผังเมืองที่วางไว้ บางเส้นวางแนวไว้ในทั้งเมืองฉบับก่อนแต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ
  2. การกำหนด Floor Area Ratio (FAR) และ Open Space Ratio (OSR) ควรบังคับใช้ในย่านชานเมือง แต่ในเขตใจกลางเมืองซึ่งที่ดินมีราคาแพงไม่ควรมีการกำหนดหรือควรกำหนดขั้นต่ำที่สุดเพื่อให้การพัฒนาในเขตใจกลางเมืองมีความหนาแน่น (High Density) แต่ไม่แออัด (Overcrowdedness) จะสังเกตได้ว่าในพื้นที่ธุรกิจในมหานครชั้นนำไม่ได้มีข้อกำหนดนี้โดยเคร่งครัดจนกลายเป็นการกีดขวางการพัฒนาเมือง และทำให้เมืองขยายตัวในแนวราบอย่างไร้ทิศผิดทางเช่นใน กรุงเทพมหานคร
  3. ในกรณีอาคารอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ กรุงเทพมหานครควรดำเนินการโดยเคร่งครัดเพื่อรักษารากฐานทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แต่ควรดำเนินการในแนวคิดใหม่ที่ไม่ใช่ให้ "คนตายขายคนเป็น" กล่าวคืออาคารอนุรักษ์สามารถได้รับการดัดแปลงการใช้สอยได้ ย้ายไปสร้างที่ใหม่ได้ หรือสร้างอาคารสมัยใหม่คร่อมบนอาคารอนุรักษ์ได้เป็นต้น
  4. ในพื้นที่ใดที่มีการรอนสิทธิ์การพัฒนาที่ดิน ควรมีมาตรการจ่ายเงินทดแทนตามความเหมาะสมในราคาตลาดบวกด้วยค่าความเสียหายอื่น (ถ้ามี) ทางออกที่มีการนำเสนอให้สามารถขายสิทธิในการพัฒนาให้กับที่ดินแปลงอื่นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเพราะเป็นการ ผลักภาระให้กับประชาชนแต่ในขณะที่ทางราชการไม่ได้รับผิดชอบเยียวยา
  5. ควรมีการทบทวนกรณีห้ามก่อสร้างในพื้นที่รอบสวนสาธารณะ เช่น สวนหลวง ร.9 และสวนเบญจกิติ สวนสาธารณะเหล่านี้มีผู้มาใช้สอยน้อยมากในแต่ละวัน แต่หากสามารถสร้างอาคารสูงได้โดยรอบย่อมจะทำให้การก่อสร้างสวนสาธารณะคุ้มค่ากว่าที่เป็นอยู่นี้ การอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารสูงๆ โดยรอบสวนหลวง ร.9 โดยสามารถกำหนดให้สามารถเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากการได้สิทธิ์เพิ่มขึ้นกว่าในผังเมืองฉบับปัจจุบัน ก็อาจได้เงินภาษีนี้มาเป็นงบประมาณการก่อสร้างรถไฟมวลเบาเชื่อมกับรถไฟฟ้าในปัจจุบันได้ และทำให้เมืองไม่ขยายออกไปกินพื้นที่เกษตรกรรมและชนบทชานเมือง
  6. ในพื้นที่ลาดกระบังและหนองจอกซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวทแยงและพื้นที่สีเขียว ควรได้รับการแก้ไขใหม่ เพราะในปัจจุบันการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมจริงในเขตลาดกระบังเหลือเพียง 22% เท่านั้น และยังมีความจำเป็นในการขยายพื้นที่เป็นศูนย์ขนส่งระดับชาติรองรับสนามบินและท่าเรืออีกด้วย อย่างไรก็ตามในกรณีนี้เกี่ยวเนื่องกับสำนักและหน่วยราชการอื่นทั้งในและนอกกรุงเทพมหานคร แต่กรุงเทพมหานครควรเป็นผู้ประสาน ยิ่งกว่านั้นยังควรมีมาตรการด้านภาษีกล่าวคือพื้นที่ที่ได้สิทธิ์ในการก่อสร้างเพิ่มเติมตามผังเมืองใหม่ควรเสียภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาพัฒนาระบบระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก
  7. ข้อมูลที่ใช้ในการวางผังเมืองอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่นมีการนำเสนอโดยคณะที่ปรึกษาว่า ครัวเรือนในกรุงเทพมหานครถึงร้อยละ 60 ไม่สามารถซื้อบ้านในตลาดเปิดได้ และยังมีความขาดแคลนที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนี้ย่อมนำไปสู่การวางผังเมืองที่ผิดเพี้ยนได้ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุชัดว่ารายได้ต่อครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครเป็นเงินเดือนละ 42,000 บาท ซึ่งแสดงว่าราคาบ้านโดยเฉลี่ยที่ครัวเรือนเหล่านี้สามารถซื้อได้มีราคาประมาณ 3,500,000 บาท ไม่ใช่ 650,000 บาทตามที่ผู้เชี่ยวชาญนำเสนอ ขณะนี้ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีบ้านรอขายอยู่ 184,000 หน่วย ชุมชนแออัดก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีภาวะขาดแคลนที่อยู่อาศัยแต่อย่างใด
  8. สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นผู้จัดทำผังเมืองรวมนี้ เป็นคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่พึงเคารพยิ่ง อย่างไรก็ตามท่านเหล่านี้ได้ดำเนินการจัดทำผังเมืองมาหลายผังแล้ว ซึ่งในแง่หนึ่งก็อาจทำให้เกิดความต่อเนื่อง แต่ในอีกแง่หนึ่งก็อาจเป็นแนวคิดตายตัวแบบเดิมๆ ดังนั้นจึงควรรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆเพื่อให้ผังเมืองมีนวัตกรรม

                       อนึ่งกระผมจะได้ทำการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตกรรม (เขียวทแยงตามผังเมืองรวม) เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทั้งการอยู่อาศัย กาพาณิชย์ การระบายน้ำ การรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อนำเสนอให้เป็นประโยชน์ต่อทางราชการต่อไป

                       จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 195 ครั้ง
เขียนโดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (4/5 จาก 10 คน)
VOTED: areathai, mhenlarbmoh, doctorsopon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สำรวจรายได้และค่าตัวนักร้องไทย ปี 2025-2026 ใครอยู่กลุ่มท็อปข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากัน"มิตซูบิชิ มอเตอร์" ประกาศการกลับมาผลิต รถยนต์รุ่นปาเจโร่อีกครั้ง!!3 ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกเสริมโชคเรื่องเงินในบ้านเมล่อน แคนตาลูป แตงไทย ต่างกันยังไง ทำไมหน้าคล้ายกันมากสรุปวิธีคำนวณไทยช่วยไทย พลัส 60:40 เติมเท่าไหร่ถึงใช้สิทธิครบเดือนสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/6/69นักวิจัยชี้ ดินบนดวงจันทร์อาจกลายเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนสำคัญสำหรับมนุษย์ในอนาคตภารกิจกู้ชีวิตกลางถ้ำลาวยังไม่จบ ช่วยออกมาได้เพิ่มอีก 4 คน แต่ยังสูญหายอีก 2ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยทำไมเพลงเก่าๆ เมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว พอกลับไปฟังอีกครั้งยังเพราะเหมือนเดิม"ถ้ำเชลย" สถานที่ท่องเที่ยวสุดหลอนแห่งกาญจนบุรี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"ทราย สก๊อต" โต้กลับพวกแซะ "ตาคงไม่อยากให้อม..พี่ชายหรอก!" หลังมีคนโพสต์พาดพิงรุนแรงจุดพักรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนักวิจัยชี้ ดินบนดวงจันทร์อาจกลายเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนสำคัญสำหรับมนุษย์ในอนาคตสรุปให้แล้ว! คู่มือใช้สิทธิ์ "ไทยช่วยไทยพลัส" ก่อนเริ่มวันแรก อะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้ รวมไว้ที่นี่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
สนใจซื้อไหม บ้านเดี่ยวราคาแพงมีตั้งแต่ 100-400 ล้านบาทโอกาสการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยส่องไอเดียแต่งบ้านสไตล์ "ตู่ ภพธร" ที่อบอุ่น ชิค และเหนือกาลเวลาตลาดอสังหาริมทรัพย์เดือนมีนาคม
ตั้งกระทู้ใหม่