บ้านเลขที่ 50 เบิร์คเลย์ สแควส์ !!
บ้านเลขที่ 50 เบิร์คเลย์ สแควส์ !!

บ้านเลขที่ 50 เบิร์คเลย์ สแควร์ เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 4 ชั้นในย่านเวสต์เอ็นด์ของกรุงลอนดอน เป็นที่ล่ำลือกันว่าที่แห่งนี้เป็นบ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในประเทศอังกฤษ โดยมีรายงานการปรากฏตัวของวิญญาณมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และมีผู้คนถูกหลอกหลอนมาแล้วเป็นจำนวนมาก

ตำนานและที่มาเกี่ยวกับเรื่องผีในบ้านหลังนี้มีอยู่ด้วยกันหลายกระแส แต่ที่ค่อนข้างทราบกันแพร่หลายมีอยู่สองเรื่องคือ เล่ากันว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งถูกฆาตกรรมในปี 1700 โดยคนรับใช้ที่ผู้ปกครอบจ้างมาให้เป็นพี่เลี้ยงคอยรับใช้เธอ แต่คนรับใช้นี้มีนิสัยซาดิสต์ ชอบความรุนแรง เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับนายน้อยของตน จึงทำการหยอกล้อด้วยการทรมานเด็กหญิง เมื่อถูกขัดขืนจึงเกิดอารมณ์โกรธและฆ่าเด็กทิ้งเสีย จนทุกวันนี้ยังคงมีผู้คนเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงระเบียงชั้นบนของอาคาร พลางบีบมือตัวเองอย่างสิ้นหวัง

อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า เป็นเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่กับลุงผู้มีนิสัยดุร้าย ชอบทารุณเธออยู่เป็นประจำ และชอบขังเธอเอาไว้ในห้อง วันหนึ่งเธอจึงพยายามหลบหนีจากลุง โดยการปีนออกจากทางหน้าต่าง และตกลงมาเสียชีวิต นับจากนั้นเป็นต้นมาก็มีคนเห็นร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งห้อยลงมาจากหน้าต่างหลายครั้ง บ้างได้ยินเสียงกระแทก พอออกมาดูเห็นศพเด็ก แต่เมื่อพิจารณาดูจริง ๆ แล้วก็หายไป !?

ด้วยเหตุนี้เองทำให้บ้านหลังนั้นร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1870 ไม่มีใครกล้าซื้อหรือเช่าอยู่อาศัย แต่ก็ยังมีปรากฏการณ์สยองเกิดขึ้นกับผู้คนที่ผ่านไปมาอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผู้คนข้างเคียงที่มักได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนมาจากภายในบ้านหลังนั้นในยามวิกาล จนครั้งหนึ่งหน่วยกู้ภัยถึงกับเข้าไปตรวจสอบ บ้างก็ได้ยินเสียงเฟอร์นิเจอร์เคลื่อนที่ไปมาได้เอง ประตูและหน้าต่างเปิดปิดเองตามใจชอบ เรียกได้ว่าคนแถวนั้นถูกผีหลอกกันจนเคยชิน

ต่อมาบ้านหลังนั้นก็ถูกครอบครอบโดยนายดูพรี (Mr, Dupre) เขาได้ใช้ห้องพักชั้นบนสุดเป็นที่คุมขังพี่ชายที่เป็นบ้าของเขา จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ทำให้มีความเชื่ออีกว่าวิญญาณของชายบ้าผู้นั้นก็ได้สิงสู่อยู่ในบ้านแห่งนี้ด้วย

ปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านหนังสือ แต่กระนั้นพนักงานในร้านก็ยังคงพบเห็นปรากฏการณ์ประหลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่ถูกรื้อค้นกระจายในตอนกลางคืน สิ่งต่าง ๆ ถูกย้ายสลับที่ หรือเห็นมีคนเดินเข้ามาแล้วหายเข้าไปในร้านโดยไม่ออกมาอีกเลย

แม้ว่าบริเวณชั้นบนจะถูกล็อคปิดตายเอาไว้ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปข้างในโดยเด็ดขาด แต่วันดีคืนดี ก็ยังคงมีผู้พบเห็นเด็กหญิงยืนร้องไห้อยู่บนระเบียง และมีชายคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ที่หน้าต่างชั้นบนจนถึงปัจจุบันนี้...!!!
..
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: Baba Bobo, TypeAlphaIkaros, ginger bread
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
UN ถึง BRICS+ ทำไมโลกเริ่มไม่ไว้ใจองค์กรใหญ่เหมือนเดิม
5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเอเชียที่ HDI สูงสุด ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช่อันดับ 1
ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ผักบุ้งไทยไปสหรัฐฯ ทำไมปี 1983 ถึงถูกขึ้นบัญชีวัชพืชอันตราย
หลุมก๊าซดาร์วาซา ไฟที่จุดปี 1971 ทำไมยังเผากลางทะเลทราย
UN ถึง BRICS+ ทำไมโลกเริ่มไม่ไว้ใจองค์กรใหญ่เหมือนเดิม
ดอกแคป่า สรรพคุณเป็นทั้งอาหารและยา สารพัดประโยชน์ที่น่ารู้
21 วันฝึกมุมคิดเรื่องเงิน แบบ Rhonda Byrne ก่อนความกลัวพากระเป๋าตึง
คาเวียร์แพงเพราะอะไร รู้จักไข่ปลาสเตอร์เจียนที่เชฟหรูเลือกใช้


