ยืนทำงานเพื่อสุขภาพ
ยืนทำงานเพื่อสุขภาพ
คนในกลุ่มอาชีพที่ต้องยืนทำงานอาจมองว่า ก็การยืนทำงานนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายเท่าไหร่นัก เพราะการยืนเป็นเวลานานๆ นอกจากจะก่อให้เกิดเส้นเลือดขอดแล้ว ยังทำให้มีอาการปวดเมื่อยตามข้อต่อ้ดวย แม้ว่าผลการของยืนนานจะทำให้หลายคนเข้าใจว่า การนั่งทำงานดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่เชื่อไหมว่ามีหลายรายงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาเผยข้อมูลที่ตรงกันว่าการนั่ง ถือเป็นเป็นโรคอันตรายที่สามารถคร่าชีวิตเราได้พอๆ กับการสูบบุหรี่
หลายบริษัทใหญ่หลายแห่งในเมืองซิลิคอนวัลเลย์ทางตะวันตกของสหรัฐฯ เริ่มมีมาตรการในที่ทำงานใหม่ คือ ยืนทำงานมาปรับใช้ในวัฒนธรรมองค์กรบ้างแล้ว โดยมีการสั่งซื้อโต๊ะทำงานแบบยืนให้กับพนักงาน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้มีบรรยากาศที่สบายๆ กันเองมากขึ้น เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้พนักงานออฟฟิศ สามารถผลิตชิ้นงานออกมามีคุณภาพมากกว่าเดิม และออกกฎให้มีการยืนทำงานให้ได้โดยเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมง จากเวลางานที่ต้องนั่งติดโต๊ะตลอด 8-9 ชั่วโมงต่อวัน และจากการออกกฎให้มีการยืนทำงานพบว่า พนักงานในกลุ่มที่มีการสลับอิริยาบถนั่งและยืน สามารถทำผลงานออกมาได้ดีกว่ากลุ่มพนักงานที่ไม่ได้ลุกขึ้นยืนทำงาน แม้ว่าเทรนด์การยืนทำงานนี้อาจฟังดูประหลาดและดูไม่สุภาพเท่าไหร่ แต่หากพูดในแง่ของประโยชน์ต่อสุขภาพแล้วมีหลายงานวิจัยเลยทีเดียว ที่แนะนำว่าพนักงานออฟฟิศควรจะเปลี่ยนพฤติกรรมนั่งทำงานมาเป็นยืนทำงานได้แล้ว
ผลการวิจัยในปี 2012 ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร International Journal of Behavioral Nutrition and Physical Activity เผยว่าคนทั่วไปควรมีค่าเฉลี่ยชั่วโมงในการทำอิริยาบถต่างๆ ภายใน 1 อาทิตย์ ดังนี้ คือ นั่ง 64 ชั่วโมง ยืน 28 ชั่วโมง เดิน 11 ชั่วโมง และออกกำลังกายประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ แต่จากการสำรวจพฤติกรรมของพนักงานบริษัทชาวอเมริกันส่วนใหญ่พบว่า มีพฤติกรรมนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รวมแล้วนานกว่า 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โดยที่จำนวนชั่วโมงนี้ยังไม่รวมชั่วโมงทำงานล่วงเวลา จากตัวเลขของผลสำรวจดังกล่าว จึงไม่แปลกที่จะเห็นว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน เพราะโดยธรรมชาติแล้วร่างกายของเราออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหว
ดังนั้นการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ ก็มีผลให้ระบบการเผาผลาญร่างกายทำงานแย่ลงกว่าปกติ เมื่อกล้ามเนื้อของเราโดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาไม่เคลื่อนไหว การไหลเวียนของเหลวต่างๆ ภายในร่างกายก็ทำงานช้าลงด้วย แล้วยิ่งหากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็จะเผาผลาญไขมันได้ช้า เป็นผลให้ป่วยเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวานได้
สาเหตุที่การนั่งทำงานติดโต๊ะบั่นทอนสุขภาพได้เหมือนกับการสูบบุหรี่ เพราะการนั่งจะลดระดับเอนไซม์ช่วยเผาผลาญไขมันที่เรียกว่า ลิโพโปรตีนลิเพส (LPL) หรือตัวการที่ทำให้มวลกระดูกค่อยๆ สูญเสียความหนาแน่น
นอกจากนี้ยังลดระดับการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหลอดเลือดหัวใจได้น้อยกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจขาดเลือด เป็นการลดอายุขัยให้สั้นลง ซึ่งกระบวนการหลังเอมไซน์นี้จะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อร่างกายไม่ขยับนานกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป การนั่งทำงานอยู่กับที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจมีค่าเฉลี่ย 79 ครั้งต่อนาที แต่ถ้าหากยืนทำงานจะส่งผลให้หัวใจเต้นดีขึ้นเป็น 89 ครั้งต่อนาที ที่สำคัญไปกว่านี้คือ การยืนทำงานช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้ดีกว่าการนั่งทำงานติดโต๊ะ
แม้ว่าการนั่งติดโต๊ะทำงานเป็นเวลานานๆ จะมีแต่ผลเสียต่อสุขภาพ แต่ก็ใช่ว่าพนักงานบริษัทอย่างเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะระหว่างการทำงานเราสามารถเปลี่ยนอิริยาบถได้ โดยการลุกขึ้นยืนทุกๆ 20 นาที และยืนนานประมาณ 2 นาที วิธีนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงสะสมเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้
เพราะการยืนช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อที่ขาและลดไขมันในกระแสเลือดนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกคือ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีต่อวันได้มากกว่างานนั่งทำงานติดโต๊ะ
จากผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Epidemiology เผยว่า การนั่งติดอยู่กับที่ทุกๆ 2 ชั่วโมง ร่างกายมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคเบาหวานถึงร้อยละ 7 นั่น หมายความว่าในแต่ละวันเราอยู่กับความเสี่ยงในการเป็นโรคเสื่อมสูงถึงร้อยละ 56 เลยทีเดียว หากเรานั่งติดอยู่กับที่ตลอด 8 ชั่วโมง
ดังนั้นใครที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย หรือแม้แต่คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันก็ควรจะปรับพฤติกรรมส่วนใหญ่ของเรา ไม่ใช่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ซึ่งวิธีง่ายๆ ที่แนะนำก็คือการยืน หากถามว่ายืนอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์ คำตอบก็คือ ยืนให้ได้ 4 ชั่วโมงต่อวัน หรือยืนให้จำนวนชั่วโมงนานกว่าจำนวนที่นั่ง นั่นเอง
โต๊ะทำงานแบบยืน ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ
สำหรับคนที่ตั้งใจจะทำตามเทรนด์ยืนทำงานของชาวอเมริกันนั้น ก็ควรจะหาซื้ออุปกรณ์เพื่อรองรับความสบายขณะยืนด้วย ได้แก่ โต๊ะทำงานแบบยืนโดยเฉพาะควรเลือกโต๊ะที่มีความสูงพอที่จะเท้าศอกขณะใช้แป้นพิมพ์ (ความสูงของโต๊ะทำงานขึ้นอยู่กับตำแหน่งการวางศอกของผู้ใช้) อุปกรณ์ชิ้นสำคัญต่อมาคือ จอคอมพิวเตอร์ขนาด 20-28 นิ้ว ปรับหน้าจอให้เงยขึ้นปราณ 10-20 องศา เพื่อการมองในระดับสายตาพอดีขณะยืนทำงาน
คำแนะนำในการยืนทำงานคือ อย่ายืนแช่อยู่ท่าเดียว ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง เช่น แกว่งแขน-ขาสลับข้างกัน เพื่อกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียน ควรยืนให้นานตามที่ร่างกายไหวอย่าหักดิบด้วยการยืนเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเลย และถ้ารู้สึกยืนแล้วเมื่อยก็กลับมาที่ท่านั่งเหมือนเดิม การทำแบบนี้จะทำให้ร่างกายคุ้นชินกับอิริยาบถใหม่ๆ ใครที่ทดลองยืนทำงานไปสักระยะจะพบว่า รู้สึกมีแรงในการทำงานไม่เฉื่อยชาเหมือนการนั่งทำงาน
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
5 ประเทศที่ "ลึกลับ" และ "เข้ายาก" ที่สุดในโลก
จังหวัดในไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
ย้อนวันวาน “นิมมานนรดีกริล” เซตหรูบนชั้น 20 ราคาเพียง 250 บาท ก่อนกาลเวลาพลิกโฉมสู่โรงแรมหรูใจกลางเชียงใหม่
เลือดมี 4 ส่วน หน้าที่ต่างกันอย่างไร ขาดส่วนไหนร่างกายรวนทันที
ต้นฝิ่นกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทั่วประเทศญี่ปุ่น
ผู้หญิง 90% ทิ้ง “บราเก่า” ผิดวิธี! รู้แบบนี้ก่อน เสียดายทีหลังนะ
ย้อนวันวาน “นิมมานนรดีกริล” เซตหรูบนชั้น 20 ราคาเพียง 250 บาท ก่อนกาลเวลาพลิกโฉมสู่โรงแรมหรูใจกลางเชียงใหม่
ป่าที่พบเสือโคร่งอาศัยอยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
ชนเผ่า "เก่าแก่ที่สุดในโลก"
นอร์เวย์น่าอยู่จริงไหม สวัสดิการ ฟยอร์ด และสมดุลชีวิตที่คนไทยอยากรู้
จิตวิทยาการแต่งบ้าน "Small Space, Big Happiness" จัดห้องอย่างไรให้ใจไม่ป่วย
เม่นป่ากลายเป็น “ก้อนสีเขียว” ปริศนา! เรื่องจริงสุดสะเทือนใจ เมื่อสัตว์ตัวเล็กต้องเผชิญอันตรายจากน้ำมือมนุษย์