Liquid Biopsy ตรวจดีเอ็นเอมะเร็งจากเลือดได้ แต่ยังไม่แทนการคัดกรองมาตรฐาน
ข่าวเรื่อง “เจาะเลือดครั้งเดียวแล้วตรวจมะเร็งได้เกือบ 50 ชนิด” ฟังดูเหมือนฉากหนึ่งจากห้องทดลองในอนาคต แต่เบื้องหลังแนวคิดนี้มีเทคโนโลยีที่ใช้งานจริงอยู่แล้ว นั่นคือ Liquid Biopsy หรือ “การตรวจชิ้นเนื้อเหลว” ซึ่งไม่ได้ตัดก้อนเนื้อออกมาตรวจเหมือนการตรวจชิ้นเนื้อแบบดั้งเดิม แต่ใช้ตัวอย่างเลือดเพื่อค้นหาร่องรอยทางชีวภาพที่หลุดออกมาจากเซลล์มะเร็ง ร่องรอยหนึ่งที่นักวิจัยให้ความสนใจมากคือ ctDNA หรือ circulating tumor DNA หมายถึงชิ้นส่วนดีเอ็นเอจากเซลล์มะเร็งที่แตกตัวและล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด
เมื่อเซลล์มะเร็งตายหรือปล่อยสารพันธุกรรมออกมา เศษดีเอ็นเอเหล่านี้อาจปะปนอยู่กับ cell-free DNA ซึ่งมาจากเซลล์ปกติ การตรวจจึงต้องใช้วิธีวิเคราะห์ที่ละเอียดมาก เพราะสัญญาณของมะเร็งอาจมีปริมาณน้อยจนแทบกลืนไปกับดีเอ็นเอส่วนอื่น
กระบวนการเริ่มจากการเจาะเลือด แล้วแยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือด ห้องปฏิบัติการจะสกัดสารพันธุกรรมและอ่านรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่อาจสัมพันธ์กับมะเร็ง บางวิธีมองหาการกลายพันธุ์เฉพาะจุด บางวิธีวิเคราะห์รูปแบบการเติมหมู่เมทิลบนดีเอ็นเอ ขณะที่บางระบบนำหลายสัญญาณมารวมกัน เช่น ลักษณะของชิ้นส่วนดีเอ็นเอ ตำแหน่งที่พบ และรูปแบบการแสดงออกของยีน ข้อได้เปรียบของ liquid biopsy อยู่ที่ความสะดวกและความเสี่ยงต่ำกว่าการตัดชิ้นเนื้อจากอวัยวะ
ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเข้ารับหัตถการที่เจ็บหรือมีความเสี่ยงจากการเจาะเข้าไปในก้อนเนื้อ การตรวจเลือดยังทำซ้ำได้หลายครั้ง จึงเหมาะกับการติดตามว่าการรักษาทำให้ปริมาณ ctDNA ลดลงหรือไม่ รวมถึงเฝ้าระวังสัญญาณของโรคที่อาจกลับมาอีกครั้ง ความสามารถด้านการตรวจหามะเร็งหลายชนิดในตัวอย่างเดียวเป็นผลจากการพัฒนา multi-cancer early detection test หรือการทดสอบคัดกรองมะเร็งหลายชนิดระยะเริ่มต้น แนวคิดนี้พยายามตอบคำถามสองข้อพร้อมกัน คือ มีสัญญาณที่เข้ากันได้กับมะเร็งหรือไม่ และถ้ามี สัญญาณนั้นน่าจะมาจากอวัยวะใด
ตัวเลข “เกือบ 50 ชนิด” มักเกี่ยวข้องกับขอบเขตของมะเร็งที่ชุดทดสอบถูกออกแบบให้ตรวจหาในการวิจัยหรือในการให้บริการบางรูปแบบ ไม่ได้หมายความว่าการเจาะเลือดทุกครั้งจะค้นพบมะเร็งทั้ง 50 ชนิดได้อย่างแม่นยำเท่ากัน ความไวในการตรวจขึ้นกับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ขนาดก้อน ตำแหน่งที่เกิด และปริมาณสารพันธุกรรมที่หลุดเข้าสู่เลือด
มะเร็งบางชนิดปล่อยดีเอ็นเอเข้าสู่เลือดมาก จึงมีโอกาสตรวจพบได้ง่ายกว่า ขณะที่มะเร็งระยะเริ่มต้นบางชนิดมีสัญญาณน้อยมาก ผลตรวจจึงอาจเป็นลบทั้งที่ยังมีโรคอยู่ได้ เรียกว่า false negative ส่วนผลบวกก็ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีมะเร็งแน่นอน เพราะการอักเสบ ความแปรผันของเซลล์ปกติ หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิดอาจทำให้เกิดสัญญาณคล้ายมะเร็งได้ จึงต้องตรวจยืนยันด้วยภาพวินิจฉัย การส่องกล้อง หรือการตัดชิ้นเนื้อตามดุลยพินิจของแพทย์
นี่เป็นเหตุผลที่ผลตรวจเลือดแบบนี้ไม่ควรนำไปแปลว่า “พบมะเร็งแล้ว” หรือ “ไม่พบมะเร็งแน่นอน” การตรวจคัดกรองมีเป้าหมายเพื่อค้นหาความเสี่ยงในคนที่ยังไม่มีอาการ ส่วนการวินิจฉัยต้องอาศัยหลักฐานหลายด้านและการตรวจยืนยันที่เหมาะกับอวัยวะนั้น
อีกประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ liquid biopsy ไม่ได้มีหน้าที่เดียว ปัจจุบันการตรวจ ctDNA บางประเภทถูกนำมาใช้ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแล้ว เพื่อช่วยเลือกยา ติดตามการตอบสนองต่อการรักษา หรือประเมินโรคหลงเหลือระดับโมเลกุลหลังการผ่าตัด การใช้งานลักษณะนี้แตกต่างจากการตรวจคัดกรองคนทั่วไปที่ยังไม่มีอาการและยังไม่รู้ว่ามีมะเร็งหรือไม่ ในทางการแพทย์ การนำการตรวจใหม่มาใช้กับคนจำนวนมากต้องพิสูจน์หลายขั้น ไม่ใช่แค่ตรวจพบดีเอ็นเอผิดปกติได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าการตรวจช่วยลดการเสียชีวิต ลดการตรวจที่ไม่จำเป็น และให้ประโยชน์มากกว่าความวิตกกังวลหรือผลตรวจลวง
การศึกษายังต้องติดตามผลระยะยาวว่า เมื่อพบมะเร็งเร็วขึ้น ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวขึ้นจริงหรือไม่ ปัจจุบันการคัดกรองที่มีคำแนะนำชัดเจนยังคงเป็นสิ่งที่ควรทำตามอายุ ความเสี่ยง และประวัติครอบครัว เช่น การตรวจเต้านม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การตรวจลำไส้ใหญ่ หรือการตรวจปอดในกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ การตรวจเลือดแบบ multi-cancer อาจกลายเป็นเครื่องมือเสริมที่สำคัญในอนาคต แต่ยังไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้หยุดการตรวจมาตรฐาน หรือเลื่อนพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ Liquid Biopsy จึงเป็นความก้าวหน้าที่น่าจับตา เพราะเปลี่ยนเลือดปริมาณเล็กน้อยให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลระดับโมเลกุลของร่างกายได้
เทคโนโลยีนี้อาจช่วยให้แพทย์เห็นสัญญาณของโรคก่อนที่ก้อนจะใหญ่หรือก่อนอาการเริ่มชัด แต่เส้นทางจาก “พบสัญญาณ” ไปสู่ “ยืนยันมะเร็งและรักษาได้เร็วขึ้น” ยังต้องอาศัยการวิจัย การตรวจยืนยัน และการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย สำหรับคนทั่วไป ข่าวนี้ควรทำให้เห็นความหวังของการแพทย์แม่นยำขึ้น พร้อมกับเข้าใจขอบเขตของเทคโนโลยีให้ตรงกัน การเจาะเลือดครั้งเดียวอาจเปิดประตูไปสู่การค้นหาความผิดปกติหลายชนิด แต่ยังไม่ใช่ใบรับรองสุขภาพ และยังไม่มีผลตรวจใดที่ทำให้การดูแลสุขภาพพื้นฐาน การสังเกตอาการ และการคัดกรองตามคำแนะนำหมดความจำเป็น
https://www.cancer.gov/news-events/cancer-currents-blog/2024/liquid-biopsy-increase-ctdna-in-blood
https://www.fda.gov/science-research/advancing-regulatory-science/integrative-liquid-biopsy-approaches-capture-minimal-residual-disease-and-inform-therapeutic
https://www.cancer.gov/news-events/cancer-currents-blog/2016/asco-liquid-biopsy
ตำนานฮิสทีเรียกับเครื่องสั่นไฟฟ้าไม่ตรงกับหลักฐานทั้งหมด
Castoreum คือสารหอมจากถุงกลิ่นของบีเวอร์ ไม่ใช่ชะมดเช็ด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
GoPro ขาดทุน 51 ล้านดอลลาร์ รายได้ร่วง 31% บริษัทเร่งหาทางรอด
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
จ่ายค่าตั๋ว–เลือกที่นั่งแล้ว ทำไมยังถูกปฏิเสธขึ้นเครื่องได้? Overbooking แล้วผู้โดยสารมีสิทธิอะไรบ้าง
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
“Jinny Lu” ปั๊กวัย 6 ปี คว้าแชมป์สุนัขหน้าตาแปลกที่สุดในโลก 2026
อินเดียครองอันดับหนึ่งประชากรโลก แซงจีนแล้ว ตัวเลขล่าสุดสะท้อนอนาคตเอเชีย
ข่าวดีผู้ป่วยมะเร็งบัตรทอง! สปสช. เร่งกระจาย “IMCRANIB 100” ยามะเร็งพระราชทาน 23,000 กล่อง คาดครบทั่วประเทศภายใน ต.ค. 69
Castoreum คือสารหอมจากถุงกลิ่นของบีเวอร์ ไม่ใช่ชะมดเช็ด
ตำนานฮิสทีเรียกับเครื่องสั่นไฟฟ้าไม่ตรงกับหลักฐานทั้งหมด
GoPro ขาดทุน 51 ล้านดอลลาร์ รายได้ร่วง 31% บริษัทเร่งหาทางรอด
“Jinny Lu” ปั๊กวัย 6 ปี คว้าแชมป์สุนัขหน้าตาแปลกที่สุดในโลก 2026
Biohacking และ Longevity Routine เมื่อสุขภาพเริ่มวัดลึกถึงระดับลำไส้และเซลล์
แมลงวันสเปนไม่ใช่ยาเสน่ห์ แต่เป็นพิษที่ทำให้แข็งค้างอย่างทรมาน
ข่าวดีผู้ป่วยมะเร็งบัตรทอง! สปสช. เร่งกระจาย “IMCRANIB 100” ยามะเร็งพระราชทาน 23,000 กล่อง คาดครบทั่วประเทศภายใน ต.ค. 69
ระบบอ่านคำพูดในใจช่วยคืนเสียงให้ผู้ป่วยอัมพาตแบบเรียลไทม์



