สวัสดี
เริ่มคำ "สวัสดี"
“สวัสดี” เป็นคำทักทายเมื่อพบเจอกัน หรือลาจาก
คำว่า “สวัสดี” นั้น พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ได้พิจารณามาจากศัพท์ “โสตถิ” ในภาษาบาลี หรือ “สวัสดิ” (สะ-หวัด-ดิ) ในภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในวรรณคดีไทยมานาน โดยคำว่า “โสตถิ” หรือ “สวัสดิ์” นี้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า สวัสดิ์
เห็นได้ว่า คำดังกล่าว เป็นความหมายที่ดี จึงมีความเหมาะสม ที่จะใช้กล่าวเมื่อแรกพบกัน หรือเมื่อลาจากกัน เพราะสวัสดี ไม่ได้เป็นเพียงแค่ คำทักทายเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมด้วยไมตรีจิต เป็นการอวยพรให้กับผู้ที่เราสนทนา ให้ประสบแต่สิ่งดี ๆ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษในคำทักทายของคนไทย
คำว่า “สวัสดี” ทำหน้าทีทั้งการทักทาย และอวยพรไปในคราวเดียวกัน และเมื่อกล่าวคำสวัสดี คนไทยเรายังยกมือขึ้นประนมไหว้ มือทั้งสองประสานกันเป็นรูปดอกบัวตูม เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมาย ถึงสิ่งสูงค่าที่เป็นมงคล เพราะชาวไทยใช้ดอกบัวในการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสักการะผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ส่วนการวางมือไว้ตรงระดับหัวใจนั้น เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกให้เห็นว่า การทักทายนั้น มาจากใจของผู้ไหว้
ดังนั้น เมื่อกล่าวคำว่า สวัสดี พร้อมกับการยกมือขึ้นประนม จึงเป็นนัยแฝงให้เห็นถึงความมีจิตใจอันงดงามของคนไทย ที่หวังให้ผู้อื่นพบในสิ่งดีงาม ถือเป็นมงคลทั้งต่อตัวผู้พูด และผู้ฟัง
ประวัติ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)
คำว่า “สวัสดี” นั้น พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) ได้พิจารณามาจากศัพท์ “โสตถิ” ในภาษาบาลี หรือ “สวัสดิ” (สะ-หวัด-ดิ) ในภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในวรรณคดีไทยมานาน โดยคำว่า “โสตถิ” หรือ “สวัสดิ์” นี้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า สวัสดิ์
พระยาอุปกิตศิลปสาร ท่านได้นำคำว่า “สวัสดี” นี้ มาทดลองใช้ในหมู่นิสิตจุฬาเป็นครั้งแรกเป็น ในขณะที่ท่านเป็นอาจารย์พิเศษคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2486 จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ให้ใช้คำว่า “สวัสดี” เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการ (หลังจากพระยาอุปกิตศิลปสาร เสียชีวิต 2 ปี (เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ.2484))
สวัสดี มีความหมายว่า ความดี ความงาม ความเจริญรุ่งเรือง ความปลอดภัย
โสตถิ มีความหมายว่า ความสวัสดี ความเจริญรุ่งเรื่อง
โสตถิ มีความหมายว่า ความสวัสดี ความเจริญรุ่งเรื่อง
เห็นได้ว่า คำดังกล่าว เป็นความหมายที่ดี จึงมีความเหมาะสม ที่จะใช้กล่าวเมื่อแรกพบกัน หรือเมื่อลาจากกัน เพราะสวัสดี ไม่ได้เป็นเพียงแค่ คำทักทายเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมด้วยไมตรีจิต เป็นการอวยพรให้กับผู้ที่เราสนทนา ให้ประสบแต่สิ่งดี ๆ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษในคำทักทายของคนไทย
คำว่า “สวัสดี” ทำหน้าทีทั้งการทักทาย และอวยพรไปในคราวเดียวกัน และเมื่อกล่าวคำสวัสดี คนไทยเรายังยกมือขึ้นประนมไหว้ มือทั้งสองประสานกันเป็นรูปดอกบัวตูม เป็นสัญลักษณ์สื่อความหมาย ถึงสิ่งสูงค่าที่เป็นมงคล เพราะชาวไทยใช้ดอกบัวในการบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และสักการะผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ส่วนการวางมือไว้ตรงระดับหัวใจนั้น เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกให้เห็นว่า การทักทายนั้น มาจากใจของผู้ไหว้
ดังนั้น เมื่อกล่าวคำว่า สวัสดี พร้อมกับการยกมือขึ้นประนม จึงเป็นนัยแฝงให้เห็นถึงความมีจิตใจอันงดงามของคนไทย ที่หวังให้ผู้อื่นพบในสิ่งดีงาม ถือเป็นมงคลทั้งต่อตัวผู้พูด และผู้ฟัง
ประวัติ พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ)
พระยาอุปกิตศิลปสาร เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2422 ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ศึกษาภาษาไทยเบื้องต้นที่วัดบางประทุนนอก ธนบุรีและวัดประยูรวงศาวาส บวชเป็นสามเณรและพระภิกษุที่วัดสุทัศน์เทพวราราม ศึกษาพระธรรมวินัย จนสอบได้เปรียญ 6 ประโยค และศึกษาวิชาครู เป็นผู้มีความรู้เชี่ยวชาญทางภาษาไทย ภาษาบาลี และวรรณคดีโบราณ เคยเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันการศึกษาสำคัญหลายแห่ง นามปากกาของ พระยาอุปกิตศิลปสาร ที่รู้จักกันมาก เช่น อ.น.ก. อุนิกา อนึก คำชูชีพ ม.ห.น. เป็นต้น
เกียรติคุณพิเศษของพระยาอุปกิตศิลปสาร
เกียรติคุณพิเศษของพระยาอุปกิตศิลปสาร
- เป็นคนแรกที่บัญญัติคำทักทายเมื่อแรกพบกันว่า “สวัสดี” ซึ่งแปลว่า สะดวก สบายดี เพราะแต่ก่อนนี้แรกพบกัน คนไทยไม่มีระเบียบในการใช้คำทักทาย
- เป็นนักประพันธ์ไทยคนแรก ที่อุทิศโครงกระดูกให้แก่มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ ศิริราช โดยกล่าวว่า “ฉันเป็นครูตายแล้วขอเป็นครูต่อไป”
- เป็นคนแรกที่แต่งตำรา “สยามไวยากรณ์” หรือตำราไวยากรณ์ไทย ได้สำเร็จบริบูรณ์ คือมีทั้ง อักขรวิธี วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ และฉันทลักษณ์ โดยอาศัยเค้าโครงเก่าของกรมวิชาการ และไวยากรณ์อังกฤษเป็นหลัก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: บ่าวสันขวาน, ท่านฮั่วชวี่ปิ้ง, AdamS JaideE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
เลขบัตรประชาชนแม่นกว่าชื่อ เหตุผลที่ชื่อไทยยังซ้ำกันได้
11 แหล่งรายได้หลังเกษียณ ลดเสี่ยงพึ่งเงินทางเดียว
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
"เดอะ ไอซ์คิง" ชายผู้ขนน้ำแข็งข้ามโลก เขาทำได้อย่างไร?
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
ทำไม "แมลงเม่า" บินเข้ากองไฟHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
จังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
"เดอะ ไอซ์คิง" ชายผู้ขนน้ำแข็งข้ามโลก เขาทำได้อย่างไร?
ทำไม "แมลงเม่า" บินเข้ากองไฟ



